เนื่องจากบันทึกนี้ ยังไม่ได้ตั้งชื่อ รบกวนท่านบล็อกเกอร์ที่เข้ามาอ่านตั้งชื่อให้ด้วยครับ ขอขอบพระคุณทุกท่านที่กรุณาให้ความร่วมมือ ถ้าท่านใดตั้งชื่อได้ถูกใจ "เด็กแว้น" อย่างผม เดี๋ยวมีรางวัลให้ครับ
สวัสดีครับ มาอีกแล้วบันทึกเรื่อยเปื่อย บันทึกตามใจฉัน วันนี้อยู่สำนักงานคนเดียว งานก็ไม่เข้ามา ขออู้งานครับ ออกไปข้างนอก เพื่อซื้อหนังสือ มาอ่าน เรียกว่า อู้งานได้หรือเปล่า ก็งานมันไม่เข้ามา อะ ประมาณ สัก บ่าย 2 โมง จึงไปที่โลตัส ชั้น 2 ขึ้นไป ล็อคที่ขายหนังสือ เมื่อเลือกหนังสือแล้ว แต่ถูกใจ แต่ ไปเจอกับเหตุการณ์นี้เข้าจึงอยากนำมาเล่าให้ฟัง มีแม่ลูกคู่หนึ่ง ลูก สัก 4-5 ขวบ แม่หาซื้อหนังสือนิตยาสารอยู่ แต่คุณลูกรบเร้าให้แม่ซื้อหนังสือให้การ์ตูนหรือหนังสืออะไรสักอย่างนี่แหละ แต่แม่ไม่สน เจ้าหนู ก็รบเร้า อยู่นั่นแหละแม่ก็ไม่สนสักที ผมเกือบจะไปถามและซื้อให้เจ้าหนูคนนี้เสียแล้ว แต่ กลัวแม่เจ้าหนูคนนี้ ว่าให้ผม อวดร่ำอวดรวย สักพักก็ออกจากร้านหนังสือนั้น เพราะไม่มีหนังสือ นวนิยาย วรรณกรรม สักเท่าไร จึงไปที่ร้านวิทยาคม ต่อ เลือกหนังสือสักพัก ไป สะดุด สะดุด อีกแล้ว มีเด็กชาย คนหนึ่งนั่งอ่านหนังสืออย่าง ขมัก เขม้น ไม่สนใจใครเลยในโลกนี้ ผมจึงคว้าโทรศัพท์มือถือที่ถ่ายรูปได้มาถ่ายรูปเด็กคนนี้ หลังจากนั้นจึงได้เข้าไปถามหนังสือ วรรณกรรม นวนิยาย ของ อ. มาลา คำจันทร์ และได้ถาม คนขายว่า เจ้าหนูผู้ชายเป็นใครทำไมชอบอ่านหนังสือ ได้คำตอบว่า เป็นลูกของ คนขายนั้นแหละครับ แม่พามาทำงานด้วย ผมแอบปลื้ม อยากได้ลูกที่ชอบอ่าหนังสือย่างนี้บ้าง อิจฉา ฮิฮิฮิฮิฮิ ยังหาแม่ไม่ได้เลย ได้แต่ ร้องเพลง “ต้องมีสักวัน ต้องมีสักวัน ท่องคำเติมฝัน” เพลงต้องมีสักวัน ของพี่ก็อต สุดหล่อ อย่างนี้ตลอดมา ผมได้หนังสือมา 2 เล่มครับ หุบเขากินคน และ แต่งโดย อ.มาลา คำจันทร์ กับ ทุ่งแสลงหลวง แต่งโดย คุณสังคีต จันทนะโพธิ แล้วก็กลับสำนักงานมาทำงานต่อ ถ้าอ่านจบแล้วจะมาเล่าให้ฟังนะครับ
บันทึกนึกนี้ ผมได้นำเทคนิคสอนให้ลูกรักการอ่านหนังสือ ให้กับคุณพ่อ คุณแม่ ชาวบล็อกเกอร์ G2K อ่านและนำไปใช้ ท่านใดที่ยังไม่มีลูกก็อ่านได้ครับ เตรียมตัวไว้ " ต้องมีสักวัน ต้องมีสักวัน ท่องคำเติมฝัน" อิอิอิ

4 เทคนิคสอนให้ลูก “รักการอ่าน” อย่างยั่งยืน !
หนึ่ง - จับจุดให้ถูก
เป็นหน้าที่ของพ่อแม่และคนใกล้ชิดที่จะสังเกตเด็กว่าสนใจเรื่องใด
และพยายามนำหนังสือประเภทที่ลูกชอบมาให้ลูกได้รู้จักและสัมผัสอย่างสม่ำเสมอ
เป็นการเปิดโลกหนังสือให้กับลูก ที่สำคัญต้องเป็นหนังสือที่เด็กชอบ
ไม่ใช่หนังสือที่ผู้ใหญ่ชอบ
และพยายามอย่าฝืนความรู้สึกลูกเด็ดขาด
ถ้าลูกไม่ชอบอ่านหนังสือวรรณคดี หรืองานวรรณกรรมเหมือนคุณ
ก็อย่าฝืนความรู้สึก
เพราะจะทำให้ลูกมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อช่วงเวลาอ่านหนังสือ
สอง - อิสระในการอ่าน
อย่าลืมว่าการจะสร้างเสริมนิสัยที่ดีให้กับเด็ก ต้องเริ่มที่ตัวเด็ก
ให้เด็กรู้สึกอยาก โดยเน้นความเพลิดเพลินเป็นหลัก
เด็กอาจจะเรียนเก่งแต่อาจชอบอ่านหนังสือการ์ตูนก็ได้
ก็ต้องปล่อยให้เด็กมีอิสระในการเลือกหนังสืออ่าน
หรือเลือกบางเวลาที่ต้องการอ่าน
สาม - อย่าเข้มงวด พ่อแม่
ผู้ปกครองอย่าผิดหวังถ้าลูกอ่านหนังสือแบบจับจด หรืออ่านไม่จบเล่ม
เพราะการที่เด็กอ่านหนังสือไม่จบเล่มเป็นเรื่องธรรมดา
แค่ลูกยอมให้หนังสือติดมือก็เป็นเรื่องที่ดีมากๆ แล้ว
สิ่งสำคัญอย่าไปกำหนดกฎเกณฑ์ว่าต้องอ่านกี่เล่ม
และอย่าตั้งรางวัล หรือวางบทลงโทษเมื่อลูกไม่สามารถทำได้
เพราะเด็กจะอ่านหนังสือเพียงเพื่อเอาใจพ่อแม่เท่านั้น
ซึ่งจะเป็นการอ่านแบบมีเงื่อนเวลา และเป็นครั้งคราว
แต่เด็กจะไม่เกิดความรู้สึกอยากอ่านขึ้นมาเอง..!!
สี่ - คนในครอบครัวต้องมีส่วนร่วม เช่น
พ่อแม่ต้องอ่านหนังสือให้ลูกเห็นทุกวัน
ผู้ใหญ่อาจชอบอ่านหนังสือตามลำพัง
แต่เด็กชอบแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากการอ่าน
เด็กเล็กชอบให้มีคนอ่านให้ฟัง
ทั้งยังชื่นชอบคนที่อ่านพร้อมแทรกเสริมและทำท่าประกอบเรื่อง
ตลอดจนให้เด็กๆ เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องที่กำลังอ่าน
เด็กที่เริ่มโตชอบอ่านออกเสียงให้พ่อแม่พี่น้องฟัง
ส่วนเด็กโตมักอยากแลกเปลี่ยนทัศนะเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน ดังนั้น
พ่อแม่ควรตามให้ทันว่าลูกอ่านอะไร
หาโอกาสพาลูกไปชมภาพยนตร์หรือเรื่องราวซึ่งสร้างจากบทประพันธ์ที่ลูกเคยอ่านบ้าง
ที่สำคัญต้องเข้าใจว่าพัฒนาการของลูกอาจไม่ทันใจ
แต่อย่าถึงกับสิ้นหวังถ้าลูกไม่ยอมอ่าน
ลีออน ฮาร์ด
กล่าวว่านิสัยรักการอ่านเป็นของขวัญทางการศึกษายิ่งใหญ่ที่สุดที่พ่อแม่จะพึงมอบให้ลูกได้
และมีคุณค่ายิ่งกว่าการเรียนพิเศษ
คอมพิวเตอร์หรือปริญญาบัตร
“นิสัยรักการอ่านเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งได้”
ทุกคนมักจะมีหนังสือเล่มโปรดอยู่ในความทรงจำ เช่นเดียวกัน
เด็กทุกคนที่มีโอกาสได้รู้จักหนังสือที่มีความหลากหลาย
และหลายประเภทก็มีโอกาสที่จะมีหนังสือเล่มโปรดของตัวเองเหมือนกัน
และหนังสือเล่มโปรดนั่นแหละที่จะเป็นประตูแห่งความประทับใจและนำไปสู่นิสัยรักการอ่านได้ต่อไปในอนาคต
ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.bloggang.com/

"" ทีแรกเหมือน(ไม่) มีสาระน้อย...แต่ตอน
ท้ายสาระเพียบ ""
ขอเสนอชื่อเรื่อง..... "ต้องมีสักวัน ไม่ว่าวัน
ไหนก้อเตรียมพร้อมไว้เสมอ" ....
......... พอไหวมั้ยคะ?
สวัสดี คุณครู UbbIbb ( อุ๊บอิ๊บ)
สวัสดีค่ะ
ขออนุญาติตั้งชื่อด้วยนะคะ
"เก็บตกจากร้านหนังสือ:อยากให้หนูๆรักการอ่าน"
เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะว่าพ่อแม่เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกเห็น ถ้าอย่างให้ลูกรักการอ่าน
สวัสดีเจ้าค่ะ คุณครูข้างถนน ที่น่ารัก
โห!! เสียแชมป์อีกและ แต่ไม่มีเป็นไร จะมาตั้งชื่อให้ อะไรดีน๊า...เดี๋ยวยังคิดไม่ออกเจ้าค่ะ สักครู่นะ รอหน่อย...ติ๊กต๊อก ๆ ๆ ๆ ปิ้ง...ก็ยังนึกไม่ออก 555555++++ งั้นเอาชื่อนี้ก็แล้วกัน
" เด็กดีอยู่หน้าหนังสือ...เด็กดื้ออยู่หน้าคอม" เอ๊ะ มันแปลกๆ เหมือนว่าตัวเอง เอาใหม่ๆ ขออีกรอบ
" อาหาหารให้สมองโดยการอ่าน..เด้อค่ะเด้อ" ก๊ากๆๆๆ เอารางวัลมาเลยด้วย รอรับรางวัล คิคิ
รักษาสุขภาพด้วยนะเจ้าค่ะ เป็นกำลังใจให้คุณครูเสมอเจ้าค่ะ ---->น้องจิ ^_^
สวัสดีครับ คุณ a l i n l u x a n a =)
สวัสดีครับ น้องจิ แซ่เฮ ^๐^!
สวัสดีครับ.
ครูสุขอตั้งชื่อเข้าร่วมประกวดด้วยคนนะ
เอาชื่อ "ทำยังไง จะให้ลูกเป็นหนอนหนังสือ ..."
ขอรางวัลเป็นตั๋วเครื่องบินไปประเทศออสเตรเลียนะครับ (ฮ่า ๆ ๆ )
สวัสดีครับ คุณครูสุ
(แวบมาจากภาระงานอันหนักอึ้ง..)
ส่งชื่อเข้าร่วมประกวดด้วยคนค่ะ (ชื่ออะไรดีหว่า...)
นึกได้แล้ว หนังสือ...กุญแจเปิดประตูสู่โลกกว้าง.. พอใช้ได้ไหมคะ
มีความสุขกับการทำงานนะคะ ^_^
สวัสดีครับ ครูตุ๊กแก