สวัสดีค่ะท่านผอ.....นายประจักษ์

  • สิ่งที่ท่าน ผอ.คิดมาดังๆ นั้น ถูกต้องหมดเลยค่ะ   ญาติเท่านั้นที่จะมารับนักเรียนได้  มีหลักฐานมาแสดง  และก็ต้องเป็นญาติที่แท้จริง  หากนักเรียนเพลี่ยงพล้ำไป  ครูเวร และ ท่าน ผอ.จะแย่  จะชดใช้อย่างไร  ก็คงไม่ได้  ดังนั้นมาตรการ ต้องเข้มแข็ง และรอบคอบเสมอค่ะ  ที่โรงเรียน ใน กทม.บางแห่ง  ผู้ปกครอง ให้คนขับรถมารับ หรือจ้างรถมอเตอร์ไซค์มารับ  โรงเรียนไม่รู้ความสัมพันธ์ของพวกเขา  ก็ไม่ปล่อยไป  ต้องโทรศัพท์ถามหากันว่า จริงหรือไม่  เซ็นต์ชื่อ  ขอดูหลักฐานการแสดงตน  และ พ่อแม่บางคน ถึงกับเขียนเป็นหลักฐานเลยว่า ห้ามใครมารับไปนอกจาก พ่อ หรือแม่เท่านั้น  บางครอบครัว พ่อแม่หย่าร้างกัน แย่งลูกกัน เป็นเรื่องราว  ครูต้องถามให้แน่ชัด จึงจะปล่อยไปได้  แบบนี้  โรงเรียนเคร่งครัด  ทุกท่านที่เป็นผู้ปกครอง ชอบมาก
  • แต่ที่ กทม.เป็นสังคมโดด  ที่จะมี ปู่ย่าตายายมาเป็นตัวแทนนั้นคงจะยากค่ะ ท่านผอ.  ดังเช่น เรื่องที่เกิดในวันนี้  ไม่ใช่เรื่องที่ท่าน ผอ. บอกว่า  พ่อแม่ ไม่เห็นความสำคัญ  เพรkะเห็นความสำคัญน่ะสิคะ  จึงได้ส่งพี่สาวมาแทน   ครอบครัวของครูอ้อยก็เคยมีที่ พ่อแม่ติดภารกิจสำคัญ  ต้องส่งพี่สาวไปกับน้องสาว  หากโรงเรียนรับไม่ได้  ก็ยังมีวันหลัง  ไม่น่าที่จะเข้มอะไรมากนัก  เพราะความจำเป็นบางประการ ยังอลุ้มอล่วยได้  กฏ กติกา  ยังมีข้อยกเว้น  เรื่องนิดเดียวแบบนี้  น่าจะพบกันครึ่งทาง แบบ  เขียนไว้เป็นหลักฐาน  โทรศัพท์ไปบริภาษพ่อแม่หน่อยสิ  แล้วปล่อยไป 
  • สังคม  ออมชอม  น่าจะเกิดขึ้นได้  หากมีเหตุผลพอเพียง  เมื่อครูอ้อยยังเด็ก  อายุ ประมาณ 19 ปี  เป็นผู้ปกครองให้น้องทั้ง 2 คน  โรงเรียน ใหญ่ๆ ใน กทม.ด้วยยังได้เลย หรือว่าในอดีตยังไม่มีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น  แต่ครูอ้อยก็บอกว่า  พ่อกับแม่  ลางานไม่ได้ ครูจะรับผิดชอบไหมล่ะ  หากถูกไล่ออกจากงาน  เลยยอมมาจนน้องๆเรียนจบ

ขอบคุณท่าน ผอ.