...และ ครู ไม่ใช่ ครู แต่เป็นเพื่อนร่วมทางการเรียนรู้ (Facilitator) ดังนั้นครูจะร่วมเรียนรู้ไปพร้อมกับนักเรียนเสมอ...

 

วันนี้เพิ่งได้อ่าน  ชีวิตนักศึกษาปริญญาเอก ของคุณครูขจิต เกิดความคิด... ชีวิตนักศึกษาปริญญาเอก นี่ แต่ละมหาวิทยาลัยมันต่างกันมากไหมนะ... คนไม่มีราก มีโอกาสไปเป็น นิสิต ของคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แบบไม่ค่อยได้ตั้งใจเท่าไหร่...เพราะไม่เก่ง แต่เฮง ... มีเพื่อนพ้อง พี่ น้องที่เป็นกัลยาณมิตร  ช่วยผลัก ช่วยดัน ให้ไปเรียนหนังสือ...

 

        สาขาวิชาที่ไปเรียนเป็น สาขาการศึกษานอกระบบโรงเรียน แค่ฟังชื่อเชื่อว่าหลายท่านคงสนใจแล้ว... ก็ตั้งแต่เด็กจนโตก็เรียนหนังสือในระบบโรงเรียนมาตลอด  พอสูงวัยเข้าเลยเลือกเรียน นอกระบบโรงเรียน เสียบ้าง ....

 

        สาขาวิชาการศึกษานอกระบบโรงเรียน นี้  คนไม่มีราก ขอยกนิ้วให้เลยว่า เรียนสนุก ลุกนั่งสบาย ไม่เครียด (เครียดเล็ก ๆ ตอนใกล้สอบเท่านั้น...อ่านหนังสือแล้วมันไม่จำ...)

 

        เนื้อหาวิชาที่เรียนก็จะเน้นหนัก ศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย การฝึกอบรมที่มีประสิทธิภาพ เรียนทฤษฎีการเรียนรู้ของนักการศึกษา อาทิเช่น Carl Roger , Maslow , Malcolm Knowle , Tyler , Boyle , Boone , Rosemary Caffarella , Paulo Friere  และการศึกษาตามแนวคิดนีโอฮิวแมนนิส ของ P.R Sargar นักการศึกษาและนักปราชญ์แห่งอินเดีย ฯลฯ

 

        เน้นให้ความสำคัญกับการศึกษาผู้ใหญ่ ที่จะเรียนรู้ได้ดีต้อง จัดเนื้อหาการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับประสบการณ์เดิม ความสนใจของผู้เรียน เรียนแล้วนำไปใช้ได้จริงทันที และเรียนรู้ได้ดีเมื่อเห็นคุณค่าของสิ่งที่เรียน นอกจากนี้ยังต้องมีความยืดหยุ่นและหลากหลาย และต้องเคารพและสร้างการเรียนรู้ที่อิงกับประสบการณ์อันมีคุณค่าของผู้เรียนที่เป็นผู้ใหญ่

 

...และ ครู ไม่ใช่ ครู  แต่เป็นเพื่อนร่วมทางการเรียนรู้ (Facilitator) ดังนั้นครูจะร่วมเรียนรู้ไปพร้อมกับนักเรียนเสมอ...

ครูที่สาขาวิชานี้ น่ารักน่าเคารพ เป็นกันเองและให้เกียรตินิสิตที่สุดตั้งแต่เคยพบมา...ทั้ง รศ.ดร.อาชัญญา รัตนอุบล รศ.ดร.เกียรติวรรณ อมาตยกุล ผศ.ดร.วีระเทพ ปทุมเจริญวัฒนา อ.ดร.วรรัตน์ อภินันท์กูล และที่สำคัญคือ ศ.กิตติคุณ ดร.รัตนา พุ่มไพศาล ซึ่งแม้จะเกษียณอายุราชการแล้วยังกรุณามาประสิทธิ์ ประสาทวิชา การฝึกอบรม ให้กับนิสิตโข่งทั้งหลาย ได้เรียนรู้อย่างสนุกสนาน อุปกรณ์การสอนของท่านคือ ใครตอบถูก เอาเงินไป 100 บาท พอช่วงพักก็เฮ ไปซื้อขนม กาแฟมาแบ่งปันกัน อย่างมีความสุข...

 

        คนไม่มีราก เป็นคนโชคดี...ไม่ใช่คุยโม้  ขอย้ำว่า โชคดีจริง ๆ ได้ลาศึกษาต่อเต็มเวลา (แม้เงินเดือนไม่ขึ้นแต่ก็ได้เงินเดือนทุกเดือน) บรรยากาศการเรียนจึง สนุก ลุกนั่งสบาย ไม่เครียด ดังที่บอกไปแล้ว

 

        ช่วงเปิดเทอม

        ตื่นไม่เช้านัก ราว 6.30 น. กินกาแฟ ออกกำลังกาย อ่านหนังสือ ตามตาราง ถึง 8.00 น. ไปเรียน...หลังเรียนต้องนั่งคุยกัน สัพเพเหระ แต่แลกเปลี่ยนเกี่ยวกับวิชาการที่เรียน ใครเจออะไร มีอะไร มาร่วมด้วยช่วยกัน เรียนรู้ไปด้วยกัน เข้าห้องสมุด อ่านหนังสือตามอัธยาศัย และแล้วแต่การบ้านที่มี

        กลับถึงบ้าน ราว 2 ทุ่ม ดูข่าว ทานข้าว เล่นกับเด็ก ๆ สอนการบ้านหลาน  Check mail

        4 ทุ่มไม่กิน 5 ทุ่ม เริ่มทำการบ้าน เขียน ๆ  ๆ พิมพ์ ๆ ๆ การบ้านเสร็จเมื่อไหร่ ก็เข้านอน  บางทีก็เที่ยงคืน บางทีก็ตี 1 แต่โดยมากการบ้านไม่ค่อยเสร็จ คนเสร็จ คือหลับไปก่อน ตื่นอีกทีสว่างแล้ว อ้อ..ลืมปิดไฟ  พี่สาวผู้แสนดีจะเป็นห่วงและดุว่า อ่านหนังสือจนไม่ได้นอนเชียวหรือ(ก็เปิดไฟทั้งคืน) ความจริงเปล่าหรอก...นอนหลับเค้เก้ ไปทั้งเปิดไฟต่างหาก...เห็นไหมไม่เคยอดนอนสักที

 

        ช่วงปิดเทอม

        ตื่น 7.00 น. เที่ยวเล่น เย็นใจตาม Web ต่าง ๆ ออกกำลังกาย แล้วก็อยู่กับ Gotoknow บางทีก็ทั้งวันเลยจนค่ำ

        กำหนดโดยตัวเองว่า ต้องเรียนให้จบโดยเร็วที่สุด เพราะหลวงจ่ายเงินเดือนให้มาเรียน ไม่ควรเอาเปรียบเพื่อน ๆ ที่ทำงานอยู่

        ดังนั้นแล้ว รีบอ่านหนังสือ หาหัวข้อวิทยานิพนธ์โดยเร็วพลัน กลับเข้าสู่ห้องสมุด อ่าน อ่าน อ่าน ... และ อ่าน ต่อไป...

 

         รุ่นพี่ที่เคารพคนหนึ่งบอกว่า  Ph.D เป็นตัวย่อของ

       P : Permanent

       H : Head

       D : Damage  

 

          ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไม คนไม่มีราก ได้ฉายา โก๊ะ...จ๋า

         นี่ไงล่ะ ชีวิตนิสิตปริญญาเอกของคนไม่มีราก...น่าอิจฉาไหม.

        ลองอ่านของคุณครูขจิตดูนะ...ต่างกันหรือเปล่า