กลับจาการเข้าร่วมโครงการ IOCS ( Intelligent Organization Coaching Service ) Module 4 ผู้เขียนได้รับคำถามว่า ในงานทรัพยากรบุคคล เริ่มต้นทำอะไรไปบ้างหรือยัง จริงสิ!! พวกเรามัวแต่ห่วงภาพใหญ่ขององค์กร มัวแต่ตระเตรียมความพร้อม ต่างๆ ตั้งแต่ห้องสำหรับคุยกันในบรรยากาศสบายๆ สงบ รวมทั้งอุปกรณ์ข้าวของต่างๆ และให้น้องๆ ช่วยกันจนยังไม่ได้เริ่มที่ตัวเราเลย ทำให้ต้องกลับไปทบทวนว่าเปลี่ยนแปลงผู้อื่นยาก เราต้องเปลี่ยนที่ตัวเราก่อน ก่อนที่จะดูแลคนไกลตัว ก็ดูแลคนใกล้ตัวก่อน เหมือนกับชีวิตครอบครัว ที่บางคนก็ดูแลหรือพูดกันในบ้านดีน้อยกว่าพูดกับผู้อื่น
เมื่อกลับมารอบนี้ได้คติประจำใจ “ คิดแล้วต้องลงมือทำ ” ก็เลยชวนน้องในงานทรัพยากรบุคคลมานั่งคุยกันในบรรยากาศสงบ
เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2551 ได้ชวนน้อง งานพัฒนาทรัพยากรบุคคลและงานประเมินผลฯ มาคุยกันที่ห้องประชุมไพจิตร ในกิจกรรม “เพลินไพจิตร” ให้น้องๆเล่าความประทับใจในวัยเด็ก และตั้งใจฟังแล้วสะท้อนกลับซึ่งกันและกัน และต่อด้วยให้ค้นหาตัวเองว่ามีบุคลิกอย่างไร ตามแบบผู้นำสิบทิศ ส่วนใหญ่ก็เป็นหนู ซึ่งก็เหมาะกับงานเพราะต้องประสานงานกับคนมาก ดูแลคน 700 คน มีความประนีประนอมสูงย่อมเป็นสิ่งที่ดีมากๆ
สอบถามน้องๆถึงการเรียนรู้ที่ได้รับ น้องบอกว่าได้รู้จักตัวเอง และเพื่อนร่วมงาน ทำให้ปรับตัวเองได้ทำให้รู้จักคนที่ติดต่อกับเราและปรับคำพูดให้เหมาะสม
ส่วนในวันที่ 25 มีนาคม ได้ชวนน้องๆ ในงานบริหารทรัพยากรบุคคล; งานพัฒนาทรัพยากรบุคคล;งานคลังข้อมูล มาคุยต่อ เราคุยพร้อมกันหมดไม่ได้ เดี๋ยวมีคนติดต่องานจะไม่เจอใคร ต้องแบ่งกันมาคุย
ในวันนั้นให้ทุกคนเล่าความประทับใจ ไม่ว่าจะเป็นช่วงใดของชีวิต ตั้งแต่วัยเด็ก ผู้ใหญ่ ครอบครัว ลูก และเรื่องงาน และให้ถ่ายทอดออกมาเป็นรูปภาพ และจับคู่เล่าให้เพื่อนฟังและผู้ฟังก็สะท้อนกลับสลับให้อีกคนเล่า และผู้ฟังก็สะท้อนกลับ ที่ทำไม่เหมือนวันแรกเพราะแบบใหม่น่าจะคุมเวลาได้ดีกว่าเพราะพวกเรามีเวลาเพียง 1 ชั่วโมง และให้ค้นหาตนเอง ตามแบบผู้นำสี่ทิศ ซึ่งก็มีครบทั้งสี่แบบ
สอบถามน้องๆถึงการได้เรียนรู้อะไรบ้าง ก็ได้คำตอบ
“รู้จักตนเองดีขึ้น”
“ได้เรียนรู้แต่ละคน มีบุคลิกในตัวตนอย่างไร ทำให้อยู่กันอย่างสงบสุข เรียนรู้ อุปนิสัยของแต่ละคน”
“ทำให้ทุกคนรู้จักนิสัยกัน และปรับตัวเข้าหากัน”
“ทำให้รู้ว่าจะพูดอะไรกับน้องๆผู้ร่วมงาน”
“ทำให้รู้จักน้องๆมากขึ้น”
จากการสังเกตของผู้เขียน น้องๆมีแววตาที่มีความสุขในเวลาที่เล่าเรื่องของตนเอง สำหรับผู้เขียนเองมีความสุข เพราะทำให้นึกถึงภาพเก่าๆที่จำได้แต่ไม่มีเวทีให้เล่า อย่างน้อยก็มีหนึ่งคนตรงหน้าของเรากำลังฟังเรื่องเล่าของเราอยู่ ชีวิตคนเราในปัจจุบันรีบเร่งและมองแต่อนาคต จนหลงลืมอดีตที่มีความสุขไป อยากให้ทุกคนย้อนกลับนึกถึงอดีตที่ประทับใจ และมีความสุขเมื่อนึกถึงแล้วเรามีความสุข ก็จะทำให้ชีวิตเราชื่นบานมีแรงคิดงานต่อๆไปได้อีก
อยากเข้าร่วมกิจกรรมอย่างนี้บ้างจังครับ
ยินดีค่ะ เดี๋ยวจะจัดให้นะคะ
เก่งมากกกก ค่ะ อ่านแล้วเห็นภาพพี่ฐายิ้มอย่างมีความสุขไปด้วยเลย ทำต่อไปนะคะ ทางนี้มี Fulfill for work ค่ะ งานยุ่งก็ฟังเสียงกันและกันไปก่อน แล้วจะเล่าให้อ่าo9jvwx8jt
นู๋ลอย คิดถึงนะจ๊ะ พี่รออ่านอยู่จ๊ะ