การอยู่รอดของเพลงพื้นบ้าน ที่ต้องยืนอยู่ท่ามกลางอิทธิพลของวัฒนธรรมต่างชาติที่เหนือกว่าของเราและยิ่งหนักขึ้นทุกวัน ความมุ่งมั่น ความเป็นมืออาชีพ ความรัก ความผูกพันที่ได้มาจากครูเพลงเป็นแรงบันดาลใจ

 

ขอบคุณทีมงาน รายการไทยมุง

สถานีโทรทัศน์ ไทยพีบีเอส

วันศุกร์ที่ 4 เมษายน 2551

เวลา 17.35-17.55 น.

 

          ตอนบ่าย (13.00 น.) วันที่ 4 เมษายน 2551  ผมนำคณะนักเพลงอีแซว  ในทีมงานเพลงอีแซว สายเลือดสุพรรณฯ โรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 1 จำนวน 11 คน (รวมผมและคนขับรถด้วย 13 คน) เดินทางไปยังอาคารชินวัตรทาวเวอร์ 3  เลขที่ 1010  ถนนวิภาวดีรังสิต  แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ตามกำหนดนัดหมายจากทีมงาน โดยมี น้องสมพรผู้สื่อประสานงานของรายการ ไทยมุง สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส  รายการนี้เป็นรายการสด ออกอากาศไปทั่วประเทศและส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมรับชมได้ทั่วโลกอีกด้วย

 

ผมและคณะเดินทางไปถึงสถานีในเวลาประมาณ 15.00 น. น้องสมพร ขึ้นมาให้การต้อนรับพวกเราที่ชั้น 15 ของตึกชินวัตรทาวเวอร์ ซึ่งก่อนหน้านั้นผมนำเด็ก ๆ ขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นที่ 13 แล้วเดินขึ้นบันไดไปอีก  2 ชั้น ที่นั่นเป็นห้องบันทึกและออกอากาศของรายการไทยมุง สถานที่ของสถานียังคงแสดงร่องรอยของความทรงจำในอดีตอยู่บ้าง แม้ว่าวันนี้จะใช้ชื่อสถานีว่าไทย PBS ทีวีสาธารณะแล้วก็ตาม นักแสดงเพลงอีแซวได้รับการต้อนรับและให้การดูแลเป็นอย่างดีทุกคนจนเด็ก ๆ นักแสดงไม่อาจที่จะลืมความเอื้ออาธรที่พี่ ๆ มีให้แก่พวกเขาได้

 

น้องสมพรนั่งคุยกับผมเกี่ยวกับเรื่องราวของการแสดง  ในช่วงเปิดหัวเรื่องรายการ (ต้นรายการช่วงเพลงอีแซว) และเรื่องราวที่  2 พิธีกร  น้องเจียกับน้องลูกปัด  จะตั้งคำถามให้ผมและเด็ก ๆ  ได้ตอบ  ในช่วงของการสนทนา  เด็ก ๆ ใช้เวลาในการแต่งตัวประมาณ 45นาที ผมได้รับการจัดแจงแต่งผมแต่งหน้าจากทีมงานให้ใหม่ (จำตัวเองแทบไม่ได้) ปกติแค่ผัดแป้งแต่งคิ้วทาปากนิดหน่อยก็ออก ไปแสดงได้แล้ว แต่รายการนี้ น้อง ๆ เขาจัดการให้

 

เวลาประมาณ 16.10 น. น้องสมพรเรียกเด็ก ๆ และผมออกไปซ้อมคิวการออกอากาศก่อนที่จะเริ่มรายการ ผู้กำกับให้คำแนะนำพวกเราถึงการสนทนาที่จะต้องใส่อารมณ์ให้มากขึ้น และเกี่ยวกับการแต่งตัวของผู้แสดงอยากให้เป็นไปตามแบบยุคเก่า (ความจริงของเรายังคงรักษาภาพของการแต่งเนื้อแต่งตัวได้แบบเดิม ๆ ) มาถึงเรื่องของการสวมถุงเท้า นักแสดงรุ่นเก่าจริง ๆ ท่านสวมถุงน่อง (ถุงเท้ายาวถึงเข่ากันเลย) แต่เด็ก ๆ เขาไม่ถนัดที่จะสวมอย่างนั้น ไม่สวมก็ได้ เพราะเพลงพื้นบ้าน ไม่มีกรอบบังคับตายตัว ปรับไปตามความเหมาะสม

 

การฝึกซ้อมทั้งร้องรำทำท่าทางที่บนเวทีสนุกสนาน ส่วนที่ข้างเวที ในสตูดิโอทุกส่วน มีผู้แสดงประกอบนอกวงเพลงร่วมรำทำท่าทางกันเกือบทุกคน (สุขใจจริง ๆ ครับที่ได้เห็นทีมงานสนุกไปกับพวกเรา) รอบซ้อม ผมร้องด้นสด ๆ ตามบรรยากาศที่ตาเห็นในสตูดิโอ ณ เวลานั้น มีพูดหยอกล้อกันบ้างเป็นที่สนุกสนาน ผมกระเซ้าน้อง ๆ ที่แสนดีว่า รอบที่ฝึกซ้อมไปแล้วนั่นคือเอาจริง ส่วนรอบต่อไปนี้จะเป็นการฝึกซ้อมการแสดง หลายคนได้หัวเราะและพักได้ชั่วครู่  รายการสดก็เริ่มขึ้น คณะของเราได้ชมรายการไทยมุง ตั้งแต่ต้นจนมาถึงช่วงเบรกสุดท้ายซึ่งมีเวลาประมาณ 20 นาทีเศษ เป็นการเข้าสู่ช่วงของเพลงอีแซว

 

เปิดรายการโดย 2 พิธีกร (สวยและเก่งมาก) เกริ่นนำเข้าสู่การแสดงเพลงอีแซว สายเลือดสุพรรณฯ ของโรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 1 ผมเข้าไปร่วมในตอนท้ายนิดหนึ่ง ใช้เวลาแสดงประมาณ 6 นาที เมื่อจบการแสดงเป็นการเข้าสู่ช่วงของการสนทนา พิธีกรทั้ง 2 ท่าน หันมาทักทายผมซึ่งเป็นแขกของรายการรวมทั้งนักแสดงอีก 11 คน นั่งเรียงกันเป็น 2 แถว อยู่ไม่ห่างกัน นักแสดงแถวหน้าทำหน้าที่ให้ข้อมูล เมื่อพิธีกรยิงคำถามไปหา เท่าที่พอจะจำได้คือ

 

1. ที่มาที่ไปของผมในการเข้ามาสู่การฝึกหัดแสดงเพลงพื้นบ้าน มีความเป็นมาอย่างไร ผมตอบรายการไปว่า ผมมีใจรักในเสียงเพลงพื้นบ้านมาตั้งแต่เริ่มต้น ได้ยินน้าชายและน้าข้างบ้านท่านร้องเพลงขอทาน ร้องเพลงฉ่อย ชอบก็ตามไปฟังและฝึกหัดร้องไปด้วย จนสามารถร้องได้ แล้วพิธีกรก็ให้ผมร้องเพลงขอทานให้ฟังนิดหนึ่ง ต่อมาพูดถึงความแตกต่างของเพลงพื้นบ้านแต่ละชนิดที่ผมฝึกหัดมา 19 อย่าง (มีลืม ๆ ไปบ้าง แต่ยังพอร้องได้) ผมสาธิตการร้องเพลงฉ่อย (ด้นสด ๆ) เด็ก ๆ ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ร้องรับ เอ่ชา ชะช้าชา ฉ่าชา หน่อยแม่ เสียงดังกระหึ่มไปเลย

2. ผมตอบคำถามพิธีกรเกี่ยวกับความภาคภูมิใจในการฝึกหัดเพลงพื้นบ้านให้กับเด็ก ๆ ยากไหม มีปัญหาอุปสรรคอย่างไรบ้าง ผมตอบว่า ระยะเวลาเป็นเครื่องบ่งบอกถึงความสำเร็จ งานเพลงพื้นบ้านต้องอดทน ทำไปอย่างช้า ๆ กว่าที่จะมีศิษย์มารับการถ่ายทอด กว่าที่จะมีเวทีแสดงและกว่าที่จะมีคนมาว่าจ้าง หางานให้เราไปเล่น ต้องฝึกฝนผู้แสดงเตรียมงานมานานนับ 10 ปีทีเดียวครับ เด็ก ๆ ที่เข้ามาอยู่ในวง ครูสามารถฝึกหัดได้ แต่เด็ก ๆ เหล่านั้นจะต้องเดินเข้ามาด้วยความสนใจ มีใจรัก มีความกล้าที่จะแสดงออก และจะต้องมีความอดทนมากด้วย ครับ

3. คำถามต่อไป ถามนักแสดงเกี่ยวกับความภาคภูมิใจที่ได้เข้ามาร่วมในวงเพลงอีแซว ยุ้ย-รัตนา ผัดแสน เป็นผู้ตอบว่า มีความภาคภูมิใจมาก ไม่เคยเล่นเพลงมาก่อน ได้เห็นอาจารย์เล่นเพลง ร้องรำทำท่าทางจนถึงการด้นกลอนสด หนูมีใจรักจึงสมัครเข้ามาฝึกเพลงอยู่ในวงจนปีนี้จบชั้น ม.6 แล้ว และยุ้ยยังบอกอีกว่า จะขอแสดงเพลงอีแซวไปตลอด จนไม่มีโอกาสหรือไม่มีเวทีให้แสดงความสามารถ

4. คำถามนี้โยงไปถึงเวทีการแสดงที่ผมจัดหาให้เด็ก ๆ ได้มีโอกาสแสดงความสามารถ ผมตอบว่า ในระยะแรก ๆ เราไม่มีเวทีให้เด็กเล่น ไปขอเขาเล่นก็ยังยาก ไม่มีเวลาให้ แต่มาถึงวันนี้วงเพลงอีแซว สายเลือดสุพรรณฯ มีงานแสดงอย่างต่อเนื่อง มีรายการประกวดแข่งขันและได้รับรางวัลเป็นจำนวนมาก และในวันที่ 7 เมษายน 2551 นี้ จะเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่เด็ก ๆ นักเพลงอีแซว รุ่นเยาวชน จำนวน 100 คนโคจรมาพบกัน บนเวทีโรงละครแห่งชาติภาคตะวันตก จังหวัดสุพรรณบุรี โครงการเพลงอีแซวเมืองสุพรรณฯ ต้านยาเสพติด โดยนางเกลียว เสร็จกิจ (ขวัญจิต ศรีประจันต์) เป็นเจ้าของโครงการ ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงาน ปปส.ภาค7

5. พิธีกรถามน้อง ๆ ว่า เตรียมตัวกันอย่างไร อิม-หทัยกาญจน์ เมืองมูล เป็นผู้ตอบคำถาม อิมตอบว่า มีการเตรียมตัวโดยมีการฝึกซ้อมกันเกือบจะทุกวัน ยกเว้นวันที่วงมีงานหาไปแสดง บางคืนกลับมาดึกมาก ค่อนสว่าง รุ่งขึ้นไม่ไหว ต้องงดฝึกซ้อมไปบ้างก็มี อิมกล่าวถึงการไปฝึกซ้อมที่บ้านแม่ขวัญจิต ศรีประจันต์ ได้รับคำแนะนำจากแม่ครูเพลง ศิลปินแห่งชาติ ได้นำความรู้มาปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องกันต่อไป

6. สุดท้ายก่อนที่จะปิดรายการ น้องเจียกับน้องลูกปัด ให้เวลาผมพูดฝากข้อคิดไปยังท่านผู้ชมและครูที่จะฝึกหัดเพลงพื้นบ้าน และให้ผมได้กล่าวถึงงานวันที่ 7 เมษายน 2551 ด้วย แล้วก็มาถึงนาทีสุดท้ายพิธีกรส่งคำพูดให้ผมร้องเพลงอีแซวสด ๆ ลาท่านผู้ชมไปด้วยการกล่าวถึงสถานีไทย PBS และรายการดี ๆ ที่ตามไปมุงดูศิลปวัฒนธรรมไทย ทุกพื้นที่ให้ได้มีโอกาสมาบอกเล่าเรื่องราว ความเป็นมา อย่างที่ท่านผู้ชมได้เห็นในรายการไทยมุ่งนั่นเอง

 

ขอขอบคุณ น้องสมพร และทีมงาน รายการไทยมุงทุกคน รวมทั้ง 2 พิธีกร (เจียและลูกปัด) ทำให้เด็ก ๆ ในวงเพลงมีกำลังใจขึ้นมาก เพราะว่า ยังมองเห็นคุณค่าของศิลปะพื้นบ้านเพลงอีแซว สุพรรณฯ  มองเห็นความอดทนที่ผมต่อสู้กับปัญหา อุปสรรคนานับประการ มานานกว่า 30 ปี กว่าที่จะมาเป็นวงเพลงอีแซว สายเลือดสุพรรณฯ ได้อย่างในวันนี้ ถึงแม้ว่าผู้บริหารโรงเรียน ท่าน ผอ.ลั่นทม พุ่มจันทร์ จะให้การสนับสนุน ให้โอกาสและให้การดูแลพวกเราอย่างดีเสมอมา แต่การอยู่รอดของเพลงพื้นบ้าน ที่ต้องยืนอยู่ท่ามกลางอิทธิพลของวัฒนธรรมต่างชาติที่เหนือกว่าของเรา และยิ่งหนักขึ้นทุกวัน ความมุ่งมั่น ความเป็นมืออาชีพ ความรัก ความผูกพันที่ได้มาจากครูเพลง เป็นแรงบันดาลใจให้คนอย่างผม ต้องถ่ายทอดความรู้ในการแสดงไปยังเยาวชน และจะเดินหน้าต่อไปจนลมหายใจสุดท้าย ครับ

 

          ในวันที่  7 เมษายน 2551 ตั้งแต่เวลา 10.00 น.เป็นต้นไปท่านจะได้พบกับการประชันเพลงอีแซวระดับชั้นมัธยมศึกษา 5 คณะ พบกับนักเพลงอาชีพ (ศิลปินแห่งชาติ) พบกับบรมครูเพลงรุ่นเก่า ในโครงการเพลงอีแซวเมืองสุพรรณฯต้านยาเสพติด สนับสนุนโดย ปปส.ภาค7  ณ โรงละครแห่งชาติภาคตะวันตก จังหวัดสุพรรณบุรี (ชมฟรี)

 

ชำเลือง  มณีวงษ์ ครูผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมการแสดงเพลงพื้นบ้าน

-  รางวัลชนะเลิศประกวดเพลงอีแซวของจังหวัดสุพรรณบุรี  ปี 2525

-  รางวัลราชมงคลสรรเสริญ (พุ่มพนมมาลา) เพลงพื้นบ้าน  ปี 2547

-  โล่รางวัล รายการความดีคู่แผ่นดิน สถานีโทรทัศน์ ช่อง 5 ปี 2549