คิด พูด ทำ อย่างสอดคล้อง คือ กฎทอง ประชาธิปไตย

 

                       ผมได้อ่านข้อเขียนของ ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ เรื่อง การเมืองแห่งความสัตย์จริง  เห็นว่าน่าสนใจดี   เลยหยิบยกนำมาฝาก

                     ท่านได้อ้างถึงหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อ Integrity เขียนโดย ( Stephen L. Carter)   โดยคาร์เตอร์ เขียนเพื่อต้องการรื้อฟื้น  ความสัตย์จริง (integrity) ซึ่งเป็นลักษณะชีวิตพื้นฐานของคนอเมริกันรุ่นแรกๆ ที่วางรากฐานของประชาธิปไตยในอเมริกา ซึ่งปัจจุบัน สิ่งนี้กำลังสูญสลาย และถูกทดแทนด้วยสิ่งอื่น ห่างไกลจากการดำเนินวิถีประชาธิปไตยที่ยึดมั่นในความถูกต้อง

                   คาร์เตอร์กล่าวว่า ความสัตย์จริง นับเป็นคุณธรรมอันดับแรกที่สะท้อนว่าเราเป็นคนดีหรือไม่ เป็นคุณสมบัติที่เหนือกว่าคุณสมบัติอื่นๆ ที่สะท้อนให้เห็นคุณธรรมในใจเรา

                  คาร์เตอร์ ได้อธิบายความหมายของ คนที่มีความสัตย์จริง (integrity) ต้องประกอบด้วยองค์ประกอบ 3 ขั้นตอน อันได้แก่

                   ขั้นที่หนึ่ง  ตระหนักรู้ว่าสิ่งใดถูก สิ่งใดผิด   ให้เวลาในการใคร่ครวญแยกแยะว่าสิ่งใดถูกหรือผิดอย่างไร  ให้เหตุผลได้อย่างชัดเจนว่าตนเชื่อว่าสิ่งนั้นถูกหรือผิดเพราะเหตุใด

                ขั้นที่สอง การกระทำสอดคล้องกับสิ่งที่ตระหนักนั้น  มั่นคงในความเป็นคนสัตย์จริง เมื่อเราเชื่อว่าสิ่งใดถูก ต้องมีการแสดงออกที่สะท้อนความเชื่อนั้นด้วย ทำในสิ่งที่คิด  คิดในสิ่งที่ทำ ต้องต่อสู้อย่างเปิดเผย หากเราเชื่อว่าสิ่งใดไม่ถูกต้อง แม้จะต้องสูญเสียอะไรไปบ้าง

              ขั้นที่สาม  สื่อสารอย่างเปิดเผยเกี่ยวกับสิ่งที่ตนทำ  สิ่งที่ทำนั้นสอดคล้องกับสิ่งที่เขาคิดว่าถูกต้อง และไม่อายในการทำสิ่งที่ถูกต้อง โดยกล้าบอกว่าได้กระทำสิ่งใด เหตุใดจึงทำเช่นนั้น สามารถสื่อสารต่อสาธารณชนได้ว่าเราคิดว่าสิ่งที่เราทำนั้นถูกต้องชอบธรรม แม้มีบางคนไม่เห็นด้วย

             คาร์เตอร์ได้อธิบายต่อไปว่า ความสัตย์จริง(integrity) มาจากรากศัพท์ภาษาลาติน integer ให้ความหมายว่า รวมทั้งหมด (wholeness) แปลความได้ว่า คนที่มีความสัตย์จริง คือ ผู้ที่แสดงตัวตนของตนทั้งหมดได้อย่างสอดคล้องกัน ทั้งความคิด คำพูด และ การกระทำ สอดคล้องกับความถูกต้องที่เขายึดถือ

           เป็นเรื่องเศร้าที่คาร์เตอร์กล่าวว่า  คนจำนวนมากล้มเหลวตั้งแต่อยู่ขั้นที่หนึ่ง เนื่องจากไม่ได้ให้เวลาในการใคร่ครวญแยกแยะว่าเรื่องนั้นถูกหรือผิด แต่มักจะใช้หลักว่าเป็นการง่ายกว่าที่จะคล้อยตามเสียงส่วนใหญ่

          โดยนักการเมือง กลับมุ่งทำทุกอย่างเพื่อให้ได้คะแนนเสียง โดยมองประชาชนเป็นเพียง เครื่องมือ นำไปสู่อำนาจและผลประโยชน์ของตน มากกว่าที่จะเห็นประชาชนเป็น เป้าหมายสูงสุด  ประชาชนจึงกลายเป็น เหยื่อ  ที่ถูกนักการเมืองทั้งสองฝ่ายพยายามควบคุมบงการ โดยหยิบยื่นสิ่งที่เป็น ความต้องการ ของประชาชนมาเป็นตัวล่อให้หลงและให้เลือก

          คาร์เตอร์ชี้ให้เห็นว่า ถึงเวลาแล้ว ที่จะต้องสร้างอาวุธทางการเมืองให้กับประชาชน นั่นคือ ประชาชนและนักการเมือง จำเป็นต้องรือฟื้น ความสัตย์จริง ให้เป็น  ลักษณะพื้นฐานชีวิต

 

           ครับ ทั้งหมดนั่นก็เป็นเรื่องของการเมืองและผู้ชี้แนะทางการเมืองในประเทศสหรัฐอเมริกา  

          โปรดฟังอีกครั้ง

           ในประเทศสหรัฐอเมริกา

                                                    ขอบคุณครับ