ไปงานสัปดาห์หนังสือ....แห่งชาติ....ครั้งที่..๓๖

ก่อนไป....ได้สัมผัส...อ.ขจิต

    เมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๑ ผมลืมโทรศัพท์ไว้ในรถ...พอนึกขึ้นได้ก็เที่ยงคืน..รีบไปหยิบมาดูมี หมายเลข ๐๘๗-๑๕๗๔๓๔๒ โทรเข้ามา ๔ สาย และน้องจิ อีก ๓ สาย ผมข้องใจว่าใครคงมีเรื่องสำคัญ....เพราะวันนั้นเป็นวันสุดท้ายของการส่งผลงานทางวิชาการ...ผมจึงตัดสินใจโทรกลับไปแม้จะรู้ว่าเสียมารยาทเพราะดึกแล้ว...แต่ก็มีผู้รับโทรศัพท์เป็นหนุ่มเสียงหล่อ...ว่าวันนี้จะมาเป็นวิทยากรที่วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดสุพรรณบุรี และบอกว่าได้แวะมาเที่ยวที่บ้านน้องจิด้วย...ผมไม่ได้คุยอะไรมากเพราะดึกแต่ก็บอกว่าเสียดายไม่ได้ไปช่วย..ไปเยี่ยม..เพราะวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๑ ผมจะไปงานสัปดาห์หนังสือ

   เช้าผมโทรไปหาน้องจิ..ว่าครูจะไปงานสัปดาห์หนังสือ..จะไปไหม..น้องจิจะไปแต่ผมคะเนว่า..เธอยังไม่ตื่นดี....ผมเลยบอกว่า...ยังไม่ต้องไปหรอก..เดี๋ยวครูซื้อหนังสือมาฝาก..ดีกว่า...เธอเลยเล่าให้ฟังว่าเมื่อวาน อ.ขจิต และนายช่างใหญ่ แวะมาเยี่ยม...เลยพาไปเที่ยวในทุ่งนา

     วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๑ ผมขับรถไปจอด Big C บางใหญ่แล้วขึ้นรถเมล์ ๒ ต่อ ถึงศูนย์ประชุมแห่งชาติ เดินจ่ายตลาดหนังสือที่มีนับร้อย นับพัน ร้าน จากสำนักพิมพ์ บริษัท และหน่วยงานต่างๆ ยิ่งบ่ายคนยิ่งแน่น บางร้านคนจะมุงกันแน่นไปหมด ทางเดินก็เริ่มแคบลงๆผมเดินตั้งแต่ ๑๑.๐๐ น.ถึง ๑๕.๐๐น.ได้หนังสือมาหลายเล่ม ฝากลูก ฝากเมีย ฝากตัวเอง ฝากลูกศิษย์(น้องจิ เป็นพจนานุกรม) ฝากผู้มีพระคุณ(ครูโรงเรียนเก่าท่านเป็นอัมพาต ผมซื้อเรื่องอัมพาตมีทางรักษาหายไปให้ท่านอ่าน) และซื้อ วีซีดีเตรียมไปสอนสามเณร ภาคฤดูร้อน ๒ วัดที่ผมเคยไปช่วยคือวัดทองประดิษฐ์ กับวัดรางเทียน

    ผมเดินซื้อหนังสือ ชมหนังสือ ไปจนเมื่อยต้องนั่งพักหลายครั้ง..ในที่สุดก็เดินฝ่าฝูงชนที่หนาแน่นออกไปขึ้นรถกลับบ้าน วันนี้ดวงไม่ค่อยดีนัก ขึ้นรถเมล์ก็ไม่ได้นั่งเพราะมีผู้หญิง มีคนแก่มายืนอยู่ข้างๆใครจะทน..แกล้งนั่งหลับอยู่ได้ พอกลับมาถึงรถเก๋งปรากฏว่า แบตเตอรี่หมด..ต้องหาช่างมาเปลี่ยน   กว่าจะกลับถึงบ้านก็เกือบ ๓ ทุ่ม เหนื่อยกาย เมื่อยกายแต่ก็สุขใจ...  ครับ

   ผมดีใจที่คนไทยรักหนังสือสนใจหนังสือ...ใครว่าคนไทยไม่รักไม่สนใจอ่านหนังสือผมว่าไม่จริง..เพียงแต่เขาไม่มีโอกาส...เหมือนคนกรุง..หรือคนในเมืองใหญ่ๆเท่านั้นเอง