อาคารบ้านเรือนสไตล์ชิโนโปรตุกีสเป็นอย่างไร

วันนี้จะมาเล่าเรื่องสถาปัตยกรรมในเมืองภูเก็ตให้ฟังครับ 

ที่ภูเก็ตอาคารบ้านเรือนในยุคแรกๆช่างที่มาก่อสร้างมาจากเมืองปีนัง รูปแบบอาคารจึงเหมือนกับเมืองปีนังเหมือนแพะกับแกะอย่างที่ผมเคยเล่าเอาไว้  กระเบื้องมุงหลังคายังต้องเอามาจากเมืองปีนังเลย ปัจจุบันแทบจะหากระเบื้องของเดิมให้เห็นน้อยมาก แต่ใช่ว่าจะไม่มียังมีเห็นอยู่หลังหนึ่ง แถวนั้นเขาเรียกแถวน้ำ เพราะด้านหลังเป็นคลอง และเป็นคลองใหญ่ขนาดเรือใบสามหลักเข้ามาจอดได้ แต่ในปัจจุบันแคบกว่าเดิม นี่ไงครับหลังคาแบบที่ว่า..

        อาคารที่เราเรียกกันว่า ชิโน-โปรตุกีส เป็นการผสมผสานกันระหว่างสไตล์จีนกับสไตล์โปรตุเกส เพราะเมืองปีนังตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งมังค่ามาก่อน  เมืองถลางก็เกือบไปครับเพราะกัปตันฟรานซิส ไลต์ ก็คิดจะเอาเกาะถลางเป็นเมืองขึ้นเหมือนกันแต่เหตุผลกลใดไม่แน่ชัด หันไปคว้าเอาเมืองปีนัง  (อาจจะเป็นเพราะขณะนั้นกำลังมีศึกสงครามกับพม่าหรือเปล่า) ทีนี้มันก็เป็นเรื่องของผู้ครองประเทศอยากจะทำตัวให้กลมกลืนเข้ากับประเทศที่ตนไปยึดเป็นเมืองขึ้นก็ใช้ศิลปของตัวเองผสมผสานกับศิลปะพื้นบ้าน จึงออกมาเป็นบ้านสไตล์ดังกล่าว  บ้านแบบนี้เขาเรียกอีกแบบหนึ่งว่า โคโลเนียลสไตล์ หรือจะเรียกว่าบ้านสไตล์เมืองขึ้นก็คงไม่ผิด  ผมก็เลยไม่รู้ว่าจะภูมิใจหรือเสียใจดี อิอิ วัยรุ่นว่า บิ้วอารมณ์ไม่ถูก เอิ้กๆๆ

        ความจริงอาคารสไตล์นี้มีความงาม มีความเอื้ออารีย์อยู่ในตัว อย่างที่ผมเล่ากับภาพ หง่อคาขี่ หรือ อาเขต  และดั้งเดิมท่านจะเห็นลายปูนปั้นที่ด้านหน้าอาคาร แต่เนื่องจากมันนานมาแล้ว ปูนที่ปั้นหลุดร่วงไปบ้าง คนจะปรับปรุงบ้าน ทาสีบ้านใหม่ เห็นว่ามันไม่สมบูรณ์แล้ว จะหาช่างมาทำใหม่ก็ไม่มีแล้ว ก็เลยเอาออกเสียบ้าง ทำให้สูญเสียศิลปะในส่วนนี้ไปอย่างน่าเสียดาย แต่ก็ยังคงมีให้เห็นอยู่บ้าง ใครตาดีก็จะได้ถ่ายภาพปูนปั้นเหล่านั้น วันนี้ถ่ายมาให้ดูลายปูนปั้นที่ยังเหลืออยู่ แต่หลังนี้ไม่วิลิศมาหราเท่าไหร่ ลองดูก็แล้วกันครับ ไว้ของสวยไปถ่ายกันเอง อิอิ

        เสาบ้านก็จะมีสไตล์ต่างๆ อาจารย์ฤดีเขียนไว้ในหนังสือว่าที่หัวเสาจะมีรูปแบบต่างๆที่น่าสนใจ คือแบบดอริค แบบไอโอนิค แบบโครินเธียน

        บ้านสไตล์ภูเก็ตนี้ บรรดาช่างภาพในจังหวัดภูเก็ตที่เป็นสมาชิกชมรมถ่ายภาพได้ช่วยกันสร้างสรรค์งานศิลปนี้ประดับไว้ที่พิพิธภัณฑ์ไทยหัว  พลาดชมแล้วจะน่าเสียดายมากๆ  ผมจะพาไปชมของจริงด้วย ให้ถ่ายรูปตามใจปรารถนา จะได้ เที่ยวไปถ่ายไป แข่งกับ ชิมไปบ่นไป ของท่านนายก ฮิฮิ