รู้จัก ตับ ดีรึยัง...


ปัญหาหลักของคนที่เป็นโรคตับคือ ไม่เคยทราบว่าตัวเองมีความผิดปกติของตับซ่อนอยู่ โรคตับทั้งหลายที่กล่าวมามักจะไม่แสดงอาการ อะไรให้เห็นนับตั้งแต่เป็นโรคระยะแรกๆจนถึงขั้นเป็นโรคตับแข็งระยะต้นถึงระยะกลาง จะมาทราบอีกทีก็ตอนเป็นโรคตับแข็งระยะท้าย หรือ เป็นมะเร็งเต็มตับ...

ท่านผู้อ่านคงสงสัย ว่าทำไมถึงเขียนแต่เรื่องโรคภัยไข้เจ็บ เหตุผลก็ไม่มีอะไรมาก แค่หาคำตอบให้กับสิ่งที่ตนเองเป็น...แค่นั้น ก็เราเป็น ธัยรอยด์ + ตับอักเสบ แบบลักปิดลักเปิด หมอยังเอ่ยปาก ว่าแปลกโรคเดี๋ยว ON เดี๋ยว OFF ก่อนอื่นต้องทำความรู้จักตับก่อน  เรารู้แค่ว่า ตับเป็นอวัยวะภายใน แต่อยู่ตรงไหนล่ะ...

ตับเป็นอวัยวะภายในที่ใหญ่ที่สุด มีผิวเรียบภายในมีรูพรุนเหมือนฟองน้ำเต็มไปด้วยเส้นเลือด มีเส้นเลือดดำใหญ่ รวมเลือดจากกระเพาะอาหารและลำไส้ มีท่อเล็กๆเชื่อมต่อกับท่อน้ำดี ตับอยู่ใต้ชายโครงด้านขวา ถูกตรึงด้วยเยื่อยึดไว้กับกระบังลมและกระเพาะอาหาร

  

  ภาพจากเด็กดี.คอม ; ของจริงในตัวคน ดูแล้ว ซึ้ง ปนสยอง .... เลยย่อ เล็กๆ พอ ...สยอง....

         ภาพจาก school.net  ลองศึกษา ที่อยู่ของตับ แล้วเทียบตำแหน่งกับตนเองจะได้ทราบตำแหน่งของตับในตัวคุณ

                หน้าที่ของตับ สรุปได้ ดังนี้       

1. ควบคุมเมตาบอลิซึมของคาร์โบไฮเดรต

·        ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เปลี่ยนไกลโคเจนเป็นกลูโคส

·        นำกลูโคสส่วนเกินออกจากระแสเลือด

·        สร้าง & เก็บสะสมไกลโคเจน

2. ควบคุมเมตาบอลิซึมของโปรตีน

·        เปลี่ยนแอมโมเนียที่เกิดจากการสลายโปรตีน เป็น ยูเรีย แล้วขับออกทางปัสสาวะ

 

3. ควบคุมเมตาบอลิซึมของไขมัน

·        ผลิตน้ำดี ซึ่งช่วยในการแตกตัวของไขมัน

4. เก็บสารที่ใช้ในการสร้างฮีโมโกลบิน

5. เก็บสะสมวิตามิน A D B12 ธาตุเหล็กและทองแดง สร้างวิตามิน A จากสารแคโรทีน
6. ขจัดสารพิษที่ถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด และควบคุมเมตาบอลิซึมของยาให้อยู่ในรูปที่ร่างกายขจัดออกได้
7. ให้พลังงานความร้อนแก่ร่างกาย

8. ในช่วง 3 เดือนแรกของทารกในครรภ์ ตับเป็นแหล่งผลิตเม็ดเลือดแดงที่สำคัญ จนกว่าจะครบสัปดาห์ที่ 32 ของการ 

    ตั้งครรภ์ เป็นหน้าที่ของไขกระดูก

 

เมื่อวานนี้ ผู้เขียนได้ไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจเลือดตามปกติ ได้เห็นหนังสือเรื่อง รู้ทันโรคตับ รู้ลึกเรื่องเปลี่ยนตับ ของ ปิยะวัฒน์ โกมลมิศร์ กล่าวถึงในบทนำว่า มีผู้ป่วยที่ตรวจพบโรคตับแล้วหมอบอกว่าไม่เป็นอะไรมาก ค่าของตับยังขึ้นไม่ถึง 2 เท่า ถือว่าไม่เป็นไร แต่หลังจากกลับบ้านไม่ถึงปี เกิดมีอาการ กลับมาตรวจคราวนี้เป็นตับแข็งไปแล้ว และก็มีหลายรายที่ไม่เคยดื่มแอลกอฮอล์เลย แต่มีอาการตับอักเสบ เรามาทำความเข้าใจกับคำว่า ตับอักเสบ และตับแข็งก่อน

โรคตับชนิดต่างๆ

ตับมีโอกาสเป็นโรคต่างๆได้แก่ โรคตับอักเสบ (hepatitis) โรคตับแข็ง [cirrhosis] มะเร็งตับ [liver cancer] โรคไขมันในตับ [fatty liver] โรคฝีในตับ [liver abscess]

ตับอักเสบ

โรคตับอักเสบ หมายถึง โรคที่เซลล์ของตับมีการอักเสบเกิดขึ้น ซึ่งอาจเกิดจากการแพ้สารพิษ หรือการติดเชื้อจุลชีพ หรือติดเชื้อไวรัส

โรคตับอักเสบมี 2 ชนิด

1.      โรคตับอักเสบเฉียบพลัน [acute hepatitis] หมายถึงโรคตับอักเสบที่เป็นไม่นานก็หาย ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการ 2-3 สัปดาห์โดยมากไม่เกิน 2 เดือน ผู้ป่วยส่วนใหญ่หายขาดจะมีบางส่วนเป็นตับอักเสบเรื้อรัง และบางรายรุนแรงถึงกับเสียชีวิต

2.      โรคตับอักเสบเรื้อรัง [chronic hepatitis] หมายถึงตับอักเสบที่เป็นนานกว่า 6 เดือน

อาการของผู่ป่วยจะคล้ายคลึงกัน ต้องอาศัยการตรวจเลือดเพื่อดูอาการของตับ และการตรวจทางห้อง

ปฏิบัติการ เพื่อให้ทราบถึงตัวเชื้อต้นเหตุ และเป็นแนวทางในการดูแลป้องกันและรักษาผู้ป่วย โรคตับอักเสบที่เกิดจากไวรัสต่างชนิดกัน จะมีความรุนแรงและการรักษาต่างกันไปที่พบบ่อยเกิดจาก

·       เชื้อไวรัสที่ติดเชื้อเฉพาะตับ ได้แก่ ไวรัสตับอักเสบ เอ บี ซี ดี อี และไวรัสที่ไม่ทราบชนิด โรคตับอักเสบเฉียบพลันจากไวรัสตับอักเสบ เอ และบี

·       ยา สารอาหาร และสารพิษต่างๆ ที่ทานเข้าไปแล้วส่วนใหญ่ต้องไปปรับเปลี่ยนหรือ ขับออกทางตับ สำหรับบางคนสิ่งเหล่านั้นเป็นพิษต่อตับจึงทำให้เกิดตับอักเสบขึ้น ยา หรือสารบางอย่างก็พอจะคาดเดาได้เพราะเคยพบเป็นสาเหตุบ่อยๆ เช่น ยาแก้อักเสบ (แก้ปวดข้อและกล้ามเนื้อ) ยาแก้ปวดพาราเซ็ตตามอลที่ทาน เกินสิบห้าเม็ดต่อวันหรือในคนที่ดื่มแอลกอฮอล์อย่างเรื้อรังแม้แต่ทานพาราเซ็ตตามอลตามขนาดแนะนำก็เกิดปัญหาต่อตับได้

·       ยาปฏิชีวนะ ยาลดไขมันในเลือด ยารักษาวัณโรคบางชนิด หรือ ยาสมุนไพรบางชนิด

·       จากโรคภูมิต้านทานของตัวเองทำลายตับ ฟังดูแล้วอาจจะเข้าใจยากโรคนี้เกิดจากภูมิต้านทานของร่างกายแทนที่จะไปทำลายเชื้อโรคแต่ไปเห็นว่าตับตัวเองเป็นคล้ายสิ่งแปลกปลอมของร่างกายจึงสร้างภูมิต้านทานมาต้านตับตัวเอง

·       สาเหตุอื่นๆ ได้แก่ ตับขาดเลือด หรือ โรคสารทองแดงไปอยู่ในตับมาก การดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น เหล่านี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของแพทย์ช่วยค้นหาสาเหตุให้จะทราบได้อย่างไรว่ามีโรคตับซ่อนอยู่

ตับแข็ง

เป็นสภาวะตับที่เกิดแผลเป็นขึ้นหลังจากเนื้อตับ มีการอักเสบ เมื่อเนื้อตับที่ดีถูกทำลายลง เนื้อตับที่เหลือจะล้อมรอบและทดแทนด้วยเนื้อเยื่อประเภทพังผืด เป็นผลให้เลือดที่ไหลผ่านตับถูกอุดกั้น ไหลไม่สะดวก และการทำงานของตับลดลง เนื่องจากเนื้อตับดีที่เหลืออยู่ลดน้อยลง

โรคไขมันในตับ

              โรคนี้เป็นโรคที่รู้จักกันมานานแล้ว ความเข้าใจแต่เดิมนั้นเชื่อว่าการมีไขมันแทรกอยู่ในเนื้อตับไม่น่าจะก่อปัญหาใดๆ

        ปัจจุบันมีข้อพิสูจน์ชัดว่าผู้ป่วยที่เป็นโรคไขมันในตับนั้นอาจจะมีการอักเสบของตับร่วมด้วย และถ้าเป็นมากผ่านไปหลายๆปี ในที่สุดก็จะตามมาด้วยตับแข็งและมะเร็งตับ โรคนี้มีการใช้คำเรียกกันหลายแบบ เช่น ไขมันในตับ ไขมันจุกตับ หรือ ไขมันแทรกตับ เป็นต้น

ปัญหาหลักของคนที่เป็นโรคตับคือ ไม่เคยทราบว่าตัวเองมีความผิดปกติของตับซ่อนอยู่ โรคตับทั้งหลายที่กล่าวมาแล้วมักจะไม่แสดงอาการ อะไรให้เห็นนับตั้งแต่เป็นโรคระยะแรกๆจนถึงขั้นเป็นโรคตับแข็งระยะต้นถึงระยะกลาง จะมาทราบอีกทีก็ตอนเป็นโรคตับแข็งระยะท้าย หรือ เป็นมะเร็งเต็มตับ

 

คำสำคัญ (Tags): #go to know
หมายเลขบันทึก: 174472เขียนเมื่อ 31 มีนาคม 2008 22:53 น. ()แก้ไขเมื่อ 20 มิถุนายน 2012 18:23 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (2)

สวัสดีค่ะ พี่โมจิ

มาอ่านเรื่องตับ ที่บ้านพอเป็นไวรัสตับอักเสบชนิดบี ทุกคนก็เลยโดนตรวจ พอดีโชคดีตัวเองมีภูมิต้านทาน ก็เลยไม่ต้องฉีดวัคซีน แต่ก็เพิ่งเห็นข่าวที่มีชนิดซีกันเยอะขึ้น แต่เรื่องไขมันในตับไม่ค่อยคุ้นค่ะ เลยได้ความรู้เพิ่มขึ้น ขอบคุณนะคะ

ขอให้หายไวๆนะคะ โรคตับอักเสบต้องพักผ่อนเยอะๆค่ะ ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ

ขอบคุณ น้องคนสวยค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี