ท่านคิดว่าองค์กร...ครอบครัว...ตัวท่าน..ควรจะนำ KM มาใช้ได้ไหม๊

หายไปหลาย ๆ วันมากทีเดียว เพราะไปประชุมปฏิบัติการการจัดการความรู้เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรม ตามกลยุทธ์ สพฐ. (Ed-KM)ที่โรงแรมวินเซอร์ สวิท สุขุมวิท 20 กทม.คะ

เม้นให้คนน่ารัก
           โครงการเกี่ยวกับการจัดการความรู้  สพท.สงขลา เขต 2 ดำเนินการมาไม่น้อยกว่า 3 ปีแล้วโดยการระระดมสรรพกำลังการทำงานในทุกภาคส่วน โดยมีผู้รับผิดชอบที่ถือเป็นกำลังสำคัญหลากหลายคน แต่ตัววิ่งที่สำคัญ ก็คือ ผู้ดูแลระบบคนเก่งของเรา (อ.ทวีรัตน์ เทพนะ) วงเล็บแล้วอ่านเบา ๆ นะอย่าให้ท่านได้ยินที่สามารถทำให้เป็นรูปเป็นร่าง และคอยกระตุ้น เสริมแรง แนะนำช่วยเหลือ (หน้าม้านะคะ)อยู่ด้านหลัง (คุณกิจที่รุกไม่หยุด) โดยตัวของ P'กา จะเป็นฝ่ายเลขาที่คอยทำงานด้านหนังสือ และประสานงาน(คุณลิขิต น่ะเอง) 
         ขอบอกเล่าเก้าสิบการเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้มาฝากพวกเรา เผื่อ ๆ จะได้ทราบรายละเอียดของ KM ที่ลึกลงไปอีก จริงแล้วการประชุมในครั้งนี้มีตัวแทนผู้รับผิดชอบ KM และ INNO (นวัตกรรม)ของ แต่ละ สพท.ทั่วประเทศ ประมาณ 356 คน เป็นการต่อยอดแต่ไม่ลงลึกมากนัก เหมือนเป็นการมาบอกเล่าแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการในการดำเนินงานขับเคลื่อน KM ที่ผ่านมาขององค์กร และเป็นการแจ้งรายละเอียดให้รู้ว่าในปีงบประมาณ 2551 นี้งบประมาณที่ได้รับมาจะต้องนำไปใช้ในการพัฒนาอย่างไร
แนวทางและเป้าหมายของ สพฐ.มีอย่างไร
        ซึ่งปกติแล้ว P'กา ยอมรับว่าไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ว่าKM จะใช้และมีความสำคัญต่อวิถีการทำงานของเรา ๆ ท่าน ๆ ได้อย่างไร แต่ท่าน ดร.สุวัฒน์ เงินฉ่ำ วิทยากรคนเก่ง ท่านท้าพิสูจน์ว่ารอบ ๆ ตัวเราบอกมาว่าสิ่งไหน ๆ ที่นำมาเข้ากระบวนการ KM ไม่ได้ ถ้าหาได้จะให้ 10,000 บาท ก็พยายามอย่างยิ่งที่จะหาเพราะอยากได้เงินง๊ะ (ค่าซื้อเสื้อผ้า สวย ๆ ที่จ่ายเกินงบไปแล้วหลายบาทเลย) แต่พอท่านอธิบายก็พบว่าหาไม่ได้ เพราะตั้งแต่เราเกิดก็มีกระบวนการ KM เข้ามาเกี่ยวข้องหมดล่ะแต่เราไม่รู้

Glitter การ์ตูน

         เช่น เด็กร้องไห้ไม่หยุด คนเฒ่าคนแก่ท่านก็จะใช้มือลูบคลำที่ท้องของเด็กแป๊ปเดียวก็รู้ว่าเด็กท้องขึ้น ต้องเอายาพื้นบ้านอย่างมหาหิงส์มาทาท้องโดยลืบจากตรงกระบังลมลงมา และแป๊ปเดียวเองเหมือนกันที่เด็กจะผ่อนคลายและหยุดร้อง  
         ท่านคิดว่าสิ่งนี้เป็น KM หรือไม่...เฉลยค่ะ คนเฒ่คนแก่ท่านก็ได้มาจากประสบการณ์สมัยท่านที่ได้รับบอกกล่าวจากรุ่น ต่อรุ่นที่ลองผิดลองถูกและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหานี้แล้วก็พบว่า เมื่อเด็กร้องโดยหาสาเหตุไม่เจอ ให้ตั้งโจทย์ข้อแรกด้วยการใช้มือสัมผัสท้องหากก็รู้ว่าเด็กท้องขึ้น (อย่าให้บอกนะว่าสังเกตอย่างไร ตอบไม่ถูกหรอก แม่เค้าบอกต่อมาเองแหละ) ก็หาวิธีการรักษาจากปากต่อปาก จนได้ข้อยุติที่ดีที่สุด (Best Practices) ว่าจะต้องใช้ยามหาหิงส์ถาที่ท้องต้องทาลงด้วยนะ ถึงจะหาย
       และนี่แหละถือเป็นการจัดการความรู้ในรูปแบบหนึ่ง คือ เริ่มจากปัญหา หรือการเป้าหมาย (เด็กร้องไห้งอแงผิดปกติ) ก็แม่ไม่รู้จะทำอย่างไรก็นำปัญหาไปคุยกับพี่ ป้า ตา ย่า ยาย  ทุก ๆ คนก็บอกเล่าประสบการณ์การแก้ไขปัญหา ที่ตนเคยลงมือทำแล้วสำเร็จ (กระบวนการทำงานของตนที่ถือว่าดีที่สุดและประสบความสำเร็จมาแล้ว) แต่ทุกคนก็ยังไม่แน่ใจว่าจะนำมาใช้ก็หลานรักได้สำเร็จและเป็นกรณีเดียวกันกับที่ตนเคยทำสำเร็จแล้วแล้ว ก็ร่วมกันบอกเล่าประสบการณ์ จนแม่ หรือผู้อาวุโสเป็นผู้รวบรวมข้อมูลแนวคิด ประสบการณ์นั้น ๆ แล้วหาข้อยุติ เพื่อนำมาแก้ไขปัญหา  แล้วนำไปลงมือทำ หากตรงประเด็นแก้ไขปัญหาได้ถูกจุด เด็กได้รับการรักษาที่ตรงจุด เด็กหยุดร้อง แม่ก็จะจำประสบการณ์นี้แล้วใช้เป็นความรู้ไว้บอกต่อ จากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งก็มีการปรับประยุกต์ให้เหมาะสมตามสภาพและกาลเวลา จนถึงปัจจุบัน
        ซึ่งเป็นเช่นเดียวกับกระบวนการการจัดการความรู้ KM = Knowledge Management  คือ กระบวนการรวบรวม ประมวลบรรดาประสบการณ์ทั้งหลายทั้งปวง ภายในองค์กรทั้งที่อยู่ในรูปของฐานข้อมูล หรือในตัวบุคคลและนำมาประยุกต์ใช้ประโยชน์ให้เกิดผลสูงสุด
        วันนี้ ท่าน ได้ลองนำกระบวนการจัดการความรู้ไปใช้ในการพัฒนางาน พัฒนาตน แล้วรึยัง ถ้ายังลองสักนิดไหมคะ
         ถ้ายัง (NO)            ก็ลองทำ (Yes)
       ถ้าทำแล้ว (Yes)        ก็ลองทำให้ดี (Good)
 ถ้าทำดีอยู่แล้ว(Good)      ก็ลองปรับปรุงพัฒนาให้เป็นผลงานเด่นที่เผยแพร่ให้ผู้อื่นได้ใช้ประโยชน์
                                    (Best Practices)
ไม่ยากหรอกคะ  ลองทำดูนะคะจะเป็นกำลังใจให้

    วันนี้เหนื่อยมั้ย