จ่ายภาษีด้วยชีวิต


  ผ่านช่วงวันเสียภาษีรายได้บุคคลธรรมดา(โดยไม่ถูกปรับ)ไปแล้วนะคะ

ภาษีที่ต้องจ่ายจากรายได้ที่หักค่าใช้จ่ายส่วนตัว ค่าประกัน ค่าฯลฯ ไปแล้ว แต่ละคนต้องจ่ายเพิ่มหรือลด ก็คงว่ากันไปตามวิธีคำนวณเงินภาษี

  แต่มีภาษีอีกประเภทที่ต้องจ่ายให้รัฐบาลเป็นรายวินาทีด้วยชีวิต...ไม่ทราบใครเคยคำนวณไว้หรือยัง

ถ้ายัง...ขอช่วยดูจากข้อมูลการสำรวจภาวะสุขภาพคนไทยของช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมานะคะ

เราจะพบว่า....มะเร็ง...มีอัตราป่วยและตายที่สูงขึ้นเรื่อยๆ  พร้อมๆกับ

โรคเรื้อรังที่เกิดจากพฤติกรรมสุขภาพ(บวกกรรมพันธุ์ด้วยบ้าง) อย่างเบาหวาน ความดัน ฯลฯ

ความเจ็บป่วยจากอุบัติเหตุ

โรคจากสภาพแวดล้อม อย่าง โรคหอบหืด

 

ถ้าถามว่า โรคเหล่านี้เกิดขึ้นมากไหม...มากขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ และพุ่งนำโรคติดต่อขึ้นไปเรื่อยๆด้วย

โรคเหล่านี้มันสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมที่ถูกทำลาย

สภาพสังคมเปลี่ยนเป็นสังคมเมือง เร่งรีบ หวาดระแวง เครียด ไม่มีความปลอดภัยในอาหาร น้ำดื่มฯลฯ

และลงท้ายที่การเจ็บป่วยเหล่านั้น

 

เราต่างกำลังเร่งตัวเองเข้าสู่ภาวะของโรคที่เสียค่าใช้จ่ายมหาศาล หน้ำซ้ำ เราก็ยังเสียภาษีให้กับรัฐด้วยชีวิตของเราเองคือสภาพร่างกายที่ทรุดโทรม เจ็บป่วย อยู่ใช่ไหม

 

ในเมื่อเรายอมรับต่อการขาดการคุ้มครองสิทธิอันพึงมี อย่างเช่น

  • สิทธิที่จะได้อยู่ในสังคมที่เงียบสงบไม่อึกทึกด้วยเสียงเพลง เสียงเครื่องยนต์ 
  • สิทธิที่จะอยู่ในสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมที่สะอาด
  • สิทธิที่จะมีระบบขนส่งมวลชนที่ดี  และทั่วถึง

 

ยิ่งประเทศแสวงหาความเจริญทางวัตถุมากขึ้นเท่าไหร่ ก็เท่ากับเรา "จ่าย" ชีวิตของเรามากขึ้น ให้กับภาคส่วนความเจริญเหล่านั้นที่เกิดจากนโยบายภาครัฐและการขาดการควบคุมดูแลและ "คุ้มครองสิทธิพื้นฐานของการมีชีวิตในสภาพการเป็นอยู่ที่ดี" จากภาครัฐอย่างจริงจัง

 

วันนี้คุณหยุดจ่ายภาษีความเจริญด้วยชีวิตของคุณ และหรือลูกหลานของคุณหรือยังคะ

สำหรับดิฉัน..ยังค่ะ..เพราะยังไม่ทราบจะหาหนทางไหนที่จะหยุดจ่ายขณะที่ยังมีลมหายใจค่ะ

ท่านใดสามารถหยุดจ่ายชีวิตให้กับความเจริญที่ปราศจากการคุ้มครองความปลอดภัยเหล่านี้ กรุณาบอกด้วยเถอะค่ะ

 

 

 

คำสำคัญ (Tags): #ภาษีรายวินาที
หมายเลขบันทึก: 175076เขียนเมื่อ 4 เมษายน 2008 00:57 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2012 23:26 น. ()สัญญาอนุญาต: จำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (21)

สวัสดีครับ   สุดยอดครับ

ต้องขออนุญาตไปรวมนะครับ    ขอบคุณมากครับ

                                                                                   รวมตะกอน

น้องจันทร์ครับ

พี่ต้องการสิทธิการฟังสภาอภิปรายด้วยความประเทืองปัญญา มิใช่มาฟังคน "ถ่อย"  และนักเลง

  • เมื่อเราอยู่ในสังคมผิดปกติ
  • เราคงจะแก้ไขอะไรไม่ได้มาก
  • มีทางให้เลือกอยู่บ้าง เช่น

        - สร้างสังคมหมู่กันเอง คนสกุลเอ

 

  • เมื่อเราอยู่ในสังคมผิดปกติ
  • เราคงจะแก้ไขอะไรไม่ได้มาก
  • มีทางให้เลือกอยู่บ้าง เช่น

        - สร้างสังคมหมู่กันเอง คนสกุลเอ

        - สร้างพื้นที่ สภาพแวดล้อมเอง หมู่บ้ายอุ๋ยจั๋นตาวิลล่า

        - สร้างสัมคมเรียนรู้ในหมู่กันเอง เช่น อ่านบล็อกน้าสร้อย

         - รวมกันอยู่ แบบ อิ อิ

เสียภาษี เงินเดือน ให้ สส.

คุ้มไหมหนอ ให้มาทำหน้าที่

ถีบ ทะเลาะ เบาะแว้ง แย่งชิงดี

แสนเสียดาย ภาษี ที่เสียไป

ข่าวก็ลง ก็ตาม รายละเอียด

ช่างน่าเกลียด สะอิดสะเอียน เจียนคลื่นไส้

สรยุทธ ขุดคุ้ย เพื่ออะไร

ไปสนใจ..เรื่องเหลวไหล..ไร้ปัญญา

ยุคภาษีอาน เอ้ยยุคพระศรีอาริย์

อาจารย์สร้อยคะ

ถูกใจเหลือเกินบันทึกนี้

มาคิดดู เราต้องสุดดมควันรถ ที่เราไม่สร้าง แต่เราก็ต้องใช้รถ เราสร้างควันรถมากน้อยแค่ไหนต้องคิด

เราต้องมาทนฟังเสียงเพลง ที่คนอื่นเปิด เวลาเราหลับนอน คนเปิดมีความสุข แต่คนจะนอน ทุกข์เหลือเกิน

แล้วถามว่า ทำไมเราต้องเสียภาษีชีวิต ความสุข ในสิ่งที่เราไม่ควรเสีย

ฉะนั้นเวลาจะทำอะไร ก็ต้องมองด้วยคะว่า มีผลกระทบอะไรต่อผู้อื่นบ้าง

ขอบคุณบันทึกนี้ของอาจารย์สร้อยมากคะ :)

ครับผมอาจารย์ครับ

ที่จริงเราจ่ายภาษีให้รัฐเป็นการช่วยกันบำรุงประเทศนะครับแม้ว่าส่วนหนึ่งจะบำรุงกระเป๋าหรือฐานะของใครบางคนบ้าง แต่เชื่อว่าส่วนใหญ่ภาษีที่เราจ่ายไปก็เป็นส่วนสำคัญของการช่วยกันดูแลบ้านเมืองของพวกเราเองนะครับ

มีคนกล่าวว่า ภาษีเป็นเครื่องยืนยันว่าเรามีความเท่าเทียมเสมอภาคกันในสังคมนี้ ผมว่ามีส่วนหนึ่งจริงนะครับ เราต่างต้องจ่ายเพื่อส่วนรวมของประเทศนี้

แต่...กับการจ่ายลมหายใจหรือเวลาชีวิตสำหรับสิ่งแย่ ๆ หรือความเจริญทั้งหลายแล้ว การจ่ายแบบนี้ไม่มีอะไรที่ดีขึ้นเลย จะเรียกภาษีหรือเปล่า มันคือค่าธรรมเนียมแบบไหนกันแน่ ...แต่ก็อย่างที่อาจารย์บอกน่ะครับ เรายอมจ่ายเพื่อความเจริญทางวัตถุที่เรารู้สึกไปว่ามันสบายสะดวกดี

สรุปว่าเราใช้ชีวิตเราเองแบบเปลือง ๆ ไปเองนะครับ ถ้าเราหยุดจ่ายก็ได้ทันทีเช่นกัน แต่มันเป็นเรื่องใหญ่ไปแล้ว

เราไม่ใช่แค่ต้องจ่ายเวลาชีวิตเท่านั้นเรายังต้องใช้เวลาส่วนใหญ่สร้างความมั่งคั่งให้กับเศรษฐีจำนวนไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ในโลกนี้ เราสร้างความร่ำรวยให้กับผู้คนไม่กี่คน สังคมไม่กี่ประเทศ

เราไม่ใช่แค่กำลังเป็นผู้ควบคุมการจ่าย แต่เรากำลังกลายเป็นทุนมนุษย์ที่ถูกใช้โดยมีเงินเป็นเครื่องมือบังคับเราบวกกับความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ที่ไม่มีวันจบสิ้น

ก็เท่านั้นเองครับ

จะหยุดหรือครับ ผมเองก็หยุดหรือหลุดจากพันธนาการนี้ได้ แต่ผมกำลังคิดก่อการเงียบ ๆ อย่างไม่ให้พวกเจ้าของเงิน หรือพวกควบคุมรู้ตัว

วันนี้ผมพยายามใช้โทรศัพท์ให้น้อยที่สุด เพื่อผมจะไม่ถูกควบคุมทางการสื่อสาร

วันนี้ผมซื้อเสื้อผ้าน้อยลงมากที่สุด เพื่อไม่ถูกควบคุมทางการสวมใส่และวิถีแห่งการกระทำซ้ำและเลียนแบบ

วันนี้ผมดูทีวีให้น้อยลงที่สุด เพื่อหลุดจากอุบายอันแยบยลของผู้ควบคุมเรทติ้ง

วันนี้ผมปลูกอาหารกินทางเพื่อหลุดจากการควบคุมทางการบริโภค

วันนี้ผมใช้น้ำมันให้น้อยที่สุดเพื่อหลุดจากการเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจดูดเงิน

.......................

บอกแล้วครับอาจารย์ว่ามันเรื่องใหญ่จริงๆ ครับ

เรื่องภาษีชีวิตนี้เป็นเรื่องที่คิดมานานแล้วเหมือนกันค่ะพี่สร้อย

เห็นมานานแล้วว่าโลกนี้ไม่มีอะไรฟรี ... ใึครว่าอากาศฟรีกัน อิอิ

คนส่วนใหญ่เวลาซื้อของ แล้วได้ของถูก ก็คิดว่าตัวเองโชคดีได้ของถูก..ดีใจ..

หารู้ไม่กำลังจ่ายภาษีด้วยชีวิตอย่างที่พี่สร้อยบอกจริงๆ นอกจากชีวิตตัวเอง แล้วก็ยังลูกหลานด้วย.. เฮ้อ...

มาอยู่เมืองนอกเห็นเขารีไซเคิลกัน เราก็ทำเต็มที่ รู้สึกดีจริงๆ บ้านอยู่ใกล้ที่ทำงาน เดินเอา ขึ้นรถเมล์ ประหยัดมากๆ ไม่ใช่ประหยัดเงินเรา แต่ประหยัดทรัพยากรโลกน่ะ่ค่ะ แต่พอกลับไปอยู่กรุงเทพ ก็คงเข้าวงเวียนอยากจ่ายภาษี อยากทำ แต่ทำคนเดียวไม่ได้เหมือนเดิม ... ทำได้ทีละจิ๊ดเท่านั้น... แค่นี้ก็ยังดีนะคะ คิดบวกไว้ก่อนน่ะค่ะ ^ ^

ขอบคุณค่ะ อาจารย์P

นอกจากภาษีที่ต้องจ่ายอย่างที่มองไม่เห็นแล้ว ...ยังมีอีกหลายอย่างที่ "เราอาจจะจ่ายโดยไม่รู้ตัว" ด้วยใช่ไหมคะ

ในอาชีพที่เป็นอยู่....บางครั้งก็อดคิดไม่ได้ เวลาที่ "ต้อง"ไปนั่งประชุมในโรงแรม (เพื่อเก็บเครดิตภาระงาน) เพื่อฟังเรื่องเดิมๆ (แต่เปลี่ยนหน้าคนพูด) ว่า เรากำลังจ่ายเวลาของเราทิ้งไปเปล่าๆ หายใจทิ้งไปวันๆ ด้วยไหม...น่ะค่ะ

 

ขอบคุณค่ะ พี่บางทรายP

เมื่อก่อนเห็นสภาต่างประเทศ สส. ลุกขึ้นมาชกกัน ก็ยังคิดว่า โชคดีที่ยังไม่เห็น

เดี๋ยวนี้...เมื่อคนมาประกาศว่า สถานที่อันทรงเกียรติมีแต่ เสือกับหมา

แล้วพี่จะได้สิทธินั้นไหมคะเนี่ย

 

สวัสดีค่ะท่านครูบาP

อยากให้ทุกๆที่มี 4 แยกนี้ มีไฟสีชมพู ด้วยค่ะ

ขอบคุณมากค่ะที่กรุณาชี้ช่องทางเลือกให้...

ปลายเดือนนี้ครูบาคงได้ไปฟังท่านอัยการร้องเพลง กอดคนแซ่เฮ แบบใกล้ชิดติดเวทีแล้ว

เรียกว่าไปเรียกคืนภาษี ณ ที่จ่ายใช่ไหมคะ

 

ขอบคุณค่ะ อาจารย์P

 

เมื่อวานที่ทำงานก็คุยกันแต่เรื่องนี้...ยิ่งคุยก็เหมือนยิ่งขุดคุ้ย

แต่ก็รู้สึกว่า จะด้วยอะไรไม่ทราบนะคะ เดี๋ยวนี้ผู้คนสนใจอะไรสั้นๆ ข่าวที่สนใจก็จะมาจากทีวี พอวันพรุ่งก็เปลี่ยนหัวข้อเรื่องไปตาม คนอ่านข่าวในทีวีอีก เหมือนดูพลุ พุ่งขึ้นดิ่งลง พรุ่งนีก้มีพลุลูกใหม่อีก

เรื่องที่ต้องคิด ต้องติดตาม ตรวจสอบวิเคราะห์ก็น้อยลงกันไป...

เวลามีอะไรจะต้องการคำตอบ ก็จะต้องตอบ ใช่ไม่ใช่เดี๋ยวนี้วันนี้ไปกันหมดด้วย...อันนี้คือข้อสังเกตเห็นค่ะ...ไม่ทราบว่าที่อื่นๆเป็นเหมือนกันไหมนะคะ

สวัสดีค่ะ คุณP

ท่านั่งในรูปนี้เหมือนรูปปั้นที่ไหนสักแห่งนะคะ..คุ้นๆ (แต่รูปปั้นไม่ใส่เสื้อ..มั้ง)

เป็นท่านั่งคำนวณภาษี??

 

ขอบคุณค่ะ น้องP

น่าคิดนะคะว่า เมื่อเราไม่ชอบสิ่งใด ต้องไม่ทำสิ่งนั้นรบกวนคนอื่นด้วย

คำว่าเกรงใจ ใช้ได้เสมอ..จริงไหมคะ

รักษาสิทธิของตัวเองแต่ก็ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่นด้วย...

คำว่า "เกรงใจ "คงตรงกันข้ามกับคำว่า "มือใครยาวสาวได้สาวเอา" ในยุคนี้นะคะ

ขอบคุณค่ะที่ทำให้คิดต่อออกไปอีกหลายเรื่องโดยเฉพาะเรื่องของสิทธิและเสรีภาพ ทั้งของตัวเองและผู้อื่น

ขอบคุณค่ะ คุณ P

ชอบค่ะที่ บอกว่า

วันนี้ผมพยายามใช้โทรศัพท์ให้น้อยที่สุด เพื่อผมจะไม่ถูกควบคุมทางการสื่อสาร

วันนี้ผมซื้อเสื้อผ้าน้อยลงมากที่สุด เพื่อไม่ถูกควบคุมทางการสวมใส่และวิถีแห่งการกระทำซ้ำและเลียนแบบ

วันนี้ผมดูทีวีให้น้อยลงที่สุด เพื่อหลุดจากอุบายอันแยบยลของผู้ควบคุมเรทติ้ง

วันนี้ผมปลูกอาหารกินทางเพื่อหลุดจากการควบคุมทางการบริโภค

วันนี้ผมใช้น้ำมันให้น้อยที่สุดเพื่อหลุดจากการเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจดูดเงิน

ปฏิบัติไม่ยากแต่ด้วยเหตุผลที่ลึกซึ้ง...

ขอบคุณมากค่ะ...

ยังไม่สามารถปลูกผักกินเองเลยค่ะ ...แต่ก็คิดว่าน่าลองเอามาปลูกในกระถางดู...ที่แฟลตระเบียงโดนแดดทั้งวัน ...ยังนึกไม่ออกว่าต้นอะไรที่ทนแดดได้ดีๆ ...

ขอความรู้ด้วยนะคะ..ขอบคุณค่ะ

สวัสดีค่ะ น้องP

ตอนนี้ฟ้าที่เชียงใหม่ไม่ "ใส" เหมือนตอนที่เป็นเด็กๆ แล้วค่ะ เพราะรถเยอะมาก จากการที่ไม่มีระบบขนส่งมวลชนที่ดีและพอเพียงค่ะ คนรวยคนจน ต้องขวนขวายหารถใช้กันทั่วถึง...เสียภาษีด้วยชีวิตเหมือนกัน..แต่คนจนเสียมากกว่าคนรวยโดยเฉพาะคนที่ต้องอยู่ใกล้ถนนค่ะ

ถ้าฝากหายใจอากาศดีๆ ของทางโน้นได้ ก็อยากฝากด้วยนะคะ ^^

  • วันก่อน..ออกกำลังกายประจำปีไปแล้ว
  • ช่วยลดภาษีได้มั๊ยเนี่ย..^_^

อิอิ คุณครูP

ออกกำลังกายประจำปี!

 

 

 

ครับผมยังติดใจครับ

นอกจากภาษีที่ต้องจ่ายอย่างที่มองไม่เห็นแล้ว ...ยังมีอีกหลายอย่างที่ "เราอาจจะจ่ายโดยไม่รู้ตัว" ด้วยใช่ไหมคะ

ในอาชีพที่เป็นอยู่....บางครั้งก็อดคิดไม่ได้ เวลาที่ "ต้อง"ไปนั่งประชุมในโรงแรม (เพื่อเก็บเครดิตภาระงาน) เพื่อฟังเรื่องเดิมๆ (แต่เปลี่ยนหน้าคนพูด) ว่า เรากำลังจ่ายเวลาของเราทิ้งไปเปล่าๆ หายใจทิ้งไปวันๆ ด้วยไหม...น่ะค่ะ

ยังมีเรื่องภาษีสังคมที่พวกเราต้องจ่ายแทนรัฐฯ

ลองคิดดูซิว่ามีอะไรมั่ง..................

สวัสดีค่ะอาจารย์P

 

ขอบพระคุณค่ะที่ทำให้คิดต่อถึงอีกหลายอย่าง จนรุ้สึกว่าระยะนี้จ่ายภาษีอานเลยค่ะ ^^

เรียบเรียงไม่ค่อยถูกเอาเสียเลย

 

แต่อยากจ่ายบางอย่างด้วยเหมือนกัน ที่แปลกคือจ่ายแล้วเหมือนได้คืนภาษี คือแจกจ่ายความรักสามัคคี แจกจ่ายความเข้าอกเข้าใจกัน ฯลฯ

จ่ายอย่างหลังเต็มใจเสียด้วยนะคะอาจารย์

^^

 

 

 

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี