โยคีน้อย

นี่ละ ความสัมพันธ์ระดับประชาชนกับประชาชนที่ประเทศที่มีความสัมพันธ์ที่ดีต้องการ

ในกรณีของไทยกับอินเดีย จะเห็นได้ว่า เรามีอะไรที่ร่วมกันในหลายเรื่องเช่นศาสนา ซึ่งเกิดขึ้นมาจากวิถีอินเดีย วัฒนธรรม ที่เรานำมาจากอินเดียหลายอย่างและยังคงใช้อยุ่ทุกวันนี้

โยคีน้อยจะสังเกตุได้ว่าภาษาฮินดีนั้นส่วนหนึ่งก็มาจากสันสกฤตนั่นเอง เช่นคำว่า ปานี ที่หมายถึงน้ำ ก็คือคำ ปานะ ที่เรายังใช้อยู่ เวลาจะถวายน้ำแด่พระหลังเที่ยงวันไปแล้ว ก็จะถวายน้ำปานะ ซึ่งในความเข้าใจของเราคือน้ำผลไม้

หนังสือที่คนไทยจัดทำให้หมอน่าสนใจครับ เป็นลักษณะคู่มือการพูดไทยสำหรับหมอแขก ก็สิ่งเหล่านี้ละครับที่จะต้องนำมาสร้างสรรค์ อีกหน่อยโยคีน้อยจะสามารถทำคู่มือหมอ/พยาบาลสำหรับไปดูงานที่คลินิควัดไทยกุสินารา ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมาก

เห็นโยคีน้อยเขียนถึงคุณหมอแบบนี้ ก็น่าชื่นชมกับคุณหมอบี เอ็น ซิงห์มาก ซึ่งควรจะติดต่อกันต่อไป และในอนาคตหากคุณหมอไปเที่ยวเมืองไทย ฝ่ายเราก็น่าจะต้อนรับคุณหมอ (โยคีน้อยจึงควรเชิญคุณหมอได้เลย)ผมแน่ใจว่าลุงเอกสามารถช่วยได้ในจุดนี้ รวมทั้งชาว G2K ที่อาจจะเป็นเจ้าภาพต้อนรับและพาคุณหมอไปเรียนรู้ภูมิปัญญาของไทยบ้าง

นีละครับที่คุณบางทรายพูดถึง การทุตวัฒนธรรมระหว่างประชาชนต่อประชาชน

ผมยกตัวอย่างอีกว่า คลินิคที่วัดไทยกุสินารานี้ ก็สามารถมีความสัมพันธ์กับสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ เขาคันทรงได้ และอย่างเป็นทางการก็ได้ จะได้เกิดกิจกรรมและการแลกเปลี่ยนเพื่อประโยชน์ของทั้งสองฝ่ายได้

พูดมาถึงตรงนี้ ก้จะเห็นว่ามีสิ่งที่ต้องคิดและทำต่อไป ขึ้นอยู่กับธรรมจัดสรร

ผมคิดว่าเรากับอินเดียมีความใกล้ชิดทางจิตวิญญานมาก แต่เหมือนยังไม่มีโอกาสรวมจิตกัน

กิจกรรมที่โยคีน้อยกำลังไปสร้างอยู่นี้คือส่วนหนึ่ง

คงถึงเวลาแล้ว ที่การเดินทางนี้จะพัฒนาต่อไปครับ

นะมัสเต้