คิดอย่างไรได้อย่างนั้น

คิดอย่างไร ได้อย่างนั้น

                                                                            

                                                                อันของสูง แม้ปอง  จะต้องจิต

                                                หากมิคิด ปีนป่าย จะได้หรือ

                                                อยากมีแฟน ไม่คิดจีบ จักได้พรือ

                                                จงฝึกปรือ ฝึกรัก จักชำนาญ

                                                                                                                มหาอุปราช

 

               หากจะพูดว่าความคิดมีอิทธิพลต่อมนุษย์อย่างไร หลายท่านคงรู้ดีว่าความคิดเป็นตัวแปรสำคัญที่สามารถทำให้บุคคลประสบความสำเร็จได้ ดูตัวอย่างคุณจาพนม  ยีรัม เขาเป็นบุคคลที่มีความคิดและความฝันที่จะเป็นดาราคิวบู๊ที่โด่งดังอย่างเฉินหลง ปัจจุบันเขาเป็นนักแสดงคิวบู๊ที่โด่งดังคนแรกของประเทศไทย

            ความคิดยังมีอิทธิพลส่งไปถึงการบำบัดรักษาทางแพทย์ หลายท่านคงเคยได้ยินการรักษาโรคมะเร็งโดยการใช้ความคิดหรือจินตนาการในการรักษา โดยให้ผู้ป่วยคิดจินตนาการว่าเราขับยานอวกาศเข้าไปในร่างกายแล้วยิงทำลายเนื้อร้ายหรือมะเร็งนั้นๆ พบว่าสามารถช่วยในการรักษาได้เป็นอย่างดีเมื่อควบคู่กับการรักษาด้วยยาแผนปัจจุบัน

            ความมหัสจรรย์ของ พลาซีโบ เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ยืนยันได้ว่าความคิดนั้นมีอิทธิพลต่อร่างกาย

พลาซีโบ คือ ยาที่ผลิตจากน้ำตาลแลคโตส หรือเศษขนมปังบรรจุไว้ในแคปซูล สรรพคุณของยานี้ไม่ได้ผลด้านการบำบัดรักษา แต่กลับเป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์ว่ามีส่วนช่วยในการรักษาได้อย่างน่าอัศจรรย์

            พลาซีโบมีรากศัพท์มาจากภาษาละติน หมายถึง การทำให้พึงพอใจ ซึ่งเจ้าตัวยานี้เองที่ส่งผลต่อความคิดของผู้ป่วยโดยหมอจะแนะนำให้ผู้ป่วยเชื่อว่ายานี้สามารถทำให้หายจากโรคได้ สิ่งที่ตามมาผู้ป่วยหายจากโรคร้ายได้อย่างน่าประหลาดใจโดยเกิดจากผลของการคิดทั้งสิ้น

            แต่ในทางตรงกันข้ามเจ้าตัวความคิดนี้ ก็ยังสมารถสงผลในแง่ลบได้เช่นกัน เช่นหญิงสาวผู้หนึ่งเป็นโรคฮิสทีเรีย เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ด้วยอาการคลุ้มคลั่งเพราะคิดว่ามีฝูงผึ้งบินมาและทำร้ายเธอทั้งที่ในความเป็นจริงไม่มีแม้แมลงตัวเล็กๆ  สักครู่หนึ่งหญิงสาวก็กรีดร้องแล้วบอกว่าผึ้งได้ต่อยที่ดวงตาของเธอ แพทย์และพยาบาลก็เข้าไปดูพบว่าตาของเธอบวมแดงเหมือนโดนผึ้งต่อยจริงๆ จะเห็นได้ว่าความคิดนั้นสามารถทำให้เป็นไปตามที่คิดได้อย่างเหลือเชื่อ

            การคิดอย่างไรแล้วได้อย่างนั้นอาจมองว่ามีพื้นฐานที่สำคัญคือความเชื่อ และศรัทธาการอ้อนวอนขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยเหลือ หลายท่านคงเคยบนบาลศาลกล่าวขอให้ไม่ติด E วิชาภาษาอังกฤษ นั่นคงเป็นเพราะเมื่อเรามีความทุกข์ใจ เราต้องการหาที่พึ่งสิ่งเหล่านี้นั้นมีส่วนช่วยให้เราได้สิ่งที่ปรารถนา เราจึงคลายทุกข์ลงและพร้อมที่จะเผชิญอย่างเต็มที่ และแล้วก็ไม่ติด E จริงๆ เราจึงกลับไปยกความดีความชอบไปให้กับสิ่งต่างๆที่เราถือว่าศักดิ์สิทธิ์ ทั้งที่จริงมันเกิดจากอิทธิพลแห่งความคิดของเราทั้งสิ้น

            เมื่อพูดถึงความศรัทธาหากไม่กล่าวถึงศาสนานี้คงไม่ได้ นั่นคือ คริสต์ศาสนา ซึ่งถือเป็นศาสนาซึ่งมีอิทธิพลต่อความคิดของผมเลยก็ว่าได้ เพราะผมได้ศึกษาชั้นอนุบาลและชั้นประถมที่โรงเรียนสอนศาสนาคริสต์ ซึ่งที่นั่นผมได้ซึมซับคำสอน และคำสอนหนึ่งที่ผมยังจำได้ดีนั่นคือ ขณะเมื่อท่านอธิฐานต่อพระเจ้า ขอสิ่งใด จงเชื่อว่าได้รับแล้วท่านจะได้รับสิ่งนั้น

            การขอพร การอ้อนวอน การตั้งจิตอธิฐาน หรือ การตั้งสัจจะ ล้วนเป็นการกำหนดแนวทางความคิดที่ไปสู่สิ่งที่ปรารถนา ดังที่เด็กชายคนหนึ่ง เป็นเด็กขี้อาย มีความกลัวทุกครั้งที่จะต้องออกมาพูดหน้าชั้นเรียน เขาพยายามฝึกตัวเองมากเพียงใดความกลัวก็ไม่ได้ลดลงเลย เพราะเขายังคงคิดว่า เขาไม่สามารถทำได้ จนเขาได้เรียนรู้ถึงวิธีการสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง โดยการขอพรและเชื่อมั่นในคำขอนั้น อีกทั้งยังเปลี่ยนความคิด ว่าเขามีศักยภาพพอและสามารถทำได้

            และวันนี้เด็กน้อยคนนั้นก็สามารถมายืนต่อหน้าทุกๆท่านได้อย่างภาคภูมิใจ นั่นเป็นเพราะเด็กคนนี้ได้เรียนรู้และประยุกต์การมองโลกในแง่ดีผสมกับความเชื่อมั่นในศักยภาพในตนเองมาใช้และเด็กน้อยคนนี้ก็มีวิธีคิดอย่างไรได้อย่างนั้นมาฝาก

1. ฝึกคิดเชิงบวก

มองทุกอย่างในด้านดี มองคนอื่นในแง่ดี ยอมรับตนเอง ยอมรับคนอื่นยอมรับเพื่อนร่วมงานจะทำให้เราเข้าใจคนอื่น ให้โอกาสตนเอง และคนอื่นไม่ท้อง่ายการคิดแบบนี้ทำให้เราเข้าใจคนอื่นมากขึ้น และบรรยากาศการทำงานในองค์กรดีขึ้น

2. หาคำคมดีๆมาติดไว้ในที่ต่างๆเพื่อซึมซับแนวคิดที่ดี สิ่งดีๆก็จะตามมา

คำคมนั้นเปรียบเสมือนสิ่งที่เป็น   คำสอนหรือสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจซึ่งจะทำให้เราสามารถนำคำคมเหล่านี้สามารถประยุกต์ใช้ในการใช้ชีวิต และการทำงานได้

 

 

3. ฝึกการสะกดจิตตัวเอง

 การคิดที่ทำให้เรามีความเชื่อมั่นว่าเราสามารถทำได้ ประโยคยอดฮิต "เราทำได้เราสามารถทำได้" ซึ่งหากบุคคลคิดส่าเราทำไม่ได้ก็เปรียบเสมือนอุปสรรคที่มาขัดขวางการพัฒนาศักยภาพในตัวเอง

5. ฝึกคิดนอกกรอบเป็นการคิดในสิ่งที่ออกไปจากกรอบความคิดเดิมๆ วิธีแก้ปัญหาเดิมๆ ทำให้สามารถค้นพบสิ่งใหม่ๆ หรือสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ (นวตกรรม) ได้ ช่วยให้สามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้มากขึ้น หลากหลายขึ้น

            ความคิด เปรียบเสมือนแสงสว่างคอยนำทาง แล้วคงไม่ยากหากเราจะก้าวเดินตามทางที่วาดคิดไว้ และเราเองก็ต้องไม่หยุดอยู่กับที่พร้อมที่จะก้าวเดินต่อไป

            คิดอย่างไรได้อย่างนั้นดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่ายที่ใครๆก็รู้ดี แท้ที่จริงต้องอาศัยประสบการณ์ ความมุ่งมั่น และความเชื่อมั่น กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จเพียงวันเดียว แน่นอนว่าขณะสร้างต้องมีล้มลุกคลุกคลาน ด้วยความเชื่อมั่นและการมองโลกในแง่ดี ว่าทุกอย่างต้องเป็นไปอย่างที่คิด และแน่นอน วันพระไม่ได้มีหนเดียว ขอให้ทุกท่านคิดแต่สิ่งที่ดี และเมื่อคิดแต่สิ่งที่ดีๆแล้วสิ่งที่ดีก็เกิดขึ้นในชีวิตทุกๆท่านแน่นอน

                                   

 

อันความคิด พิชิตโรค โศกห่างหาย

                                                หากคิดร้าย ทำลายสุข ทุกข์หม่นหมอง

                                                จงคิดดี จักสมปรารถนาปอง

                                                ตาม ครรลอง คิดอย่างไรได้ ได้อย่างนั้น

                                                                                                                                มหาอุปราช