สวัสดีครับวันนี้ นำเรื่องงามาฝาก
ผมเป็นคนที่ชอบในงานเกษตรเป็นอย่างมาก มีเวลาว่างมักจะหาหนังสือที่เกี่ยวข้องกับเกษตร มาอ่าน
และประจวบเหมาะกับจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีผลิตภัณฑ์ที่ทำจากงาจำหน่าย
เป็นสินค้าของจังหวัด กระนั้นผมก็ได้อ่านหนังสือเกษตร เจอเรื่องงา ก็เลยอยากฝากให้
ผู้ที่สนใจศึกษาเรื่องงา ได้นำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ครับ
งาเป็นพืชน้ำมันที่สำคัญทางเศรษฐกิจพืชหนึ่งของประเทศ และมีแนวโน้ม ที่จะทวีความสำคัญขึ้นทุกปี เนื่องจากเป็นพืชที่มีศักยภาพในการผลิตและการตลาดสูง สามารถปลูกขึ้นง่าย ลงทุนน้อย ทนต่อสภาพความแห้งแล้งได้ดี เกษตรกรนิยมปลูกงาก่อน และหลังการทำนา หรือหลังจากการเก็บเกี่ยวพืชหลัก การปลูกงามีทั้งในสภาพไร่และสภาพนา ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ของแต่ละท้องถิ่น เมล็ดงาและน้ำมันงามีคุณค่าทางด้านโภชนาการสูง เมล็ดงาประกอบด้วยน้ำมัน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน และแร่ธาตุต่าง ๆ ที่จำเป็นหลายชนิดในเมล็ดงาจะมีน้ำมันงาประมาณร้อยละ 47-60 มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง จึงเหมาะที่จะนำมาใช้บริโภคเพราะช่วยกันรักษาระดับโคเลสเตอรอลในร่างกาย ป้องกันไม่ให้เกิดหลอดเลือดแข็งตัวหรือเส้นเลือดอุดตัน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคหัวใจขาดเลือด ที่สำคัญนะครับ การผลิตงาของประเทศไทย ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด ทั้งภายในและต่างประเทศ ซึ่งมีความต้องการเพิ่มมากขึ้นทุกปี ครับ มาดูข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องงา งา กันเถอะครับ
การปลูกงาก็ต้องศึกษาในเรื่องสภาพดินฟ้าอากาศที่เหมาะสม
สภาพภูมิศาสตร์
งาเป็นพืชเขตร้อนชอบอากาศร้อนและแดดจัด อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต
ประมาณ 27-30 องศาเซลเซียส ไม่ชอบอากาศหนาวเย็น ถ้าอุณหภูมิต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส
การงอกจะช้าลง หรือ อาจจะชะงักการเจริญเติบโต แต่ถ้าอุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส
จะทำให้การผสมเกสรติดยากการสร้างฝักเป็นไปได้ช้า
ต่อไปก็เป็นเรื่องดิน ที่เหมาะสำหรับปลูกงา
งาสามารถขึ้นได้ดีในดินแทบทุกชนิด แต่จะขึ้นได้ดีที่สุดในดินร่วนทรายที่มีความอุดมสมบูรณ์
พอสมควร มีการระบายน้ำดีและมีความเป็นกรดเป็นด่าง ระหว่าง 6.0-6.5 ไม่ทนต่อสภาพน้ำขัง
ถ้าปลูกในดินเค็มรากของงาจะชงักการเจริญเติบโต ทำให้ผลผลิตของงาลดลง
น้ำที่เหมาะกับงา
งาเป็นพืชที่ค่อนข้างทนแล้งได้ดี ปลูกได้ในเขตที่มีปริมาณน้ำฝนตั้งแต่ 300 ถึง 1,000 มิลลิเมตร
หรือปริมาณน้ำฝนปานกลางถึงฝนตกชุก แต่ไม่เปียกแฉะหรือน้ำท่วมขังในฤดูปลูก งาสามารถเจริญเติบโต
อยู่ได้ถ้าฝนแล้งในช่วงสั้น ๆ อัตราการใช้น้ำของงาหลังจากการงอกจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงช่วงระยะออกดอก
เป็นช่วงที่งาใช้น้ำมากที่สุด ดังนั้น การขาดน้ำในระยะนี้จะมีผลกระทบต่อผลผลิตของงาเป็นอย่างมาก ครับ
อ่านแล้วสนใจที่ปลูกกันไหมครับ และ บันทึกต่อไปจะนำเสนอเรื่องงานต่อครับ
สวัสดีครับคุณ Wardah
สวัสดีครับ
ผมเิริ่มมีความสนใจที่จะทำธุรกิจกับงาดำครับ แต่ข้อมูลยังไม่มาก
ผมจะสกัดน้ำมันงาเพื่อการส่งออก จึงมีความคำถามจะรบกวนดังนี้ครับ
1. พื้นที่ใดในประเทศที่มีความความเหมาะสมที่จะทำการปลูก โดย
ผมจะต้องการพื้นที่ประมาณ 10,000 - 20,000 ไร่
2. ถ้าคุณสนใจจะส่งผลิตให้กับเรา เราก็ยินดีนะครับ แต่ผมคงต้อง
ทราบข้อมูลเบื้องต้นอย่างเปอร์เซ็นต์การให้น้ำมัน,ปริมาณที่จะส่งให
เป็นต้น
้ขอแสดงความนับถือ