"เตี๋ยวน้ำตก-เลือดดิบ"กินถึงตาย

จากที่ผมได้อ่านข่าวหนังสือพิมพ์ข่าวสด ก็ได้ทราบข่าวเกี่ยวกับก๋วยเตี๋ยวน้ำตกลองอ่านดูนะครับ
(โดยเฉพาะผู้ที่ชอบกินก๋วยเตี๋ยวน้ำตก)
สธ.เตือน "ก๋วยเตี๋ยวน้ำตก" ใส่เลือดสดๆ เสี่ยงติดเชื้อแบคทีเรีย "สเตร็พโตค็อกคัส ซูอิส"
ซึ่งเกิดจากน้ำซุปเดือดไม่ดีพอทำให้เชื้อไม่ตาย กินเข้าไปเกิดอาการหูหนวกเฉียบพลัน ทำลายเยื่อหุ้มสมอง ถ้าเข้ากระแสเลือด ทำให้ช็อก ไตวาย ถึงตายได้ถ้าไม่ได้รับการรักษาภายใน 14 วัน ระบุเชื้อโรคนี้เติบโตได้ดีในหน้าร้อน เคยพบเมื่อปี 2542 ที่ลำพูนคนติดเชื้อเสียชีวิตหมด 10 ราย ปี 2544 เสียชีวิต 7 ราย ปี 2549 เสียชีวิต 2 ราย กรมควบคุมโรคแนะวิธีกินอาหารอย่างปลอดภัยควรกินตอนร้อนๆ และปรุงให้สุกทุกครั้ง
เมื่อร่างกายคนมีแผลไปจับต้องหมูและกินเนื้อหมูหรือเลือดสด ความน่ากลัวของเชื้อแบคทีเรีย สเตร็พโตค็อกคัส ซูอีส ไม่เพียงแต่ทำให้หูหนวกและสูญเสียการทรงตัว แต่หากผู้ป่วยเข้ารับการรักษาช้าอาจทำให้เชื้อแบคทีเรียทำลายเยื่อหุ้มสมองจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยหากไม่ได้รับการรักษาผู้ป่วยจะเสียชีวิตภายใน 14 วันหลังจากรับเชื้อ ประชาชนจึงควรรับประทานแต่อาหารที่ปรุงสุกก่อนเท่านั้น อย่างไรก็ตามยังไม่มีรายงานการติดต่อเชื้อนี้จากคนสู่คน ส่วนสาเหตุที่ต้องออกมาเตือนเรื่องนี้เพราะต้องการให้ประชาชนตระหนักถึงอันตรายของการบริโภคเนื้อหมูดิบ เลือดดิบ เพราะปัจจุบันยังมีประชาชนอีกเป็นจำนวนมากนิยมบริโภคของดิบ เลือดดิบ จึงจำเป็นต้องเตือนก่อนที่จะมีคนป่วยหรือเสียชีวิต
อาการของผู้ที่ได้รับเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ถือว่ามีความรุนแรงและน่ากลัว โดยเมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายจะเข้าสู่กระแสเลือด และเข้าไปสู่เยื่อหุ้มสมอง จนเกิดอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบอย่างรวดเร็วภายใน 3 วัน หลังจากผู้ป่วยได้รับเชื้อจะมีอาการไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ เนื่องจากเยื่อหุ้มสมองอยู่ใกล้กับปลายประสาทหูชั้นในทั้งสองข้าง เชื้อจึงลุกลามและทำให้เกิดหนองที่ปลายประสาทรับเสียงและประสาททรงตัว ทำให้หูตึงและหูหนวกร่วมกับอาการเวียนศีรษะและเดินเซ อาการทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นภายใน 14 วัน หลังจากเริ่มอาการไข้
จะพบอยู่ที่บริเวณคอต่อมทอนซิล และเยื่อบุโพรงจมูกของหมู และพบประปรายในวัว แกะและแพะ เมื่อคนได้รับเชื้อนี้เข้าสู่ร่างกายประมาณ 1-3 วัน หากเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรุนแรงทำให้มีไข้ เวียนหัว ช็อกและไตวายเฉียบพลันถึงขั้นเสียชีวิต โดยเชื้อชนิดนี้จะเข้าสู่ร่างกายคน หากนำหมูหรือเลือดหมูที่มีเชื้อมารับประทานโดยวิธีการปรุงไม่สุก และเมื่อเชื้อชนิดนี้เข้าสู่ร่างกายจะเข้าทำลายระบบหูเป็นอันดับแรก หากเกิดภาวะแทรกซ้อนอาจทำให้ตาบอด โดยพบว่าส่วนใหญ่คนที่ได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกายมีโอกาสที่จะเกิดหูหนวกหรือหูดับ ถึงประมาณ 70-80 เปอร์เซ็นต์
ซึ่งสามารถเข้าไปอยู่ในลำไส้ของคนได้ หรือเข้าไปฝังตัวในเนื้อเยื่อของคน ทำให้เกิดถุงน้ำที่เรียกว่า ซิสติกเซอร์โครซีส (Cysticer cosis) ซึ่งเกิดจากการกินไข่พยาธิตืดหมูที่ติดอยู่ตามผัก ผลไม้ หมูดิบ พยาธิตัวอ่อนจะฟักจากไข่ ไชทะลุลำไส้เข้าสู่กระแสเลือดหรือน้ำเหลืองไปยังกล้ามเนื้อ หรืออวัยวะต่างๆเช่น เนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง กล้ามเนื้อ สมอง ไขสันหลัง ตา หัวใจ ตับ ปอด ในช่องท้อง และฝังตัวโดยมีถุงน้ำหุ้ม อาการและอาการแสดงของการมี Cysticercosis ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของถุงน้ำ เช่น ถ้าอยู่ใต้ผิวหนัง ก็จะมีก้อนใต้ผิวหนัง ถ้าอยู่ใต้ตา ก็จะทำให้ปวดตา ตาพร่ามัว สายตาผิดปกติ ถึงขั้นตาบอด ถ้าอยู่ในสมองบางครั้งอยู่ได้เป็นปีโดยไม่มีอาการ อาจมีปวดศีรษะบ้าง ถ้าถุงน้ำดังกล่าวไปอุดทางเดินของน้ำไขสันหลัง ทำให้ความดันในสมองสูง อาจทำให้เกิดอาการชัก ซึ่งเป็นอาการที่ผู้ป่วยไปพบแพทย์มากที่สุด
"นอกจากการกินเนื้อหมูที่ไม่สุกหรือเลือดหมูที่ไม่สุกแล้ว คนสามารถติดเชื้อได้จากการสัมผัสกับหมูที่ติดโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงหมู คนทำงานในโรงฆ่าสัตว์ คนชำแหละเนื้อหมู สัตวบาล และสัตวแพทย์ โดยเชื้อจะเข้าสู่ร่างกายผ่านทางบาดแผล รอยถลอก หรือเยื่อบุตา วิธีการป้องกันจึงควรสวมถุงมือทุกครั้งขณะปฏิบัติหน้าที่" รองอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว
น.พ.ศิริศักดิ์กล่าวอีกว่า เชื้อแบคทีเรียสเตร็พโตค็อก คัส ซูอีส แบ่งย่อยได้เป็น 29 สายพันธุ์ สายพันธุ์ที่ก่อโรครุนแรงในหมูคือ
ไทร์ 2 โดยที่ผ่านมามีรายงานคนป่วยเนื่องจากการติดเชื้อชนิดนี้ครั้งแรกที่ประเทศเดน มาร์ก เมื่อปี 2511 และเมื่อเดือนมิ.ย.2548 เกิดการระบาดของโรคติดเชื้อชนิดนี้ในหมูและคนในมณฑลเสฉวน ประเทศจีน ทำให้มีผู้ป่วยตายเป็นจำนวนมาก
จากข้อมูลประเทศไทยมีรายงานการพบผู้ป่วยลักษณะนี้ตั้งแต่ปี 2529 โดยป่วยเป็นโรคสเตร็ปโตค็อกโคซิส มีอัตราการตายประมาณ 10 %
ต่อมาในปี 2542 มีผู้ป่วยที่ร.พ.ลำพูนป่วย 10 คน เสียชีวิตทั้งหมด นอกจากนี้ยังพบผู้ป่วยติดเชื้อที่จ.เชียงใหม่ 40 ราย นครสวรรค์ 30 ราย ต่อมาช่วงเดือนก.ค.2544-ก.ค.2545 พบผู้ป่วย 19 ราย เสียชีวิต 7 ราย ที่เหลืออีก 12 ราย มีความพิการหูหนวกทั้งสองข้าง 3 ราย และอัมพาตครึ่งซีก 1 ราย อีกทั้งช่วงเดือนพ.ค.-ส.ค.2549 เฉพาะที่จ.ลำพูน พบผู้ป่วย 15 ราย เสียชีวิต 2 ราย และหูหนวก 4 ราย โดยผู้ป่วยทุกรายมีประวัติสัมผัสหมู เนื้อหมูดิบ กินเลือดหมูดิบๆ และก่อนหน้านี้ มีรายงานว่ามีการออกสำรวจเขียงหมู 100 แห่งในจ.เชียงใหม่ พบเชื้อแบคทีเรีย "สเตร็พโตค็อกคัส ซูอีส" ถึงร้อยละ 20 ของหมูที่ออกสำรวจ
ในขณะนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูร้อน ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลายโรค ทั้งโรคระบบทางเดินอาหาร ที่เกิดจากการบริโภคอาหารหรือน้ำดื่มที่ไม่สะอาด โรคไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น เนื่องจากในหน้าร้อน เชื้อแบคทีเรียก่อโรคจะเจริญเติบโตได้ดีกว่าฤดูอื่นๆ ซึ่งโรคที่เกิดจากการบริโภคอาหารที่ปรุงไม่สุก ที่น่าเป็นห่วงโรคหนึ่งคือ โรคที่เกิดจากการติดเชื้อสเตร็พโตค็อกคัส ซูอีส เกิดจากการบริโภคอาหารที่ปรุงจากเนื้อหมูที่ไม่สุกและราดด้วยเลือดดิบๆ เช่น ก๋วยเตี๋ยวน้ำตก เป็นอาหารที่เข้าข่ายความเสี่ยงมาก หากน้ำก๋วยเตี๋ยวไม่ร้อนจัดก็ไม่สามารถฆ่าเชื้อได้ หากเลือดหมูมีเชื้อแบคทีเรียดังกล่าวอยู่ ก็สามารถที่จะติด
"ก๋วยเตี๋ยวน้ำตกที่มีการนำเลือดหมูมาผสมกับน้ำก๋วยเตี๋ยวทำให้เข้มข้นมีรสชาติดีขึ้น ซึ่งหากน้ำก๋วยเตี๋ยวที่นำมาปรุง เป็นน้ำก๋วยเตี๋ยวที่เดือดหรือร้อนจัด จะไม่มีปัญหาเพราะความร้อนสามารถฆ่าเชื้อได้ แต่ส่วนใหญ่ที่พบคือ พ่อค้าแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวจะนำเลือดเทใส่กระบวยตักน้ำก๋วยเตี๋ยวแล้วแกว่งๆในน้ำร้อนไม่ถึง 30 วินาที ก็นำกลับมาเทใส่ชามให้ผู้บริโภคซึ่งอันตรายมาก
ช่วงนี้น่าร้อยระวังสุขภาพด้วยนะครับ
ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ สุขภาพเป็นสิ่งสำคัญจริงๆ
แต่ตัวหนังสืออ่านยากไปนิดนึงค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณนะครับ
จะแก้ไขนะครับ
สวัสดีค่ะ คุณวัลลภ
ขอบคุณมากค่ะ สำหรับข่าว เป็นการเตือนเพื่อนที่ชอบกินน้ำตกได้ดีค่ะ
ตัวดิฉัน ก็ชอบกินน้ำตกเอามาก ต่อไปนี้ต้องระวังแล้วค่ะ
ขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆ อีกครั้งค่ะ
สวัสดีครับคุณนกน้อย
ขอบคุณนะครับ
ดูแลสุขภาพด้วยนะครับ
สวัสดีครับ อาจารย์ วัลลภ สุวรรณอาภา
ขอบคุณครับ :)
สวัสดีครับอาจารย์ Wasawat Deemarn
ที่ได้เข้ามาเยี่ยมเยียนและให้ข้อคิดตลอดมา ขอบคุณอาจารย์มากครับ
สวัสดีค่ะ อาจารย์วัลลภ
สวัสดีครับ Jeed ครูแก้วตา อาณาจักร์
ผมก็ยังไม่ค่อยสบายเท่าไหร่นะครับ ก็ยังไม่หายไอหน่ะครับ
อาจารย์แก้วตาชอบทานก๋วยเตี๋ยวน้ำตกหรือครับ ต่อไปต้องระวังหน่อยนะ เพราะค่อนข้างจะอันตราย ยิ่งฤดูร้อน ทานอะไรต้องระมัดระวังมากๆนะครับ
สวัสดีค่ะ
แวะมาเยี่ยมทักทายนะคะ อ่านแล้วนับว่ายังโชคดีค่ะที่ไม่ทานก๋วยเตี๋ยวน้ำตกเลยคือไม่ชอบอะไรที่เป็นเลือด ๆ แม้แต่กินเย็นตาโฟยังไม่ใส่เลือดค่ะ คนที่บ้านก็ไม่ชอบสักคนค่ะ ขอบคุณสาระดี ๆ นะคะ
สวัสดีครับคุณ หนูน้อยหมวกแดง
ก็ดีครับที่ไม่ชอบทานเลือด บางร้านก็ทำไม่สะอาด อาจจะทำให้ปวดท้อง ท้องเสียด้วย ยิ่งหน้าร้อนยิ่งต้องเอาใจใส่ในความสะอาดให้มาก
ขอบคุณครับที่แวะมา
กินน้ำตกหมูตั้งแต่10สิงหาคม2562กลับมาก็ปวดท้องปวดหัวปวดตัวปวดเบ้าตามีไข้ ถ่ายเหลว กินยาลดไข้ทุก6ชั่วโมงกินยาฆ่าเชื้อเกลือแร่คลายกล้ามเนื้อยาแก้ปวดท้องจนตอนนี้วันที่13สิงหาคม2562ก็ยังปวดท้องอยู่ค่ะ