พระบิดาแห่งฝนหลวง ทรงพระอัจฉริยภาพ กู้วิกฤติภัยแล้ง

              วันนี้ตื่นขึ้นมาพร้อมกับกลิ่นอายดิน และอากาศที่เย็นสดชื่น หลังฝนตก  ดีใจจังรอฝนตกมาหลายวันแล้ว  ช่วงเวลาที่ผ่านมาหมอกควันปกคลุมเต็มท้องฟ้าตามสมญานามของ "หมอกสามฤดู" ซึ่งไม่มีใครที่ชอบหมอกในฤดูร้อน เพราะเป็นหมอกควันที่เกิดจากการลักลอบเผาป่า เพราะจะทำให้แสบตา แสบจมูก หายใจไม่สะดวก  หลายๆครั้งรู้สึกตกใจเมื่อ มองไปทางทิศตะวันตก มีแต่หมอกขาวหม่น  ไม่เห็นพระธาตุดอยกองมูคิดว่าถูกโจรรุกขึ้นมาทางเหนือยกพระธาตุไปแล้ว  กำหนดการบินก็ไม่ตรงเวลา เครื่องบินดีเลย์เกือบทุกไฟลท์ ผู้โดยสารต้องเผื่อเวลา ไว้ด้วย   แต่ในช่วงเย็นๆ ลมก็จะพัดหมอกควันจางหายไป เครื่องบินก็จะร่อนลงได้ตามปกติ 

              ขณะนี้ อากาศก็ยังเย็นสบายดี ซึ่งเป็นเพราะฝนหลวงพระราชทานนั่นเอง  ถือเป็นความโชคดีของพื่น้องชาวไทย ที่เรามีพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระปรีชาสามารถ ทรงพระอัจฉริยะภาพ เป็นพระบิดาแห่งฝนหลวง ที่ทรงกู้วิกฤติภัยแล้ง ทรงพระราชทานโครงการราชดำริ "ฝนหลวง" มีการทดลองปฏิบัติการ "ฝนเทียม" หรือฝนหลวง ตั้งแต่ปี 2512และตราพระราชกฤษฎีกาก่อตั้งสำนักงานปฏิบัติการฝนหลวง ในปี 2518 สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้กำหนดขั้นตอนกรรมวิธีในการทำฝนหลวง  3 ขั้นตอน ดังนี้

              ขั้นตอนที่ 1 "ก่อกวน" เป็นขั้นตอนที่เมฆธรรมชาติเริ่มก่อตัวทางแนวตั้งขั้นตอนนี้จะมุ่งใช้สารเคมีไปกระตุ้นให้มวลอากาศลอยตัวขึ้นสู่เบี้องบน เพื่อให้เกิดกระบวนการชักนำไอน้ำ หรือความชื้นเข้าสู่ระบบการเกิด "เมฆ"

              ขั้นตอนที่ 2 "เลี้ยงให้อ้วน" เป็นขั้นตอนที่เมฆกำลังก่อตัวเจริญเติบโต ซึ่งเป็นระยะสำคัญมากในการปฏิบัติการฝนหลวง เพราะจะต้องไปเพิ่มพลังงานให้ยาวนานออกไป โดยต้องใช้เทคโนโลยีประสบการณ์ แห่งการทำฝนตวบคู่ไปพร้อมๆกัน เพื่อตัดสินใจโปรยสารเคมีฝนหลวงชนิดใด ณ ที่ใดของกลุ่มก้อนเมฆ และในอัตราใดจึงเหมาะสม

               ขั้นตอนที่ 3 "โจมตี" เป็นขั้นตอนสุดท้ายของกรรมวิธีปฏิบัติการฝนหลวง เมื่อกลุ่มเมฆฝนมีความหนาแน่นมากพอที่จะตกเป็นฝนได้ ภายในกลุ่มเมฆจะมีเม็ดน้ำขนาดใหญ่มากมาย หากเครื่องบินบินเข้าไปในกลุ่มเมฆฝนนี้ จะมีเม็ดน้ำเกาะตามปีก และกระจังหน้าของเครื่องบิน  เป็นขั้นตอนที่สำคัญจะต้องพิจารณา  จุดมุ่งหมายของการทำ "ฝนหลวง" ซึ่งมีอยู่ 2 ประเด็น คือ เพิ่มปริมาณฝนตก และเพื่อให้เกิดการกระจายการตกของฝน

              ....ที่มา...นสพ.เดลินิวส์ฉบับวันที่ 2 เมษายน 2551 หน้า 2 โดยพงษ์พิพัฒน์  จันดาศรี

               ในทุกวันที่ 14 พฤศจิกายน ของทุกปี คือ"วันพระบิดาแห่งฝนหลวง" ถือเป็นวันที่ชาวไทยจะได้น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ที่พระราชทานฝนหลวงกู้วิกฤติภัยแล้ง ทั่วประเทศ ซึ่งรวมทั้งจังหวัดแม่ฮ่องสอน   แต่พี่น้องเราก็จะต้องหยุดเผา ทำลายป่าด้วยนะคะอากาศบ้านเราก็จะปลอดโปร่งโล่ง เย็นสบายดีไปอีกนาน ค่ะ

               ขอพระองค์ทรงพระเจิญ