ช่วงนี้เทรนด์ว่าด้วยสิ่งแวดล้อม ไม่มีอะไรที่ติดปาก ติดหู ติดตา ผู้คนได้เท่าเรื่อง โลกร้อน อีกแล้ว
อะไรทำให้มหันตภัย (ขอเรียกแรงๆ งี้เลย) นี้เกิดล่ะ...ก็(จะใคร?) ไม่พ้นจากมนุษย์เรานี่เอง...แล้วเป็นเผ่าพันธุ์ สัญชาติไหน อย่าไปสืบเสาะให้เมื่อยซาง(ดู)เล้ย เพราะกระจายตัวอยู่ทั่วโลกเรา ทำกันไป(ได้) ก็ทั้งพวกที่ทำลงไปอย่างไม่รู้เดียงสา และพวกที่ทำซะทั้งๆ ที่รู้อยู่ อื้ม...แต่ไงคงไม่มีใครคิด "ทำอะไร..ไม่ดี...ก็โทษก๊าซโซฮอล์" ไว้ก่อนหรอกนะ
ภาวะโลกร้อน=Global Warming มีกล่าวถึงและอธิบายไว้อย่างมากมาย ปรากฏทั่วไปตามสื่อสิ่งพิมพ์และเว็บไซต์ทุกชาติทุกภาษา... และมีศัพท์แสงมากมายหลายคำที่มีข้อมูลมาเกี่ยวข้อง เช่น ธารน้ำแข็ง, ภาวะเรือนกระจก, ปรากฎการณ์เรือนกระจก, Greenhouse Effect, An Inconvenient Truth, ฯลฯ
คนไทยเราตระหนักในมหันตภัย โลกร้อนนี้ แค่ไหน อย่างไร อืม นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ขอใช้ประโยชน์ IT ละกัน ดูสิจากอินเทอร์เนต เฉพาะแค่ในวันนี้[26 มีนาคม 2551 07:08-07:30 pm] การค้นหาว่า มีการอธิบายคำจำกัดความของ "ภาวะโลกร้อน" จาก Google พบ 25,100 รายการ จาก Yahoo พบอยู่ 10,500 รายการ และเมื่อลองวัดความสนใจต่อการร่วมมือร่วมแรงกันของผู้คน ...มาดูพวกเราชาวไทยก่อนอื่นเลย ข้อมูลที่ออกมาจาก การค้นด้วยคำค้นว่า "รณรงค์โลกร้อน/ภาวะโลกร้อน" จาก Google พบ 171,000 / 2,180 รายการ และจาก Yahoo พบ 2,570 / 2,160 รายการ (ชื่นใจขึ้นมาบ้าง)
เมื่อคืนไปเดินที่เซ็นทรัล ..อย่างว่านะ ความเป็นมนุษย์เงินเดือนธรรมดาคนนึง ทุกเมื่อที่รับเงินมามักอดไม่ได้ที่ต้องไปหาซื้อข้าวของกินของใช้จำเป็น เดือนนี้มีอะไรต้องซื้อหากันล่ะ...เครื่องนุ่งห่ม ปัจจัย 1 ใน 4 ขึ้นอยู่อันดับแรกแล้วล่ะ ไม่รู้เป็นไงพักหลังๆ นี่เสื้อผ้าเก่าหดเล็กลงๆ โดยเฉพาะกระโปรงขอบเอวหดเอ้าหดเอา (เหอๆๆ แปลกจริงหนอ สงสัยเพราะภาวะโลกร้อน :P)
เอ๊ะแล้วไปเดินในห้างซื้อของมาเกี่ยวอะไรกับเรื่อง โลกร้อนหรือ? อ่ะ อ่ะ ขอกลับเข้าเรื่องต่อ... ถึงตอนที่หลังจากเลือกสี เลือกแบบ เข้าไป fitting เจอไซส์ที่สวมได้พอดิบพอดีเรียบร้อยแล้ว ออกมากำลังจะควักบัตรสมาชิกกับเงินจ่าย ทันใดนั้น พนักงานเคาน์เตอร์เอ่ยด้วยถ้อยคำอย่างสุภาพว่า ช่วงนี้สินค้าที่จับจ่ายในวันนี้ มีส่วนลดให้ 30% นะคะ หากลูกค้าไม่ต้องการถุงช็อปปิ้ง คนเชิงดอยยิ้มให้พนักงานแล้วตอบรับความตามแจ้ง พนักงาน เธออธิบายเพิ่มให้ทราบว่า ช่วงนี้ห้าง "รณรงค์ไม่ใช้ถุง" อั่ยเราจึงกระจ่างแจ้งถึงแคมเปญของ Central Love the Earth - No Bag Day Sale 10-30% ดีค่า ดีจัง น่ารักงี้ ขอสนับสนุนเต็มเหนี่ยว การซื้อของได้ในราคาลดจากป้าย ลูกค้ายิ้มล่ะค่ะ ...กับอีกการมีส่วนร่วมช่วยในโครงการรณรงค์ลดโลกร้อนนี่นะ ฉีกยิ้มกว้างขึ้นอีกเลย
โดยส่วนตัวและสมาชิกในครอบครัวแล้ว ทุกบ่อยเมื่อตั้งใจ(มีการวางแผนล่วงหน้า) ว่าจะไปเดินจับจ่ายของสดที่ตลาด จะพกถุงผ้าที่จัดไว้เฉพาะจ่ายตลาดไปใส่ข้าวของด้วย เพราะจะพยายามช่วยๆ ไม่ให้เกิดขยะถุงพลาสติกจำนวนมากๆ ซึ่งถุงพลาสติกที่โคจรเข้าสู่บ้านข้าพเจ้า ทุกคนก็จะรวบรวมไว้ใช้ซ้ำนะ เช่น สวมหุ้มห่อข้าวของเครื่องมือเครื่องใช้เพื่อกันฝุ่นผง ใช้เป็นถุงรองถังขยะที่ใส่เศษอาหารก่อนกำจัด แต่ไงก็ถือว่ายังเลี่ยงการใช้พลาสติกไม่ได้เต็มร้อยอย่างที่ตั้งใจเท่าไหร่นะ ก็เช่นว่า 1. มีบ้างกรณีเหนือความคาดเดาวันไหนขับรถผ่านตลาดแล้วเกิดอยากซื้อของปุ๊บปั๊บฉับพลัน อันนี้ด้วยไม่ได้มีการวางแผนล่วงหน้ามาก่อน เสร็จกันถุงผ้าจ่ายตลาดของครอบครัวเค้าก็อยู่ที่บ้านน่ะนะ งานนี้ถุงพลาสติกติดมือมาเพียบล่ะครับ
กับอีกกรณีคือ 2. ฝ่ายแม่ค้า-พ่อค้าสมัยนี้ส่วนใหญ่เลยเคยชินกับการจับยัดข้าวของที่ลูกค้าซื้อลงถุงหิ้วพลาสติก..หรือที่เรียกกันว่า ถุงก๊อบแก๊บ ให้ลูกค้าอยู่เลย เคยมีบางรายที่คนเชิงดอยทักท้วงไป แม่ค้ากลับยิ้มให้แล้วบอกว่า ใส่ถุงไปเต๊อะ (ใส่เสียงในฟิล์มภาษากำเมืองเลย) แหม...แกไม่เข้าใจ ด้วยความที่ไม่อยากวุ่นวายกับแม่ค้า กลัวถูก ด เด็ก สระอา ไม้เอก เลยรีบรับของมาใส่ถุงผ้า แล้วจ้ำอ้าวไปร้านอื่น แต่สังเกตเหมือนกันว่า แม่ค้า-พ่อค้าเจ้าเดิมที่เรากลับไปซื้อของซ้ำอีกครั้งมักจะจำเราได้แล้วก็ตอบสนองด้วยดีกับการไม่ใช้ถุงพลาสติกใส่ของให้เรา เค้าก็คงรู้สึกดีด้วยว่าเราช่วยเค้าประหยัดถุงด้วย มีครั้งนึงที่ว่า แม่ค้าผักสดตลาดประตูเชียงใหม่เอ่ยปากว่า ถ้ามีคนซื้อของแล้วใช้แบบพกถุงผ้ามาจ่ายตลาดกันเยอะๆ ก็ดีน่ะสิ ...อันนี้ คนเชิงดอยเหมาเข้าข้างตัวเองเลยว่า แม่ค้าแกเห็นด้วยกับการกระทำแบบนี้ แต่ตรงใจใช่เลยอย่างที่แกคิดหรือไม่ยังไงนั้นไม่ขอเป็นธุระไปล้วงตับล้วงไตเอาความนัยจากแกล่ะ
ยังไงซะมีเหตุผลอีกส่วนหนึ่งของ การที่ถุงพลาสติกไม่สามารถหลุดไปจากวงจรค้าขายของเหล่าแม่ค้า-พ่อค้า รวมทั้งลูกค้าได้ซะทีคือ ข้าวของที่ซื้อขายบางอย่างที่มีลักษณะอันจำเป็นต่อการต้องมีภาชนะหุ้มห่อในเบื้องต้น เช่น พวกที่มีความเปียกในตัว อย่างเนื้อสัตว์ประเภทต่างๆ พ่อค้าแม่ขายยุคนี้ไม่มีแล้วจะมาใช้การห่อด้วยใบไม้ใบตองรัดตอกให้ลูกค้าหิ้วโทงๆ กลับบ้านกันอย่างสมัย 60-70 ปีก่อน อาหารไทย กับข้าวกับปลา ขนม นม เนย ที่ห่อด้วยใบตองมีให้พบเห็นน้อยลงทุกที แต่ที่เชียงใหม่ตลาดหลายๆ แห่ง คนเชิงดอยยังพบเจอร้านที่ใช้ใบตองเป็นภาชนะหุ้มห่ออาหารขายให้ลูกค้า หลงเหลืออยู่พอสมควร ซึ่งก็น่าดีใจมากๆ และขอชื่นชมเจ้าของร้านด้วยที่พวกท่านรักษารูปแบบที่พึ่งพาใกล้ชิดธรรมชาติ ไปพร้อมกับการทำความดี ด้วยการรักโลกของเรา ขอเรียกว่าพวกท่านเป็น คนอินเทรนด์ นะขอบอก ที่ช่วยชะลอดีกรีความร้อนปรี๊ดปรอทแตกให้โลกเราออกไปได้
และขอปิดสรุปอุดท้ายกับความที่ว่า "เมื่อไม่อยากให้ โลกร้อน ขึ้นไปกว่านี้ เรามา ร้อนใจ ที่จะช่วยกันคนละมือคนละใจทำให้โลกเรากลับมาร่มเย็นดังเดิมเถอะนะจ๊ะ"
สวัสดีครับ ป้า คนเชิงดอย ณ สวนดอก ... :)
ขอบคุณครับ :)
* ขอบคุณครับ อจ.วสวัตดีมาร ที่มาเยี่ยม
* ดีจัง อจ.ให้เกียรติช่วยสรุปประเด็นจากที่คนเชิงดอยร่ายซึ่งทั้งยืดยาวและลายตา เล่นซะทั้งคนอ่านและคนเขียนเองก็ตาลาย @_@
* ต้องพัฒนาเทคนิคการบันทึกเรื่องให้อ่านได้สบายสายตามากขึ้น นี่เพราะยังเคยชินกับแบบที่เขียนไดอารีส่วนตัวอยู่เลย
ธุค่า..
เดี๋ยวนี้อากาศบ้านเราแปร่งๆ แปลกๆ เพี้ยนๆ แล้วทุกคนก็มาตื่นตัวเรื่องภาวะโลกร้อนกัน (ทั้งๆ ที่น่าจะคิดได้ตั้งนานแล้วเนอะ) แต่ต้อมว่า(เกือบ)ทุกๆ คนคงคิดว่า เรื่องโลกร้อนนี่มันเป็นเรื่องไกลตัว อุณหภูมิจะสูงขึ้นเฉลี่ยปีละ 1 องศา น้ำแข็งขั้วโลกจะละลาย โหยยย..ไม่เห็นเกี่ยวกับเรานี่ หลายๆ คนก็ยังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเดิมๆ
น่าเศร้านะคะ T_T ขอเป็นจุดเล็กๆ ที่มีส่วนช่วยลดภาวะโลกร้อนด้วยคนค่ะ
*ผมก็เป็นคนนึงครับที่ช่วยรณรงค์เรื่องนี้ครับ
*ตอนนี้ เวลานี้ โลกร้อนมาก สังเกตจากช่วงหลายๆปีที่ผ่านมานะครับ
*และตอนนี้ก็ร้อนมากๆครับออกไปข้างนอกทีหนึ่ง ไม่อยากออกไปเลย
*เป็นกำลังใจให้โลกของเราด้วยนะครับ
ขออนุญาติครับ คือว่าผมเองกำลังทำข้อมูลเกี่ยวกับโลกร้อน เพื่อต้องการผลิตสารคดีรายการโทรทัศน์เกี่ยวกับประเด็นสิ่งแวดล้อมที่คนทั่วไปเข้าใจยากให้ย่อยง่าย ต้องการที่จะสื่อผ่านข้อมูลข้อเท็จจริงที่ค่อนข้างหนัก ( วิชาการ ) ให้เล็กลงให้ง่ายต่อการเข้าใจขึ้น เพื่อสื่อผ่านไปยังท่านผู้ชมทางบ้านที่เป็นพ่อแม่ ปูย่าตายายของเรา เพราะที่ผ่านมาผมเองไม่แน่ใจว่า คนส่วนใหญ่เข้าใจวิกฤตการณ์ภาวะโลกร้อนนี้มากน้อยเพียงไร หรือรู้จักไว้เพื่อทำให้ตัวเองไม่เชยไม่ตกยุคเมื่อเข้ากับสังคมเพื่อนฝูง ถ้าเราไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่เป็นความจริงได้ ก็ยากที่เราจะรู้จักปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้ชีวิตเพื่อช่วยโลก ยกตัวอย่าง ผมเคยถามคนรู้จัก เพื่อนสนิท และคนทั่วไปประมาณหนึ่งว่า เวลาที่เราชาร์ตแบตโทรศัพท์มือถือนั้น หลังจากที่เราดึงโทรศัพท์ออกแล้ว มีบ้างไหมที่เรายังเสียบปลั๊กไฟทิ้งไว้ไม่ได้ดึงออก ร้อยทั้งร้อยบอกว่าเคย และเป็นบ่อยด้วย ( ผมเองก็เป็นหนึ่งร้อยนั้นด้วยเช่นกัน ที่ผ่านมา ) เพราะในส่วนตัวนะครับ เมื่อก่อนผมคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็กๆ ไม่น่าทำให้โลกร้อนขึ้นสักเท่าไหร่ และเอาความสะดวกสบายเข้าว่า ( ความขี้เกียจ+เห็นแก่ตัว ) และคิดไปอีกว่าไม่เปงไร ค่าไฟแค่นี้ผมมีเงินจ่ายแน่นอนซึ่งจริงๆแล้วมันเป็นความคิดที่ผมเชื่อว่า หลายๆคนไม่ได้คิดต่างจากผมมากนัก แต่นั้นคือความจริงที่คนธรรมดาคนหนึ่งคิดและทำมันอยู่เป็นกิจวัตร จนตอนหลังผมชาร์ตแบตทีไร เสร็จแล้วก็หันไปมองปลั๊กไฟออก ขณะที่มีรอยอมยิ้มเล็กๆที่มุมแก้มไปด้วย มันชื่นใจนะครับกับการได้ช่วยโลกจากการเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองแม้จะเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ
แต่ถ้าสังคมไทยร่วมมือร่วมใจทำกันอย่างนี้ ปีหนึ่งๆเราคงจะประหยัดไฟฟ้าไปได้เยอะ
ที่ผมเขียนมานั้น เพราะว่าผมเองไม่ได้มีความรู้อะไรมากมาย จึงอยากใคร่ขออนุญาติท่านผู้รู้ทั้งหลายช่วยแนะนำเรื่องราวดีๆ เพื่อว่าผมและทีมงานจะได้ทำข้อมูลที่เป็นประเด็นนำไปสู่เรื่องราวที่น่าสนใจเรื่องอื่นๆต่อไป
ติดต่อผมได้สะดวกที่สุด ก็ที่เบอร์ 081-792-7202 ชื่อน้องสตังค์
หรือส่งข้อมูลเข้าอีเมล์ [email protected]
ถ้าข้อความที่ส่งมาเป็นการรบกวน ต้องขออภัยไว้ล่วงหน้านะครับ
สวัสดีครับ.....สตังค์..คับป๋ม
+ น้องสตังค์ ต้องขอบคุณมากนะคับป๋ม ไงขอให้ภารกิจผลิตสื่อที่ตั้งใจทำ ประสบความสำเร็จ
+ อยากให้มีผู้คนเพิ่มจำนวนมากกกกฯ ที่ตระหนักและร่วมมือกัน
+ อืมมม...กรณีที่ยกมาคงเป็นอีกพฤติกรรมที่หลายคนลืมใส่ใจ...แต่คนเชิงดอย :D ดีใจที่ไม่เป็น 1 ใน 100 ที่มีพฤติกรรมนั้นล่ะ
ขอบคุณ พี่คนเชิงดอย ณ สวนดอก มากครับที่ไม่ได้เป็น 1 ใน 100 คนนั้นอ่ะ
และถ้ามีอะไรที่อยากเสนอเพิ่มเติม สามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ไหมครับ
สตังค์เองไม่แน่ใจว่า จะเป็นการรบกวนหรือเปล่าครับ
แต่ตอนนี้สตังค์และทีมงานก็ทุ่มเทกันทำข้อมูลที่ยากๆให้ย่อยง่ายอยู่
ไม่แน่นะครับ ความคิดเห็นจากพี่คนเชิงดอย และพี่ๆคนอื่นๆ อาจจะชี้ทางสว่างให้พวกเราทีมงานได้บ้าง ( ผมหวังในความกรุณาไว้เช่นนั้นครับ )
ขอบคุณอีกครั้งนะครับ
มีอะไรแนะนำสามารถโทรหาสตังค์ได้ครับ และถ้าไม่เป็นการรบกวนก็บอกเบอร์ติดต่อกันบ้างนะครับ จะได้พูดคุยแบบประสาคนคอเดียวกัน ( คนบ้าที่กล้า..รักษ์โลกจริงๆ)
ขอบพระคุณล่วงหน้า สำหรับคำแนะนำ จากพี่ๆทุกคนที่ร่วมใส่ใจโลก
สิ่งเดียวที่ผมคิดก็คือ ไม่ง่ายแน่ที่จะทำให้คนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชั่วข้ามคืน เพราะเราต่างเคยชินที่จะตักตวงเอาผลประโยชน์จากโลกใบนี้ แต่เมื่อถึงเวลาที่โลกป่วย (จากน้ำมือเรา ) ก็หาคนได้น้อยที่ลุกขึ้นมาทำ และที่สำคัญคนเราต่างมี (ข้ออ้าง และ เงื่อนไข )ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น ผมเองพยายามปลอบประโลมตัวเองด้วยคำพูดว่า
การที่เราตระหนักและลุกขึ้นมาอยากทำอะไรดีๆสักครั้งหนึ่งในการเกิดมา 1 ชีวิตบนโลกใบนี้ ก็ควรที่จะบอกตัวเองว่า
( อยากแบกโลก + แต่ให้ใส่ใจโลก + จะได้ไม่หนักโลก )
เพื่อตัวผมเองนั้น จะได้มีกำลังใจและมีความสุขต่อการทำหน้าที่ของมนุษย์คนหนึ่ง
ที่ได้ชื่อว่า "เกิดมาไม่หนักโลก ...ก็เท่านั้นเอง"
ขอบคุณพระคุณครับ
น้องสตังค์...คับป๋ม
สวัสดีค่ะ
เห็นคำว่า ม.ช. เลยเข้ามาทำความรู้จักค่ะ
ขอบคุณค่ะที่ช่วยกันเป็นอีกมือในการลดปัญหาภาวะโลกร้อน
มี อริยสัจ 4 บนเวทีแก้ไขปัญหานี้ มาฝากค่ะ
ป้าครับ เขียนบันทึกใหม่ ๆ ได้แล้วครับ อิ อิ
เอาหนุก ๆ ครับ ;)