ความคุ้นเคยทำให้ไม่อาย เมื่อพูดผิดพูดถูก
แต่ละวันของการทำงานที่คลินิก นอกจากจะช่วยหมอตรวจรักษาคนไข้แล้ว เมื่อมีเวลาว่าง ผู้เขียนกับหมอ ก็จะเรียนรู้ภาษากัน หมอมีหนังสือเล่มหนึ่งที่ คนไทยเป็นครู แล้วมาช่วยงานที่วัดอยู่นาน จนรู้ภาษา ทั้งอังกฤษ ไทย ฮินดี เป็นผู้จัดทำขึ้น และมอบให้หมอ ๑ เล่ม เป็นการเขียนทับศัพท์ลงไป ซึ่งก็ช่วยได้มาก
ผู้เขียนก็จะจดคำต่างๆ ประโยคบ้าง ใส่สมุดส่วนตัว แล้วก็นำไปท่องจำ พอเวลาเช้ามาคลินิก ผู้เขียนเจอเจ้าหน้าที่ คนใดก็ตาม พวกเขาต้องถูกขอให้ฟังผู้เขียนพูดก่อน" อาปแก ซีแอ" คุณสบายดีไหม "ปานีปีนา" ขอน้ำดื่ม "การัมจาย"ชาร้อน หรืออีกหลายๆคำ ที่จะนึกขึ้นมาได้ ก็จะทำอย่างนี้ กับคนนั้น คนนี้ ถ้าพูดถูกเรื่องราว ถูกสำเนียง เขาก็จะว่า"อัดช่า" ดีมาก
เขามีน้ำใจนะ พอเราไปถึงใคร เขาก็จะหยุดฟังเราพูด อย่างตั้งใจทุกคน คนที่ได้คุยกันมากที่สุด ก็หมอB.N.SINGH นั่นแหละ โชคดีที่หมอพูดภาษาอังกฤษได้ดี และก็จะนำภาษาอังกฤษ มาขยายคำฮินดี บางครั้งก็ใช้เขียน ให้เราอ่าน หมอจะใจเย็น ใจดี อธิบายซ้ำๆจนเข้าใจ รวมทั้งอาการของคนไข้ด้วย
บอกตรงๆ สัปดาห์แรก ผู้เขียน เหมือนคนเซ่อ ฟังเขาไม่รู้เรื่องเลย ได้แต่คำที่เป็นศัพท์แพทย์ บางวันผู้เขียนรู้สึกอึดอัด ก็ไม่พูดเลย พยักหน้าไปเรื่อย เคยเป็นไหมคะ เวลา มีความรู้สึกว่า เราฟังไม่เข้าใจ มันพาลๆ จะไม่ยอมรับการเรียนรู้ไปด้วย ท้อแท้อย่างไร ก็บอกไม่ถูก
สัปดาห์ต่อมา ผู้เขียนใช้วิธี พูดไปก่อน อยากพูดอะไรก็พูด ทั้ง ๓ ภาษานั่นแหละ แต่แปลกนะ หมอกลับตั้งใจฟังดี แม้บางครั้งก็คงไม่รู้เรื่องเท่าไหร่ หรืออาจกำลังประติดประต่อเรื่องราวอยู่ก็ไม่ทราบ
การเป็นผู้เริ่มก่อนนี่สบายใจดี พูดไปเรื่อย ถามไปเรื่อย จนกระทั่งวันหนึ่ง การเรียนศัพท์ต่างๆ ก็ยังเป็นความพยายามที่ดีอยู่ ความคุ้นเคยทำให้ไม่อาย เมื่อพูดผิดพูดถูก วันนั้นหมอเกิดถามศัพท์คำหนึ่ง ซึ่งทำให้ผู้เขียนหนักใจมาก เพราะหมอได้นำคำๆนั้นมาใช้กับผู้เขียน ด้วยคงอยากให้ผู้เขียนรู้สึกดี หมอถามว่า บิวตี้ฟูล ภาษาไทยว่าอย่างไร ผู้เขียนตอบไปว่า "สวย" เท่านั้นแหละ หมอแกก็บอกว่า "คุณซวย" เฮ้ย! ไม่ใช่ ผู้เขียนโบกมือห้าม แล้วว่า สวย ไม่ใช่ซวย เพราะ ซวยคือ อันลัคกี้ หมอพยายามออกเสียงอยู่นาน ทำให้รู้ว่า ภาษาฮินดี เขาก็พอๆกับอังกฤษนั่นแหละ ไม่มีวรรณยุค ผู้เขียนไม่ยอมให้ผ่านคำนี้ไปง่ายๆหรอก ก็เล่นว่าเราซวย ใครจะยอม ในที่สุด เมื่อหมอเข้าใจว่า ใช้คำว่าซวยไม่ได้ จึงต้องฝึกอยู่นานทีเดียว
จะบอกว่า ทุกวันนี้ หมอไม่ว่าผู้เขียนซวยอีกแล้วค่ะ พูดว่าสวยได้ชัดเจนดีมากค่ะ อัดช่า!
เป็นช่วงชีวิตที่น่าจดจำนะครับ คนที่ผ่านบ้านผ่านเมืองมามาก ย่อมได้เปรียบในเรื่องการมอง มีมุมมองที่ดีดีเยอะ อย่างท่านทูต ที่ผ่านมามากย่อมเห็น เข้าใจ และใช้ทักษะนั้นๆเพื่อประโยชน์แก่ตย แก่สังคม และประเทศชาติได้มหาศาลครับ
น้องรุ่งสบายดีนะครับ
สวัสดีครับพี่รุ่ง
รักษาสุขภาพด้วยนะครับ
โยคีน้อย
นี่ละ ความสัมพันธ์ระดับประชาชนกับประชาชนที่ประเทศที่มีความสัมพันธ์ที่ดีต้องการ
ในกรณีของไทยกับอินเดีย จะเห็นได้ว่า เรามีอะไรที่ร่วมกันในหลายเรื่องเช่นศาสนา ซึ่งเกิดขึ้นมาจากวิถีอินเดีย วัฒนธรรม ที่เรานำมาจากอินเดียหลายอย่างและยังคงใช้อยุ่ทุกวันนี้
โยคีน้อยจะสังเกตุได้ว่าภาษาฮินดีนั้นส่วนหนึ่งก็มาจากสันสกฤตนั่นเอง เช่นคำว่า ปานี ที่หมายถึงน้ำ ก็คือคำ ปานะ ที่เรายังใช้อยู่ เวลาจะถวายน้ำแด่พระหลังเที่ยงวันไปแล้ว ก็จะถวายน้ำปานะ ซึ่งในความเข้าใจของเราคือน้ำผลไม้
หนังสือที่คนไทยจัดทำให้หมอน่าสนใจครับ เป็นลักษณะคู่มือการพูดไทยสำหรับหมอแขก ก็สิ่งเหล่านี้ละครับที่จะต้องนำมาสร้างสรรค์ อีกหน่อยโยคีน้อยจะสามารถทำคู่มือหมอ/พยาบาลสำหรับไปดูงานที่คลินิควัดไทยกุสินารา ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมาก
เห็นโยคีน้อยเขียนถึงคุณหมอแบบนี้ ก็น่าชื่นชมกับคุณหมอบี เอ็น ซิงห์มาก ซึ่งควรจะติดต่อกันต่อไป และในอนาคตหากคุณหมอไปเที่ยวเมืองไทย ฝ่ายเราก็น่าจะต้อนรับคุณหมอ (โยคีน้อยจึงควรเชิญคุณหมอได้เลย)ผมแน่ใจว่าลุงเอกสามารถช่วยได้ในจุดนี้ รวมทั้งชาว G2K ที่อาจจะเป็นเจ้าภาพต้อนรับและพาคุณหมอไปเรียนรู้ภูมิปัญญาของไทยบ้าง
นีละครับที่คุณบางทรายพูดถึง การทุตวัฒนธรรมระหว่างประชาชนต่อประชาชน
ผมยกตัวอย่างอีกว่า คลินิคที่วัดไทยกุสินารานี้ ก็สามารถมีความสัมพันธ์กับสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ เขาคันทรงได้ และอย่างเป็นทางการก็ได้ จะได้เกิดกิจกรรมและการแลกเปลี่ยนเพื่อประโยชน์ของทั้งสองฝ่ายได้
พูดมาถึงตรงนี้ ก้จะเห็นว่ามีสิ่งที่ต้องคิดและทำต่อไป ขึ้นอยู่กับธรรมจัดสรร
ผมคิดว่าเรากับอินเดียมีความใกล้ชิดทางจิตวิญญานมาก แต่เหมือนยังไม่มีโอกาสรวมจิตกัน
กิจกรรมที่โยคีน้อยกำลังไปสร้างอยู่นี้คือส่วนหนึ่ง
คงถึงเวลาแล้ว ที่การเดินทางนี้จะพัฒนาต่อไปครับ
นะมัสเต้
สวัสดีค่ะคุณ สะ-มะ-นึ-กะ
สุกรียา มากๆค่ะ
อยากให้หลายๆคน ได้ตัดสินใจมาเป็นอาสาสมัครแบบนี้ มาเรียนรู้ชีวิตอีกแบบหนึ่ง น่าสนใจ และทุกคนทำได้ คุณ สะ-มะ-นึ-กะ ลองช่วยๆคิดหน่่อยนะคะ มาได้ทุกอาชีพค่ะ
สวัสดีค่ะพี่บางทราย
คาดว่าประสบการณ์เหล่านี้ พี่บางทรายคงผ่านมาก่อนแล้ว มันเป็นความสร้างสัมพันธ์ ที่ดีมาก เป็นการพยายามที่จะเข้าใจกันด้วยดี พูดแล้วพูดอีก ฟังแล้วฟังอีก ก็ไม่เบื่อเลย อาการกลัวพูดกับคนต่างชาติไม่รู้เรื่อง เริ่มหมดไปแล้วค่ะ เขาเรียก ทลายกำแพงใจใช่ไหมคะ
สวัสดีค่ะคุณ paleeyon
อากาศที่นี่ เหลือเชื่อเลยค่ะ เช้ามืดหนาวจับใจ กลางวันร้อนมาก พอบ่ายมีพายุฝุ่นอีกต่างหาก สิ่งหนึ่งของคนที่จะมาที่นี่คือ ต้องแข็งแรง ปรับตัวได้ง่าย ก็ทั้งอาหาร การพักผ่อน และที่สำคัญ ถ้าใจบอกอยู่ได้ ทุกอย่างก็หมดปัญหาค่ะ ขอบคุณที่มาเยี่ยมค่ะ
สวัสดีค่ะพี่โยคี
ได้เรียนรู้เลย ว่าการเป็นทูต ไม่ว่าสถานะไหน ต้องใช้กำลังใจอย่างยิ่ง อดทน และมีเมตตา รักษาอารมณ์ ให้สมดุลย์ แจ่มใส มองโลกในแง่ดี
อีกอย่างคือการปรับเปลี่ยนวิธีการ การตัดสินใจ อ้อ ต้องมีรอยยิ้มสม่ำเสมอ โยคีน้อยเป็นทูตระดับล่างคิดว่าเท่านี้ ก็จะพอสร้างความสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกันได้บ้าง
อยากให้หมอมาเมืองไทย หมอเคยบอกว่า คงไม่มีโอกาส หมออยู่อย่างสมถะ ขับมอร์เตอร์ไซด์ ก็ขอฝากให้ชาวG2K ได้รับพิจารณาเรื่องนี้ไว้ ไม่แน่ว่าฝันอาจเป็นจริง เหมือนที่พีโยคี คิดไว้ก็ได้ค่ะ
น้ำใจของคนที่นี่คล้ายชาวไทยมาก อยากให้ไปบ้าน อยากให้กินอาหารบ้านเขา วันก่อนได้ไปบ้านหมอและเขาทำอาหารเลี้ยงตั้ง ๑๐ อย่างค่ะ จะได้เล่าให้ฟังต่อไป
ขอบคุณพี่โยคีนะคะ และหลายๆอย่างที่นำมาใช้ ก็จากการได้ศึกษาบันทึกของพี่นั่นแหละค่ะ
สวัสดีค่ะคุณหมอคนชอบวิ่ง
ไปฝึกเปิบมาแล้วค่ะ และเพื่อนที่ไปด้วยบอก แหมทำท่ากินน่าอร่อย เลยเป็นผลให้ ภรรยาคุณหมอ เติมอาหารไม่หยุด กินมื้อเที่ยงอิ่มจนถึงเย็นค่ะ
ถ้ามีโอกาส พวกเราน่าจะได้ต้อนรับ คุณหมอผู้อารีย์จากอินเดียกันบ้างนะคะ
สวัสดีตอนบ่าย 16.10น. กรุงเทพมหานคร ครับคุณหมอรุ่ง
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับคุณรุ่ง
ส่งคุณหมอผู้อารีย์จากอินเดียไปเที่ยวภูเก็ตก็ได้นะครับ ฮัดช่า...
คุณสะ-มะ-นึ-กะ
จะพยายามนะคะ แต่คงเผยแพร่ได้ในG2K นี้แหละค่ะ ได้บริการทั้งพระ ทั้งชี ทั้งสาธุชน หลายราย โดยเฉพาะ นอกเวลา คือผู้มาพักที่วัด รู้สึก เขาจะดีใจที่มีคนไทยดูแล พูดกันรู้เรื่อง แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้น ทุกอย่างก็เป็นแค่ทางผ่าน แล้วก็จากกันไป
ที่จริงถ้ามีทุน ก็อยากทำหนังสือสักเล่ม สำหรับผู้ที่ต้องการมาแสวงบุญ แบบที่ทำอยู่นี้ คือ การสละเวลา และให้โอกาสตัวเอง เพราะประสบการณ์ จากการมาอย่างไม่รู้อะไรเลยนี้ ต้องปรับตัวอยู่พักใหญ่ และใช้ไหวพริบช่วยเหลือตัวเองอย่างมาก หากมีแนวทางบ้าง ก็จะทำให้การเตรียมตัวดีกว่านี้ แต่ก็โอเคค่ะ
ขอบคุณสะ/มะ-นึ-กะ ที่ให้ข้อคิด แนวทาง และได้เข้าไปแสดงความยินดี วันครบรอบ ๑ ปี แต่ทำไมโพสแล้วไม่ขึ้น ก็ไม่ทราบ
สุขสันต์ วันครบขวบนะคะ
สวัสดีค่ะท่านอัยการชาวเกาะ
เขาเล่าลือกันว่า ภูเก็ต สวยงาม น่าไปเที่ยว แต่ก็ไม่เคยสนใจ มาตอนนี้ อยากจะไปแล้ว ก็เพราะมี ท่านอัยการ เจ้าของบ้านใจดีนี่แหละ ใจดีจนคิดจะช่วยกัน ต้อนรับแขก Gotoknow เลย
ถ้าเป็นไปได้ เราคงได้เป็นเจ้าภาพร่วมกันนะคะ
ขอบพระคุณมากๆค่ะ
สุขสันต์วันสงกรานต์ครับ ขอให้มีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรง สดชื่นแจ่มใสครับ
สวัสดีค่ะพี่บุญรุ่ง...
ระยะนี้ไม่ค่อยมีเวลาได้เข้ามาทักทาย...แบบว่างานเยอะมากง่ะ
สุขสันต์วันสงกรานต์ค่ะ ขอชื่นชมว่าพี่เยี่ยมมากเลย อ่านบันทึกแล้วรู้สึกดีจัง หาได้ยากมากที่จะมีใครสักคนเสียสละเวลาส่วนตัวมาทำงานเพื่อมนุษยชาติซึ่งโดยเฉพาะเป็นประเทศอื่นด้วย ฝากพี่เก็บเกี่ยวประสบการณ์ดีๆและความรู้สึกดีๆจากเพื่อนบ้านเรามาฝากเยอะๆนะคะ จะคอยติดตามอ่านค่ะ....แต่อย่างไรก็ขอชื่นชมจริงๆ ในความสามารถ ความตั้งใจทำดี
สวัสดีค่ะพี่รุ่ง
คิดถึงจังค่ะ ..อ่านเรื่องเล่าในบันทึกนี้ตั้งหลายรอบ เพราะยิ้มชื่นใจที่ได้ทราบว่าพี่รุ่งมีความสุขดี..
สงกรานต์ปีนี้ไกลบ้านเลยนะคะ เบิร์ดขอกราบอวยพรพี่รุ่งในนี้ค่ะ
ขอให้พี่รุ่งและครอบครัวมีความสุข สดชื่น สดใส ขอให้มีกำลังกายและกำลังใจที่เข้มแข็งในการปฏิบัติภาระกิจที่ยิ่งใหญ่ให้้สำเร็จด้วยดีทุกประการ..และขออนุโมทนาบุญกับการสร้างบารมีในครั้งนี้ค่ะ..
สวัสดีค่ะ...พี่รุ่ง
สวัสดีค่ะคุณสิทธิรักษ์
กลับมาพบข้อความจากมวลมิตรก็ยินดีมากๆเลยค่ะ ขออภัยตอบช้าไปหน่อย ที่นี่ ต้องอาศัย เวลาและจังหวะ ในการสื่อสารค่ะ บางทีกลางคืนว่างมากเลย แต่ไฟฟ้าก็ดับ มองไม่เห็นอีก แบตก็จะหมด อยู่นี่ ทำให้รู้ว่า เมืองไทยเรา แท้จริงไม่มีสักเรื่อง ที่เราจะน่าบ่นเลยค่ะ
เมื่อวานเลี้ยงพระ ฉลองสงกรานต์ มีเครื่องดื่ม น้ำขวด ที่บ้านเราต้องแช่เย็นเจี๊ยบ หรือมีน้ำแข็งทุบใส่ใช่ไหมคะ แต่ที่นี่ แค่มีน้ำหวานดื่มก็ดีพอแล้ว มันอาจจะอุ่นๆ เท่ากับอากาศด้วยซ้ำไป ทุกคนอยู่ที่นี่ อยากเรียกว่า ใจเพชรค่ะ ที่ไม่มาไม่มีวันรู้จริงๆค่ะ
สวัสดีค่ะน้องสุภาพรรณ
เห็นคนเมืองชล มาทักทาย ดีใจมาก อยากจะบอกว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตของการทำงาน ด้านสาธารณสุข พี่อยากให้ทุกคน มาวัดใจตัวเองค่ะ ที่เราคิดว่า เรามีอาชีพนี้ เพราะมีคุณธรรม ความเมตตานั้น แท้จริงมีมากเพียงใด หรือจะทำให้มาก ยิ่งๆขึ้นไป ได้อย่างไร ต้องที่นี่ค่ะ อินเดีย คุณหมอสิงห๋ไชย ผอ.อ่าวอุดม ท่านก็จะให้ เขียนเรื่องราวโดยละเอียด อาจมีโครงการ ส่งอาสาสมัคร ไปช่วยงานแบบนี้อีกก็ได้
อ่าวอุดมและบางละมุง เป็น รพ.กัลยาณมิตรอยู่แล้ว คงทำโครงการ ร่วมกันได้ หวังว่านะ ว่าแต่ น้องจะให้โอกาสตัวเองสักครั้งไหมคะ