ผีเสื้อที่เห็นนี้มาต่างช่วงเวลากัน แล้วแต่ว่ามีดอกไม้อาหารของเขาชนิดไหนกำลังอุดมสมบูรณ์ และเกือบทุกชนิดที่นี่เป็นผีเสื้อธรรมดาๆที่พบได้ชุกชุมทั่วไปหากสภาพนิเวศเหมาะแก่การอยู่อาศัยคือ มีต้นไม้ มีแสงแดด มีน้ำ มีลมพอดี มีอาหารพอเพียง

ตอนที่แล้วชมความมีเสน่ห์ของผีเสื้อหนอนใบรักลายเสือจากแถบร้อน งดงามไม่แพ้ ผีเสื้อโมนาร์ค จากแถบที่มีอากาศหนาวมากอย่างทวีปอเมริกา

ที่จริงผีเสื้อชนิดไหนก็สวยทั้งนั้น เห็นแล้วอัศจรรย์ใจกับการสร้างสรรค์ของธรรมชาติ ได้อ่านเรื่องของเด็กๆในค่ายฤดูร้อน ที่นี่ ของคุณครูเมษา ที่กำลงฟูมฟักหนอนผีเสื้อหลายชนิด รอวันความงามเผยโฉม เลยคิดว่าน่าจะนำผีเสื้อต่างๆที่พบเห็นที่บ้านอยุธยามาให้ชมกัน เด็กๆจะได้ลองเปรียบเทียบว่าผีเสื้อทางเหนือกับทางภาคกลางนี้เหมือนกันไหม และท่านผู้อ่านก็ยังจะได้เพลิดเพลินกับความงามที่หลากหลายจากผีเสื้อนานาชนิดที่จะมาโชว์ตัวคราวนี้

เด็กๆยุคนี้ฉลาดได้เรียนรู้วงจรชีวิตของผีเสื้อ ในอดีตโบราณกาล ไม่มีใครรู้มาก่อนว่าผีเสื้อมาจากไหน และไม่คิดว่าผีเสื้อกับหนอน เป็นสัตว์ประเภทเดียวกัน นักนิยมธรรมชาติคนหนึ่งชื่อ Pliny the Elder หรือ ผู้เฒ่าพลินี่ เข้าใจว่าหนอนมาจากหยาดน้ำค้างยามเช้าที่เกิดขึ้นตามใบไม้ คนจึงเชื่อตามกันมานานหลายศตวรรษ

ผีเสื้อที่เห็นนี้มาต่างช่วงเวลากัน แล้วแต่ว่ามีดอกไม้อาหารของเขาชนิดไหนกำลังอุดมสมบูรณ์ และเกือบทุกชนิดที่นี่เป็นผีเสื้อธรรมดาๆที่พบได้ชุกชุมทั่วไปหากสภาพนิเวศเหมาะแก่การอยู่อาศัยคือ มีต้นไม้ มีแสงแดด มีน้ำ มีลมพอดี มีอาหารพอเพียง

อย่างไรก็ตามน้ำหวานจากดอกไม้ไม่ใช่อาหารชนิดเดียวของผีเสื้อ ผีเสื้อบางชนิดก็กินอาหารจากผลไม้สุกงอม ซากเศษหรือมูลสัตว์ ซึ่งให้สารไนโตรเจนและเกลือแร่บางชนิด เราจะเห็นผีเสื้อบางตัวชอบกินเกลือแร่จากเหงื่อของคนและสัตว์ หรือกินดินโป่ง หากใครถูกผีเสื้อเกาะนิ่งๆนานๆ มักถูกล้อว่า"เป็นคนเค็ม"


ผีเสื้อหนอนมะพร้าวธรรมดา(Common Palmfly)

ผีเสื้อหนอนมะพร้าวธรรมดา อยู่ในวงศ์ผีเสื้อขาหน้าพู่ ผีเสื้อชนิดนี้จะวางไข่เป็นฟองเดี่ยวเป็นลูกกลมๆ ปกติอาหารโปรดตอนเป็นหนอนคือใบของต้นไม้ประเภทปาล์ม

ตอนที่ข้าวโพดกำลังออกดอก เห็นตุ่มขาวๆเหมือนเม็ดข้าวโพดก็ไปนึกว่าเป็นเม็ดข้าวโพดออกผิดที่ผิดเวลา สงสัยเป็นข้าวโพดผ่าเหล่า จนข้าวโพดแก่ เก็บมากินหมดไปแล้ว เพิ่งมาเจอหนังสือบอกว่าไข่ผีเสื้อนี้เป็นเม็ดกลมสีขาวขุ่น เลยยกประโยชน์ว่าเป็นไข่ผีเสื้อ ดีกว่าไปคิดว่าข้าวโพดพันธุ์ผ่าเหล่า คงต้องถามผู้เชี่ยวชาญการเกษตรว่าข้าวโพดเป็นอย่างที่คิดได้ไหม

 

ซ้ายบน ผีเสื้อแพนซีมยุรา(Peacock Pansy) และ

ที่เหลือ ผีเสื้อเสือดาวใหญ่(Common Leopard)

  • ผีเสื้อแพนซีมยุรา  เป็นผีเสื้อในวงศ์ผีเสื้อขาหน้าพู่ ผีเสื้อชนิดนี้สังเกตเห็นได้ง่ายมากเพราะเวลาเขาลงเกาะดอกไม้มักจะกางปีกอวดศักดา พื้นปีกสีส้มมีจุดวงกลมที่ปีกคู่หน้าหนึ่งจุด ที่ปีกคู่หลังสองจุด เสมือนดวงตาหลอกให้ศัตรูยำเกรง อาหารโปรดตอนเป็นหนอนคือ ต้อยติ่งและไมยราบ

  • ผีเสื้อเสือดาวใหญ่ เป็นผีเสื้อในวงศ์ผีเสื้อขาหน้าพู่ ที่เวลาเกาะมักกางปีกเช่นกัน เลยชอบมาด้วยกันได้ช่วยกันอวด หรือมาด้วยเพื่ออาศัยบารมีดวงตาหลอกที่น่ายำเกรงก็ไม่ทราบ พื้นปีกสีน้ำตาลส้ม  มีจุดสีดำทั่วทั้งแผ่นปีก คล้ายลายเสือดาว ชอบหากินตามริมน้ำ ตอนเป็นหนอนชอบกินตะขบป่า สนุ่น และหลิว

 

ซ้ายบน  ผีเสื้อถุงทองธรรมดา(Golden Birdwing) และ

 ขวาล่าง ผีเสื้อหนอนใบรักธรรมดา(Plain Tiger)

 

  • ผีเสื้อถุงทองธรรมดา อยู่ในวงศ์ผีเสื้อหางติ่ง มาที่บ้านบ่อยๆ เป็นผีเสื้อขนาดใหญ่มาก ปีกกางกว้างได้ราว ๑๕-๑๗ เซนติเมตร ชอบบินสูงจึงมองดูคล้ายนก และความที่มีสีเหลืองเด่นสะดุดตาจึงเป็นที่มาของชื่อ Golden Birdwing เนื่องจากมักบินสูงจึงถ่ายภาพยากมาก แถมตัวที่ถ่ายภาพได้นี้ไม่ทราบว่าไปสู้กับใครมา ปีกล่างซ้ายแหว่งไปตั้งเยอะ มีผู้ถ่ายภาพไว้ได้สวยขอเชิญตามไปชมนะคะ

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=white-chair&date=08-03-2006&group=2&gblog=1)

 

ผีเสื้อถุงทองธรรมดานี้เป็นผีเสื้อแสนสวยประดับป่า และได้รับสมญานามว่า "ราชินีแห่งป่าสยาม"

ผีเสื้อถุงทองมีหลายชนิด อยู่ในสกุล Troides เช่น ถุงทองป่าสูง ถุงทองปักษ์ใต้ ล้วนเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง (ผีเสื้อที่เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองทั้งหมดมีอยู่ ๙ สกุลด้วยกัน)

  • ผีเสื้อหนอนใบรักธรรมดา  อยู่ในวงศ์ขาหน้าพู่ ข้อมูลน่าสนใจคือ พวกผีเสื้อในกลุ่มหนอนใบรักทั้งหมดมีพิษในตัว(มักไม่ถูกล่า เพราะกินไม่ได้) คาดว่าได้รับการสะสมมาจากการกินใบไม้ที่มียางในช่วงระยะเป็นตัวหนอน เช่นใบของ ต้นรัก ยี่โถ ไทรย้อย ข้าวสาร สลิด กระทุงหมาบ้า พวกผีเสื้อหนอนใบรักนี่หากได้เห็นใกล้ๆ ให้ดูที่ส่วนอกจะเห็นเป็นลายจุดดำ-ขาว ในภาพนี้ก็มองเห็นเหมือนกัน

ผีเสื้อขาวแคระ(Psyche) และ ผีเสื้อแพนซีมยุรา(Peacock Pansy)

ผีเสื้อขาวแคระ อยู่ในวงศ์ผีเสื้อหนอนกะหล่ำ ชอบบินอยู่ตามพุ่มไม้เตี้ยๆ เป็นผีเสื้อขนาดเล็ก ลักษณะเด่นคือเวลาเกาะปีกหุบดูคล้ายหยดน้ำ หรือฝรั่งมองว่าเหมือนเทพธิดาตัวน้อย สวมกระโปรงสุ่มบานสีขาวครีมมีลายประเล็กๆ จึงเป็นที่มาของชื่อ ไซคี Psyche  ซึ่งเป็นชื่อเทพธิดาในตำนานกรีกโบราณที่เป็นคู่รักกับ กามเทพ หรือ Cupid

มุมปลายปีกของปีกคู่หน้ามีสีดำ กลางปีกมีสีดำใหญ่หนึ่งจุด ดูภาพเขากางปีกจะเห็นจุดสีดำที่ว่า (ขออภัยภาพเล็กไปหน่อยค่ะ)

ซ้าย  ผีเสื้อหนอนละหุ่งธรรมดา(Common Castor) และ

ขวา  ผีเสื้อแพนซีสีตาล (Lemon Pansy)

  • ผีเสื้อหนอนละหุ่งธรรมดา อยู่ในวงศ์ขาหน้าพู่ ขณะเกาะมักกางปีก มีลักษณะคล้ายผีเสื้อแมวลาย จนแทบแยกไม่ออก ผีเสื้อแมวลายเขาจะมีลายเส้นสีดำยาวขนานกับขอบปีกด้านข้างชัดเจน

ผีเสื้อหนอนละหุ่งธรรมดา  ภาพบนเขาเกาะอยู่บนใบละหุ่ง ภาพล่างเกาะบนใบผักกวางตุ้งค่ะ ตอนเป็นหนอน ชอบกินละหุ่ง จึงเป็นที่มาของชื่อ

  • ผีเสื้อแพนซีสีตาล อยู่ในวงศ์ขาหน้าพู่ ขอบปีกด้านนอกของปีกคู่หน้ามีแถบสีขาว มีจุดวงกลมเป็นตาหลอกคล้ายผีเสื้อแพนซีมยุรา

ตอนเป็นตัวหนอนชอบกินพืชพวก ต้อยติ่ง หญ้าเกล็ดปลา และอังกาบหนู

บนซ้าย  ผีเสื้อหนอนมะนาว (Lime Butterfly)

บนขวา ผีเสื้อปีกไข่ใหญ่(Great Egg-fly) และ

ล่าง ผีเสื้อกลาสีธรรมดา (Common Plain Sailor)

 

  • ผีเสื้อหนอนมะนาว อยู่ในวงศ์ผีเสื้อหางติ่ง จัดว่าเป็นผีเสื้อที่พบบ่อยมาก ที่บ้านมีมะนาวต้นใหญ่อยู่ต้นหนึ่ง และมีต้นส้มที่ไม่เคยออกลูกอีกสองต้น ก็เลยพบบ่อยเพราะอาหารเขาคือใบของพืชสกุลส้ม ผีเสื้อชนิดนี้ตำราบอกว่า มีหนวดซ่อนอยู่ภายในบริเวณส่วนหัว เมื่อตกใจจะยืดหนวดพร้อมกับปล่อยกลิ่นเหม็นฉุนออกมาจากต่อมเพื่อขับไล่ศัตรู

  • ผีเสื้อปีกไข่ใหญ่ อยู่ในวงศ์ผีเสื้อขาหน้าพู่ จัดว่าเป็นผีเสื้อขนาดค่อนข้างใหญ่(แต่ภาพเล็กมากเลย )  ปีกกางกว้างราว ๗-๑๑ เซนติเมตร พื้นปีกสีดำ มีแต้มสีขาวรูปไข่ขนาดใหญ่อยู่บนปีกหลัง เสียดายถ่ายภาพตอนกางปีกไม่ได้ จึงเป็นที่มาของชื่อ หนอนผีเสื้อชนิดนี้จะอยู่ในกลุ่มของ "บุ้งร่าน" คือมีหนามเป็นพิษ โดนเข้านิดเดียว เจ็บปวดมาก เคยโดนครั้งหนึ่ง เข็ดมาก ทำให้ระมัดระวังยิ่งขึ้นเวลาเดินชมสวน พบที่บ้านเป็นพักๆ ทั้งผีเสื้อ ทั้งหนอน เพราะมีอาหารที่หนอนผีเสื้อนี้ชอบกินอยู่ที่ท่าน้ำหลายชนิด เช่น ต้นกะเม็ง ผักแครด ผักปราบ ผักเป็ดไทย ผักบุ้ง และมะเดื่อ

  • ผีเสื้อกลาสีธรรมดา อยู่ในวงศ์ผีเสื้อขาหน้าพู่ ขนาดเล็ก ปีกกางแล้วกว้างเพียง ๕-๖ เซนติเมตร ลักษณะเด่น คือ ลายสีขาวพาดขวางปีกและลำตัว ชอบบินกระพือปีกถี่ๆ ๒-๓ ครั้งแล้วจึงบินร่อน จะบินไป เกาะพักไปเรื่อยๆ ขณะเกาะมักจะกางปีก ตำราบอกว่าพบได้ชุกชุม แต่เห็นที่บ้านสองสามครั้งแค่นั้น พืชอาหารของหนอนผีเสื้อนี้คือ ต้นถั่วแขก ต้นถั่วกระเป๋า ต้นคนทีสอ ต้นสะบ้า ต้นหญ้าแมงมี่

ยังมีผีเสื้ออีกชนิดที่มาที่บ้านบ่อยมาก และสีสวยงามมากจริงๆ ชื่อก็บ่งบอกความงาม ดูไม่เคยเบื่อ ทั้งตัวผู้ตัวเมีย อยากให้ชมแบบเดี่ยวๆ เลยจะนำมาโชว์ตอนหน้านะคะ

(ข้อมูลจากหนังสือ ๓ เล่ม นี้ ขอขอบคุณผู้จัดทำหนังสือนี้ที่ทำให้ได้รู้จักผีเสื้อรอบตัวได้ดีขึ้นมากค่ะ

  1. ผีเสื้อ คู่มือดูผีเสื้อในประเทศไทย โดย จารุจินต์ นภีตะภัฏและแกรียงไกร สุวรรณภักดิ์
  2. คู่มือผีเสื้อ โดย เกรียงไกร สุวรรณภักดิ์
  3. ผีเสื้อแสนสวย โดย นิดดา หงษ์วิวัฒน์  )