นิทาน เรื่อง คนตัดต้นไม้
อันเนื่องมาจาก บันทึก เรื่อง พบไม้งามยามขวานบิ่น มีผู้สนใจเข้ามาแลกเปลี่ยนความคิด ใช้ชื่อว่า คนตัดไม้ เป็นเหตุให้ระลึกถึง นิทานเรื่อง คนตัดต้นไม้ ซึ่งเป็นนิทานที่ฟังมานานมากแล้ว จากรายการธรรมะในวิทยุ
เรื่องมีอยู่ว่า มีชายหนุ่มคนหนึ่งมีอาชีพตัดต้นไม้ เขาเป็นคนขยันขันแข็งไม่มีใครเทียบ วันหนึ่งเขาไปสมัครทำงานตัดต้นไม้ในเมือง เจ้านายรับเขาเข้าทำงานและบอกว่าถ้าตัดต้นไม้มากก็จะได้เงินเดือนมาก ตัดต้นไม้ได้น้อยก็ได้เงินเดือนน้อย ชายตัดไม้ดีใจ
วันแรกที่เขาตัดไม้ เขาตัดต้นไม้ได้ถึง 10 ต้น วันต่อ ๆ มาเพิ่มขึ้นเป็น 12 ต้น 15 ต้น จนกระทั่ง 20 ต้น เจ้านายชื่นชม เพื่อนฝูงทึ่งเขา แต่คงไม่เท่ากับความภาคภูมิใจของตัวเอง เขาบอกตัวเองว่า เขาจะต้องทำงานให้ดีที่สุด ต้องแข่งกับตัวเอง โดยต้องตัดต้นไม้ได้มากขึ้นทุกวัน... ชายตัดไม้ตื่นเช้ามากขึ้นทำงานจนดึกทุกวันเพื่อเพิ่มผลผลิต แต่เขาพบว่า เขาไม่เคยตัดไม้ได้เกิน 20 ต้น อีกเลยไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน เพียงไร
ชายตัดไม้ทดท้อมาก เขาเข้าไปหาเจ้านายและบอกว่า เขาไม่อยากทำงานตัดไม้อีกแล้ว ทำไมล่ะ...เจ้านายถาม ผมไม่มีความสามารถ ดูสิ...ผมทุ่มเทเวลา กำลังกาย กำลังใจทั้งหมดให้กับการตัดไม้ แต่ผมกลับตัดไม้ได้น้อยลงกว่าเดิม ผมไม่ควรตัดไม้อีกต่อไป เจ้านายยิ้ม...ตบไหล่เขาเบา ๆ เธอไม่ได้ทำงานได้น้อยลงนะ แต่เธอลืมไปอย่างหนึ่งในการตัดไม้...
...ไป ลับขวาน เสียบ้าง...มันทื่อแล้ว...
นิทานบางเรื่องสอนได้มากกว่า คำสอน หลายเท่า คนทำงานบางคนมุ่งมั่น ทุ่มเท ทั้งกำลังกาย กำลังใจ กำลังทรัพย์ แต่บางครั้งท้อและเกิดคำถาม ทำไมเราทำงานขนาดนี้ เจ้านายยังไม่เห็นความดี ทำไมงานยังไม่ลุล่วง ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่น่าจะเป็น ทำไม ทำไม และทำไม...จนบางคนยอม ถอย ออกไปพร้อมกับจิตวิญญาณที่สูญเสียไปอย่างน่าเสียดาย
วันนี้ต้องลองหันไปมองกระบวนการ วิธีการทำงาน ความรู้ ทักษะของเราบ้างว่า พอไหม เหมาะหรือยัง ต้องเพิ่มเติมอะไรอีกบ้าง จะได้ไม่ท้อ ไม่ถอยไปจากการทำงานเสียก่อน...
ต้อง...ลับขวานให้คม...พบไม้งามจะได้ไม่เสียใจไงล่ะ.
อ่าน พบไม้งามยามขวานบิ่น
สวัสดีค่ะคุณปลายฝน (ต้นหนาวหรือเปล่า)
ความหมายดีมาก ๆ เลยครับ
แถมยังได้ข้อคิดอีกด้วย
ขอบคุณครับ
สวัสดีเจ้าค่ะ คุณครูคนไม่มีรากที่น่ารักของหนู คิคิ
แวะมาอ่านนิทาน คิคิ ยิ้มๆๆๆๆๆๆ อ่านแล้วเพลินเลย เอามาเล่าอีกนะค่ะ หนูชอบ คิคิ รักษาสุขภาพด้วยเจ้าค่ะ
เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ ---> น้องจิ ^_^ กอดๆๆ
สวัสดีคะ พี่คนไม่มีราก
แวะมาอ่านนิทาน "มองให้รอบ" ก่อนตัดสินใจว่าอะไร คือ อะไร อะไรดีอย่างไร...
ขอบคุณที่แบ่งปันนะคะ
---^.^---
มารับความรู้เพิ่มครับ ขอบคุณมากครับ
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณที่นำเรื่องดีๆมาให้อ่านค่ะ
การลับขวานให้คม เป็นเรื่องจำเป็นมากๆสำหรับ คนทำงานค่ะ เพื่อให้ตัวเรามีคุณค่าอยู่ตลอดเวลา
อีกประเด็นหนึ่ง เรื่องมนุษย์สัมพันธ์ ก็มีความสำคัญมากมุ่งงานอย่างเดียวอาจจะเหนื่อยมากค่ะ
ที่ใช้มาตลอดคือ task oriented 60%
relationship orietend 40% ค่ะ
ขอบคุณครับกับการแนะนำการเตือนสติ...
บางครั้งทำงานเพลิน ๆ เป็นกิจวัตรประจำวัน เกิดความเคยชินจนแยกไม่ออก
วัน... และ...เวลา...ผ่านไปเรื่อย ๆ จนลืมมองตัวเอง ว่ามีส่วนใหนที่ตัวเองปรับปรุงและพัฒนาเพิ่มบ้าง
ขอบคุณอีกครั้งที่ช่วยเตือนสติให้หันมามองตัวเองอย่างละเอียดอีกครั้ง..
โชคดีที่เข้ามาอ่านเจอ เพราะชีวิตจริงกำลังจะ ลาออกจากงานแล้ว เบื่อ...หลายอย่างทั้งคน ทั้งระบบ ท้อไปหมด
อ่านแล้ว จะลองไปมองตัวเองก่อน ที่จะพิจารณาอย่างอื่นต่อไป ขอบคุณนะคะ
ขอบคุณคุณสิทธิรักษ์ค่ะที่สนใจ
สวัสดีค่ะพี่ศศินันท์
ขอบพระคุณพี่ค่ะ ... อ่านแล้วกระทบใจมาก เพราะมาตรงกับตัวเอง อย่างเหลือเชื่อ ....วานให้คม เป็นเรื่องจำเป็นมากๆสำหรับ คนทำงานค่ะ เพื่การลับขวานให้คม เป็นเรื่องจำเป็นมากๆสำหรับ คนทำงานค่ะ เพื่อให้ตัวเรามีคุณค่าอยู่ตลอดเวลา อีกประเด็นหนึ่ง เรื่องมนุษย์สัมพันธ์ ก็มีความสำคัญมากมุ่งงานอย่างเดียวอาจจะเหนื่อยมากค่ะ ...
ถ้ามีโอกาสและเวลา คนไม่มีราก จะเล่าเรื่องการทำงานของตัวเองอีกครั้ง ช่างตรงกับที่พี่กล่าวไว้เลยค่ะ
สวัสดีค่ะคุณคนตัดไม้
รออยู่ค่ะ...จะได้ขอบคุณที่ช่วยให้เกิดความคิด เรื่อง นิทานคนตัดต้นไม้ เรื่องนี้ล่ะค่ะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะคุณสิงห์
สวัสดีค่ะคุณ Amara
ลับขวานวันละนิดจิตแจ่มใส
ถ้าไม่ลับขวานเลยมันจะทื่อ ๆ
ขอบคุณสำหรับข้อคิดดี ๆ
ขอบคุณค่ะ
คุณบอยสเก้าท์และคุณ rak-na ชื่อทันสมัยทั้งค่เลย
มาอ่านด้วยความรักและคิดถึง
มองตาที่ซึ้งถึงก้นบึ้งของหัวใจ
ขวานของพี่นี้ ยังคม พร้อมที่ฟัน โค่น ถาก ถาง เสมอค่ะ
เอิ๊กเอิ๊ก...มาปล่อยอะไรก่อนดี..ที่...แพะ ม้า หมา ลิง สิงโต
พี่อ้อย แซเฮที่รัก