นั่งทำงานไป เปิดโทรทัศน์เป็นเพื่อน  ได้ยินเสียงเพลงนี้.....อย่าไปเลยบางกอก จะบอกให้ พี่เคยไปมาแล้ว น้องแก้วเอ๋ยยยย.....

สำหรับครูอ้อยก็จะร้องเพลงนี้ว่า .....อย่าไปเลยบางกอก  จะบอกให้  อ้อยจะย้ายกลับแล้ว  เพื่อนแก้วเอ๋ยยยย 

บางกอก กับบ้านนอก  มันต่างกันลิบลับ   ทั้งสภาพอากาศ  บ้านเมือง  สภาพแวดล้อม   ความเป็นอยู่  ผู้คนพลเมือง

ครูอ้อย ไปอยู่ กทม.จนเคยชิน   อาจจะเพราะเกิดที่นั่น  จึงอยู่ได้  เพราะความจำเป็น   แต่พอได้มีโอกาสมาอยู่ต่างจังหวัด  ครูอ้อยกลับชอบอากาศที่ต่างจังหวัดมากกว่า 

โรคภูมิแพ้ที่ครูอ้อยเคยเป็นกลับหายแบบปลิดทิ้ง  เพราะอากาศดี  อาหารดี  สภาพแวดล้อมดี 

เมืองบางกอก หรือ เมืองหลวงของเรานี้  มีแต่ตึกรามบ้านช่องที่เจริญทางด้านวัตถุ  ติดระดับของโลกทีเดียว  มีตึกสูงๆ ระฟ้า  ซึ่งครูอ้อยก็เคยขึ้นไปด้วยอาการปวดหูทั้ง 2 ข้าง เพราะความสูง  ก็ไม่รู้จะปลูกให้สูงกันเยอะแยะทำไม  

พวกเราชาวดิน  ไม่ถวิลจะขึ้นไปอยู่ข้างบนสูงๆ  กลัวทุกอย่างเหมือนในหนัง หรือ ข่าวต่างประเทศ  ที่ตึกถล่มเวลาแผ่นดินไหว  และไฟฟ้าดับ  หรือเกิดไฟไหม้  น่ากลัวทั้งสิ้น 

ถึงจะไม่ตายเพราะไฟไหม้  แต่อาจตายเพราะถูกเพื่อนเหยียบก็ได้

C9

ครูอ้อยกลับชอบความเป็นธรรมชาติ  ชอบพื้นดิน  ผืนหญ้า  ต้นไม้  ดอกไม้  สุมทุมพุ่มไม้  น้ำในคลอง  น้ำตก  ก้อนหิน 

หากได้มีโอกาสพบ  ไปอยู่  ครูอ้อยจะดีใจ สมองแจ่มใส  เขียนหนังสือได้มากทีเดียว 

เวลา หนึ่งปี ผ่านไปอย่างรวดเร็ว  เร่งวันเร่งคืน รีบทำงานแบบไม่ลืมหูลืมตา  เพียงเพื่อจะมีเวลาได้มาสูดอากาศบริสุทธิ์  ได้นอนเต็มอิ่ม  ได้กินอาหารอร่อย  ปลอดสารพิษ  ได้พักสมอง  บำรุงจิตใจ  ไม่ต้องรีบร้อนรีบเร่ง  วันหนึ่งมีคุณค่ากับการคิด  ที่ไม่สูญเสียไปกับการเดินทางบนท้องถนน 

แต่ยังไม่ถึงเวลานั้น  ครูอ้อยยังต้องมีภารกิจ  กลับไปสับสนอลหม่านกับการทำงาน 

กลับไปหาคุณพ่อคุณแม่ ลูกๆ 

อีกไม่นานก็ต้องกลับไปหาหลาน 

หรือไม่มีโอกาส ทิ้งหลานมาสูดอากาศดีๆ 

หรือ อาจจะพาหลานมาด้วยก็ได้ .....คิดไปเอง 

อย่าไปเลยบางกอกจะบอกให้  ก็คงต้องเป็น....ต้องไปบางกอกก่อน แล้วจะกลับมา....จะบอกให้