สวัสดีครับ..
แอบเฝ้ามองเรื่องราวของสังคม บ้านเมืองตอนนี้ด้วยความครุ่นคิด..ปรุงแต่ง
ผู้คนที่เริ่มจะชัดเจน...ที่จะแบ่งเป็นสองวิถี...หรือสามวิถี...
วิถีที่แต่ละกลุ่มก็ต่างเชื่อมั่นว่า... ถูกต้อง..ดีงาม...
ในมุมของผู้ปฏิบัติ..และผู้ที่เดินสู่กุศลวิถี หรือวิถีแห่งปัญญา...
ผมเชื่อมั่นแน่ว่า....
จะมีความเข้าใจ...มองเรื่องราว ความเป็นไป...
ด้วยจิตที่สงบ เห็นด้วยตาใน ตาปัญญา..ตามกำลังที่ได้ปฏิบัติ...
ในมุมส่วนหนึ่งของผม...
เห็นว่าเรื่องราวที่ปรากฏ เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งของพัฒนาการทางสังคม
เป็นธรรมชาติ...เป็นผลลัพธ์รวมของ เหตุทางสังคม เหตุของมนุษย์เราทุกคนที่อยู่ร่วมกัน
เป็นกระแสแห่งปลายเหตุ เป็นการก่อกำเนิดขึ้นของสิ่งที่บ่มเพาะมายาวนาน...
เรื่องของอกุศลวิถี... และกุศลวิถี...
ส่วนที่เราแต่ละคนจะเห็นอย่างไร ไหลไปกับกระเเสใด หรือนิ่งสงบอย่างแท้จริง..
ก็ขึ้นกับพลังแห่งพุทธิปัญญา....ที่มีอยู่ทั้งในอดีต และปัจจุบัน
ถ้าหากจะมีเรื่องราวมากมายที่ตามมา ทั้งดีและไม่ดี...จิตของเราก็น่าจะพร้อมที่รับรู้ เรียนรู้
เพื่อร่วมกันก้าวต่อไป ...
ก้าวไปสู่สังคมแห่งพุทธิปัญญา...
สวัสดีครับคุณหมอ
หมอยังยืนอยู่แน่นในฐานะผู้ดูนะครับ
ผมก็ออกจากเวทีมายืนที่กลาง ๆ ห้องโถงเหมือนกัน แต่บางทีก็วิ่งลงจากที่ยืนลงไปดูใกล้ ๆ ขอบเวทีหรือ ลงไปเล่นกับเขาจนได้
ที่จริงผู้เล่นก็น่าจะคิดถึงผู้ที่ยืนดูอยู่บ้าง แต่นี่คงคิดว่าจะเล่นอยู่คนเดียวกลุ่มเดียวตลอดกาล หรือคิดจะสร้างผู้เล่นของตนเองของพวกตนไปเรื่อย ๆ
คิดไปแล้ว ก็เหมือน หรือคล้าย ๆ กับพวกได้สัมปทานนะครับ ก็พยายามรักษาสิทธิของพวกตนไว้ ให้ลูกให้หลานทำอยู่ทำกิน
ก็น่าเห็นใจทุกคนนะครับ แต่บางเรื่องมันก็ไม่ใช่สัมปทาน เป็นเรื่องอุดมการณ์สิทธิของทุกผู้คนในสังคม
แต่ใครจะเข้าใจบ้างล่ะครับ
พูดเรื่องเดียวกันอยู่หรือเปล่าครับเนี่ย.....คิดถึงครับ