ศิลปะอย่างหนึ่งของการมีชีวิตอยู่ จึงน่าจะได้แก่ การจัดการอย่างพอเหมาะ ให้สัมพันธภาพ พฤติกรรมที่แสดงออก และ การจัดระยะห่างระหว่างตัวเรากับคนทั้งสองกลุ่ม เป็นไปอย่างสมดุล ไม่มาก ไม่น้อยครับ
ผมไปตามอ่านบันทึกใน Blog ของ ท่านผู้นี้ อยู่บ่อยๆ แต่ละบันทึกล้วนท้าทายให้คิด และทบทวนตัวเอง และความเชื่อ ความคิดได้ดีมาก เช่นหลังสุดนี้อ่านเรื่องที่ชวนให้คิด จนไปฝากความทิ้งท้ายไว้ในบันทึกของท่านว่า ...
ขอบพระคุณครับ
- ตามอ่านโดยละเอียด
- พบความจริงตามที่ท่านบอก
- เพราะคิดว่า sure thing มันใกล้ มันชิด มันมีเวลาที่จะแก้ไข ปรับปรุง สิ่งที่ทำผิดทำพลาดได้ .. คิดกันเช่นนั้นเลย พอกพูนเป็นการไม่ระมัดระวัง ไม่ประณีตบรรจง และละเอียดอ่อนกับบรรดา sure thing ครับ .. สั้นๆ ตรงๆ ก็คือ ทำ มักง่าย ได้บ่อยๆ และ สม่ำเสมอ
- ส่วนกับคนที่ห่างออกไป ก็กลัวกันว่า จะห่างไปแล้ว ไม่ประทับใจ ไม่ชื่นชม ไม่ตอบสนองโลกธรรมที่เป็นบวก โดยเฉพาะเรื่อง สรรเสริญ จึงปรุงแต่ง แสร้งทำ(ก็มี) ให้ประณีตบรรจงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ... แท้จริงก็ทำไปเพราะความกลัวนั่นเอง
- ศิลปะอย่างหนึ่งของการมีชีวิตอยู่ จึงน่าจะได้แก่ การจัดการอย่างพอเหมาะ ให้สัมพันธภาพ พฤติกรรมที่แสดงออก และ การจัดระยะห่างระหว่างตัวเรากับคนทั้งสองกลุ่ม เป็นไปอย่างสมดุล ไม่มาก ไม่น้อยครับ
ติดตามอ่านสาระ เต็มจอ ได้ครับ ที่บันทึกเรื่อง .. คนใกล้ชิด และ อาคันตุกะ
สวัสดีเจ้าค่ะ คุณครูพินิจ
น้องจิแวะมาเยี่ยมเยียน คิคิ รักษาสุขภาพด้วยนะเจ้าค่ะ เห็นงานเยอะจังเลย เอิกๆๆ...
เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ ----> น้องจิ ^_^
* สวัสดีค่ะอาจารย์พินิจ
* แวะมาทักทายค่ะ
* ตอนนี้อาจารย์คงพักผ่อนอย่างเต็มที่พร้อมกับการทำงาน
* ก็ขอให้อาจารย์มีความสุขมากๆนะคะ
* แล้วจะแวะมาทักทายบ่อยๆ
* ขออนุญาติแวะไปอ่านในบล็อกของท่านผู้นี้ ก่อนนะ
สวัสดีครับแวะมาอ่านและทักทายครับ
ขอบคุณทุกท่านครับ ทั้ง ...
และ
ขอบคุณที่แวะมาทักทาย เยี่ยมเยือนครับ
สวัสดีค่ะ
ทำอะไรที่พอเหมาะ พอดี คงจะดีที่สุดนะคะ ไว้เตือนใจตัวเองค่ะ
ขอบพระคุณครับท่านพี่ Sasinanda
สวัสดีค่ะ ท่านอาจารย์