รอผลงานวิจัยเพื่อจะนำมาพัฒนา นานมากถึง 2 ปีกว่า...นานมากไป....ดีนะที่ผลงานวิจัยไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนต้องแก้ไข

 

ฉันไม่พูดถึงหัวข้อที่สำคัญหัวข้อหนึ่ง  ในงาน9th HA National Forum คงไม่ได้.... Research & Quality ……

 

เคยประสบปัญหาด้วยตัวเองในการรอผลงานวิจัยเพื่อจะนำมาพัฒนา  นานมากถึง 2 ปีกว่า...นานมากไป....ดีนะที่ผลงานวิจัยไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนต้องแก้ไข

 

....แต่คุ้มค่าการรอคอย...นั่นคือการนำไปอ้างอิงได้อย่างมั่นใจ

 

และก็เคยเห็นหลายครั้งมากๆ....การวิจัยที่เสร็จแล้ว(ได้ผลงานของตนแล้ว)ก็ขึ้นหิ้ง.....มิได้นำผลไปทำอะไร  ทั้งๆที่วิเคราะห์ไว้อย่างสวยหรู.....

 

การอภิปรายเป็นการมองต่างมุมของ นพ.พงษ์พิสุทธิ์  จงอุดมสุข(สวรส.), นพ.อนุวัฒน์  ศุภชุติกุล(พรพ.), นพ.วิทยา  ตันสุวรรณนนท์(สปสช.) โดยมี ศ.นพ.ปิยทัศน์  ทัศนาวิวัฒน์(CRCN) เป็นผู้ดำเนินการอภิปราย

 

ขอสรุปเนื้อหาที่มีมากมาย  แต่ฉันเก็บได้เป็นประเด็นสั้นๆมาฝากค่ะ (รายละเอียดศึกษาได้จาก พรพ.ค่ะ)

 

ความหมายงานวิจัย

·        เป็นการค้นหาความจริง

·        เป็นการตอบข้อสงสัย

 

ทำไมต้องทำงานวิจัยในโรงพยาบาล

·        เราคิดว่าเรารู้....จริงหรือ?... (จริงๆแล้วเราอาจจะไม่รู้)

·        แน่ใจได้อย่างไรว่าที่เราคิดนั้นเป็นจริง...  เพียงเพราะไม่มีข้อร้องเรียนหรือ?

·        เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลขาดความกระตือรือร้นในการทำงานเพราะค่าตอบแทนไม่เพียงพอ....  จริงหรือ?

 

….บางเรื่องเราด่วนสรุป  แล้วเราไม่รู้จริง....

 

กระบวนการวิจัยคือ การค้นหาความจริง(มีอคติน้อย)  เป็นพื้นฐานการแก้ปัญหา  การรับรู้ผลของนวัตกรรมต่างๆตามจริง  ทำให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

 

....เป็นการสนับสนุนการเรียนรู้ของทีม  ลดความขัดแย้งที่เกิดจากความคิดและความเชื่อส่วนบุคคล

 

การนำเอางานประจำเป็นจุดตั้งต้นของการวิจัย   เอางานวิจัยเข้าช่วยงานประจำ   เรียกว่า Routine to Research  แล้วเอาผลการวิจัยกลับมาสู่การพัฒนาคุณภาพ

 

ในมุมมองของหลักประกันคุณภาพ  มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับคุณภาพการดูแลโดยลดต้นทุนหรือค่าใช้จ่าย

 

โดยมีแนวทางการวิจัยในลักษณะของ

·        การลดค่าใช้จ่าย

·        การเพิ่มคุณภาพการดูแลรักษา

 

ตัวอย่างประเด็นการวิจัยด้านหลักประกันคุณภาพ

·        ต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล

·        แนวทางการบริหารจัดการโรคเรื้อรัง

·        การประเมินความคุ้มค่าของเทคโนโลยีใหม่ทางการแพทย์

·        การวิจัยการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล

·        การพัฒนาระบบยาของโรงพยาบาล

·        การสร้างเครือข่ายการบริการ เป็นต้น

 

ในมุมมองของ พรพ.  อ.อนุวัฒน์พูดถึงการกลับมุมวิธีคิด

 

·        ถ้าพึ่งแรงจูงใจอาจทำให้งานวิจัยไม่ยั่งยืน   เพราะขาดเงินก็ขาดแรงจูงใจในการทำ...น่าจะทำเพราะความอยากรู้....

·        เรื่องการตีพิมพ์เป็นเรื่องของผู้ชำนาญการ..ถ้าเริ่มจากคิดว่าเป็นการสร้างความรู้ง่ายๆ  เก็บข้อมูลง่ายๆมาวิเคราะห์  ปูพื้นฐานเรื่องง่ายๆก่อน  คุ้นเคยเรื่องง่ายๆจนชำนาญก่อน

·        เริ่มจากเรามีความรู้อะไร  มีข้อมูลอะไร....ขาดอะไรแล้วถามผู้เชี่ยวชาญ

·        KM  CQI  Research เป็นเรื่องเดียวกัน  ดูว่าในงานของเรามีข้อมูลตัวไหน  ทำอะไร  เสริมอะไร

·        เพราะงานเดิมไม่มีความใหม่  ทำอย่างไรจึงใส่ innovation ให้ได้คุณภาพดีกว่าเดิม

 

 

        สิ่งที่ทุกท่านกล่าวมานั้น...  ล้วนเป็นเรื่องเดียวกัน  นั่นคือ การค้นหาสิ่งที่ดีที่สุดในสถานการณ์ต่างๆเพื่อการดูแลผู้ป่วยของตน   จะทำอย่างไรให้งานบริการยังคงได้มาตรฐาน  ผู้ป่วยมีความปลอดภัย... ทั้งเป็นเรื่องของความรู้ใหม่  การประหยัดค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น  และนวัตกรรม(ที่เกิดจากข้อจำกัดของทรัพยากรในหน่วยงานนั้นๆ)ที่มีคำตอบอันน่าเชื่อถือ....

 

......การวิจัยทำให้คำตอบที่ได้  น่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น....

 

และก็อีกนั่นแหละ.... ข้อจำกัดของการทำงานประจำ(ในการดูแลผู้ป่วย)ให้เป็นงานวิจัยมีไม่น้อย  เรียกว่า  มองเห็นปัญหา  คิดเป็น   แต่พอจะไป(วิจัย)ต่อ...  ไปไม่เป็น

 

....ฉันเองก็เป็น....อย่างที่ว่ามา.....

 

ฉันอยู่ใกล้วงวิจัยมาก....และก็ยังเห็นว่างานวิจัยติดกับกรอบมากจริงๆ....

 

ฉันอยากให้ฝันของ อ.อนุวัฒน์(และคนทำงานคุณภาพ)เป็นจริงเหลือเกิน...

 

อยากเห็นรูปแบบใหม่ที่เกิดจากการบูรณาการ ระหว่าง ความง่ายๆ(จนเกินไป)ของผลงานพัฒนาคุณภาพ กับ ความยาก(มากๆใน)การทำวิจัย  นั่นคือ การบูรณาการ Research & Quality เข้าด้วยกัน…เพื่อให้เหมาะกับคนโรงพยาบาล

งานนี้ท้าทายเป็นอย่างยิ่ง  และหากทำได้ คงเป็นแรงกระตุ้นให้ผู้ปฏิบัติงานสนใจหาความรู้ใหม่ด้วยวิธีการวิจัยมากขึ้นค่ะ