เมื่อไปเที่ยว เกี่ยวเก็บ เหน็บเรื่องเล่า ครูอ้อยเล่า ไปเที่ยว เกี่ยวกับเขา ชอบไปเที่ยว เล่าเรื่อง เขากับเรา ครูอ้อยเล่า เฝ้าทุกเรื่อง ที่เนื่องนำ

เมื่อเช้านี้  ครูอ้อยไปโรงเรียนของน้องขวัญ  เพื่อมอบตัวเข้าเรียนชั้น ม.4

โรงเรียนอยู่ใกล้บ้าน  เราใช้เวลาในการเดินทาง  เดินจริงๆ  ไม่ถึง 5 นาที  ก็ถึงโรงเรียนแล้ว 

อิจฉาน้องขวัญจังเลยยยยย 

พอไปถึงโรงเรียนในขณะที่ฝนตกพรำพรำ  แม่อ้อยกางร่ม  ขณะนั้นในโรงเรียนก็วุ่นวายไปหมด  ทั้ง รถยนต์ และคนเดินกันขวักไขว่ 

ลูกพาเดินไปที่บอร์ดประกาศรายชื่อ   แม่อ้อยก็เห็นชื่อลูกขวัญอยู่กลุ่มที่ 1 ครูอ้อย...หลงดีใจ คิดว่าลูก....เก่ง  แต่ไม่ใช่  น้องขวัญบอกว่า  กลุ่ม 1 หมายถึง กลุ่มที่แบ่งไว้  หนูต้องเรียนปรับพื้นฐานก่อน  ได้ผลการเรียนดี  จึงจะอยู่ห้องดี  

ครูอ้อยก็เลยกำชับลูกว่า ....พยายามให้อยู่ในห้องระดับดีนะ  จะได้มีเพื่อนเรียนดี ในระดับเดียวกัน  

ที่กำชับแบบนี้  เพราะเท่าที่ผ่านมา  น้องขวัญ  ต้องช่วยเพื่อนเรียนเสียมากกว่า....ช่วยตัวเอง

ไม่เคยถูกใจ...ไปทุกเรื่อง สิน่า  เป็นตอนหนึ่งที่ตัดตอนมาจากการมอบตัวในวันนี้  

ให้นึกถึงตอนที่ครูอ้อยยังเด็ก  โรงเรียนที่คุณพ่อ  พาไปฝากเรียน  เป็นโรงเรียนผู้หญิงล้วน  ครูอ้อยเรียนชั้น ป.เตรียม  ต้องนั่งพับเพียบ  ในมือ ถือธูปเทียนแพ  และมีดอกไม้  มามอบตัวกับครู ซึ่งคุณครูชื่อ  คุณครูกุลสุรีย์  เป็นครูคนแรกของครูอ้อย  ครูอ้อยรักครูกุล มากเลย  แม้แต่  เอ้อ....ผายลมออกมา  ครูอ้อยยังไม่เคยโกหกครูเลย  เข้าใจจำเรื่องมาเล่าไหมล่ะ 

แหม  แต่พอมาถึงสมัยนี้ครูอ้อยยังไม่เคยเห็น  โรงเรียนใดใดในประเทศ  ทำแบบที่ครูอ้อยเคยพบมาเลย  จริงๆ  หรือมีที่ไหนอีก  ท่านผู้อ่านบอกครูอ้อยเถิด

 

T11

เด็กนักเรียนต้องนั่ง ต่อแถว  หมายถึง  ครูอ้อย ต้องนั่งเก้าอี้เป็นแถว  พอคนข้างหน้าเสร็จแล้ว  คนข้างหลังก็กระเถิบขึ้นมานั่งข้างหน้าต่อไป แบบนี้  จนถึงคิว  น้องขวัญก็ต้องกระเถิบตามแม่อ้อยไปด้วย 

เรานั่งกันประมาณ 5 นาที คนที่นั่งข้างซ้ายมือของครูอ้อย  ก็เริ่มบ่นว่า  ครูทำอะไรช้าจัง  ทำไมแถวนี้(ที่ครูอ้อยนั่ง)  จึงเสร็จเร็ว  และกระเถิบไปได้เรื่อย  แต่แถวของเขา ช้ามาก 

ครูอ้อย  เพิ่งจะสังเกตว่า  ครูอ้อยนั่งแถวถูกแล้ว  ช่างโชคดี  ส่วนคนที่โชคร้าย ก็คือ คนนั่งข้างหน้าครูอ้อย ที่นั่งแถวผิด  เพราะแถวที่ครูอ้อยนั่งนั้น  ต้องเป็นเด็กผู้หญิง  ครูอ้อยก็เลยกลายเป็นคนที่โชคดีกว่าเพื่อนๆ  เพราะ เขาลุกขึ้น  ครูอ้อยก็เลยกระเถิบไปเร็ว 

ครูอ้อยไม่กล้ามองหน้า ผู้ปกครองคนที่บ่น  กลัวเธอไม่สบายใจ 

พอถึงคิวครูอ้อย  อาจารย์ที่ทำหน้าที่  อายุของท่านก็คงจะเก่ากว่าครูอ้อยสัก 2-3 ปี  บ่นว่า.....  จะให้ พี่สาวเรียนอยู่ ปี 4 มามอบตัวให้ได้อย่างไร 

อ๋อ....คนข้างหน้าครูอ้อย เอง ที่เป็นพี่สาวมา มอบตัวให้น้อง และ ครูไม่ยอมให้ผ่าน ต้องให้ผู้ปกครองมาเอง  พี่ยังไม่มีงานทำ  มอบตัวไม่ได้.....

ครูอ้อยก็เลยนึกถึงตอนที่เรียนอยู่ปีที่2 วิทยาลัยครู  ครูอ้อยเป็นผู้ปกครองแทนคุณพ่อคุณแม่...ให้น้องทุกคนเลย  เพราะคุณพ่อคุณแม่เป็นข้าราชการชั้นผู้น้อย  หยุดงานบ่อยๆไม่ได้  ครูอ้อย โดดเรียนนิดหน่อย เพื่อคุณพ่อ คุณแม่และน้องๆ  ทำได้เสมอ 

แต่เอ.....หากเป็นสมัยนี้ ไม่ได้เชียวน่า  แล้ว เด็กหญิงคนนั้น ก็ร้องไห้เลย  ครูกลับบอกว่า.....ไม่ได้นะ  เคยตัว  ต้องให้ผู้ปกครองมาจริงๆ  อย่าปล่อยไปนะ 

ครูอ้อยก็ฟังต่อไปเรื่อยๆ  ได้ความว่า  เป็นเด็กเรียนดีด้วย  แต่พ่อมาไม่ได้  จึงให้พี่สาวพามา .....

แบบนี้  ท่านผู้อ่านคิดอย่างไรคะ  คิดเหมือนครูอ้อยไหมว่า....รักยาวให้บั่น  รักสั้นให้ต่อ  หรือว่า  .....ต่อความยาว สาวความยืด  หรือว่า .....ไม่เกี่ยวกัน 

พอจะอลุ้มอล่วย ได้ไหม เรื่อง แค่นี้  หรือ ไม่แค่นี้ 

สังคมหนอสังคม  เรื่องเล็ก  ทำให้เป็นเรื่องใหญ่  แล้วหากเกิดกับครูอ้อย  หรือว่า..... 

ครูอ้อยเป็น ท่าน ผอ.ครูอ้อยจะ  เอ้อ....

อูยยยยยยย....ไม่เคยถูกใจ ไปทุกเรื่อง.....สิน่า