GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

"การรับน้องใหม่"

ม.อ.ปัตตานีเราน่าจะต้องมีการ สังคายนาการรับน้องสักที

"มันโหดหรือป่าวพี่???" 

"จะต้องเจ็บตัวมั๋ย"

"ต้องกินอะไรที่ขยะแขยงอะป่าว"

"ลูกฉันจะเป็นยังไงบ้าง เค้าจะรับน้องกันดึกๆดื่นๆหรือป่าว"

"จะรับน้องกันทำไมกันนักกันหนา ไม่เรียนหนังสือกันบ้างเหรอ"

ถ้าจะหาคำตอบของคำถามข้างบน ก็ต้องเข้าไปหาในมหาวิทยาลัย

ผมเป็นคนหนึ่งที่ผ่านการรับน้อง ทั้งถูกรับน้อง และเป็นคนรับน้อง

แล้วยิ่งตอนนี้ ต้องมีหน้าที่รับผิดชอบนักศึกษาที่จะคอยรับนักศึกษาใหม่

ผมไม่ทราบว่าที่อื่นมีปัญหาเหมือนผมหรือเปล่า

ที่ปัตตานี มีปัญหาอยู่เรื่องนึงที่สำคัญมากของการรับน้องซึ่งไม่เหมือนที่อื่นๆ

ก็คือ เรื่องของศาสนา แน่นอนที่สุด ศาสนาทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี

                ที่ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มีการรับน้องซึ่งจะต้อง

คำนึงถึงเรื่องหลักความเชื่อของศาสนาเป็นพิเศษ ซึ่งนักศึกษามีความหลากหลาย

ทางศาสนา ทั้งพุทธ อิสลาม และคริส ทำให้การรับน้องต้องกระทำอย่างรัดกุม

ที่นี่มีการนำนักศึกษามุสลิม(น.ศ.ที่นับถือศาสนาอิสลาม) แยกไปรับน้องต่างหาก

ซึ่งทำให้ผมงงมาก การรับน้องคือการทำให้น้องได้รู้จักกัน และรู้จักรุ่นพี่ แต่นี่ต้องแยก

ไปรับต่างหาก  ผมก็งง...งงเล็กน้อยถึงงงมาก  สาเหตุที่ผู้นำกิจกรรมนักศึกษามุสลิม

ให้เหตุผลก็คือ เนื้อหาของเพลงที่ใช้ร้องบางเพลง กิจกรรมที่ใช้ทำส่วนใหญ่มีการถูกเนื้อต้องตัวกัน

ระหว่างชายกับหญิง  และอื่นๆอีกมากมาย 

        การแยกน้องมุสลิมไปรับต่างหาก นำมาสู่ความแตกแยกของเหล่านักศึกษาเอง

ต่างฝ่ายต่างแย่งน้อง    ด้วยวิธีการต่างๆ ใช้เกมส์สนุกๆมาล่อ ใช้จิตวิทยา ใช้หลักศาสนา

      ซึ่งผมมองว่าปัญหานี้น่าจะได้รับการแก้ไข ทั้งโดยกลุ่มผู้ทำกิจกรรมนักศึกษาเอง

ระบบการรับน้อง เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลสังเกตุการณ์ และที่สำคัญด้านนโยบายการรับน้องของฝ่ายบริหาร

มหาวิทยาลัย ผมเคยเสนอแนะที่ประชุมเจ้าหน้าที่ด้านกิจการนักศึกษาไปว่า

     "ม.อ.ปัตตานีเราน่าจะต้องมีการ สังคายนาการรับน้องสักที  ผมว่ามันชักจะไปกันใหญ่แล้ว ไม่มีผู้ใหญ่มามองปัญหาเหล่านี้เลย   ม.อ.ปัตตานี มีนักวิชาการที่ช่วยเรื่องสมานฉันให้กับ
จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่หลายท่าน แต่กลับไม่ได้สมานฉันนักศึกษาในมหาวิทยาลัย ปล่อยให้เด็กทะเลาะกันอยู่ได้ "

      ผมรู้ตัวว่าพูดแรงไปหน่อย แต่ก็อยากให้ปัญหานี้ได้รับการแก้ไข ผมไม่อยากให้นักศึกษา

มีความรู้สึกแบ่งแยก ซึ่งวิธีแก้ก็คือ

         การสังคายนา ซึ่งแปลว่า การชำระ สะสาง เราต้องเอาคนที่รู้ เรื่องศาสนาจิงๆมาพูดกัน

มาดูว่ากิจกรรมไหนทำได้ กิจกรรมไหนทำไม่ได้ แล้วมาลองคิดกิจกรรมใหม่ๆที่นักศึกษาทั้งพุทธ

 และมุสลิมทำร่วมกันได้ พร้อมๆกันนี้เราก็หากิจกรรมที่สร้างสรรค์ ไม่มีความรุนแรงใส่เข้าไปด้วย

ชำระสะสางกิจกรรมที่ไม่เหมาะสมออกไป แต่คงไว้ซึ่งการรับน้องที่ดีงาม

ที่เสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษารุ่นพี่-รุ่นน้อง  พูดง่าย แต่ทำยาก

        ผมภาวนาให้มีการสังคายนากันเร็วๆ ทำทุกอย่างให้มันชัดเจน ก่อนที่จะรับน้องใหม่

ในปี 2549 นี้ มิฉะนั้น ปัญหาเดิมๆ ก็จะเกิดขึ้นอีก...............

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 17547
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 4
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (4)

การรับน้องสำคัญเมือนกันนะค่ะ  ที่เห็นได้ชัดก็น่าจะเป็นการที่ทำให้พี่และน้องร่วมคณะร่วมมหาวิทยาลัยได้รู้จักกันมากขึ้น การรับน้องไม่น่ากลัวอย่างที่คิดเลยค่ะ  จากที่กุ้งนางได้เคยผ่านมา ถึงแม้จะเป็นแค่การรับของชมรมเท่านั้น ยังนึกเสียดายที่ยังไม่ได้ร่วมรับน้องทั้งของคณะและมหาวิทยาลัย เสียดายจิงๆ

"แล้วมาลองคิดกิจกรรมใหม่ๆที่นักศึกษาทั้งพุทธ และมุสลิมทำร่วมกันได้ พร้อมๆกันนี้เราก็หากิจกรรมที่สร้างสรรค์ ไม่มีความรุนแรงใส่เข้าไปด้วย"

 

เห็นสอดคล้องนะคะ "ไร้รูปแบบ...หากแต่ไม่ไร้ "ใจ"..."

การรับน้องอาจจะสามารถรับรวมกันได้ เพียงแต่อย่าให้ผิดหลักศาสนาก็พอ

ส่วนเรื่องการเพลง แน่นอน มันมีบางเพลงที่ผิดหลักศาสนาอิสลามเต็มๆ เลยมีการแยก


การรับน้องเป็นกิจกรรมที่ต้องทำร่วมกันกับรุ่นพี่กับรุ่นน้องที่จะไม่มีความรุ่นแรงจะทำให้รุ่นน้องรู้จักรุ่นพี่มากขึ้น