เครียดมาก…ภูมิคุ้มกันพร่อง


เครียดมากๆ ไม่ดีต่อตัวคุณเอง และครอบครัวนะคะ ขอบอก....
    วันนี้ทำงานเยอะมาก โดยเฉพาทำปพ. 5 เครียดมาก สมองหนักตื้อ คิดอะไรก็ไม่ออก ก็เลยผ่อนคลายด้วยการเปิดโลก แห่งการท่องอินเตอร์เน็ต เพลินดี  เปิดไปเปิดมา บทความ เครียดมาก...ภูมิคุ้มกันพร่อง ก็เลย อ่านแล้วนั่งคิดว่าเราเป็นอยู่หรือเปล่าเนาะ  พออ่านจบก็เลยเขียนบันทึกฝาก ท่านๆ ที่กำลังเครียดกับงาน อยู่  ..เฮ้อ .. อย่าคิดอะไรมากเลย งานคือเงิน เงินคืองาน ไม่มีงาน ก็ไม่มีเงิน  จริงหรือเปล่า การทำงานก็คือการเรียนรู้ จริงไหมค่ะ
สิ่งที่มีมาฝาก
     Immune System หรือระบบภูมิคุ้มกัน นับเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งของร่างกาย มีหน้าที่ปกป้องคนเราจากเชื้อโรค ไม่ให้ไวรัสหรือแบคทีเรียต่างๆ เข้าทำร้าย ทำให้มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง แต่น้อยคนจะรู้ว่า มีสิ่งหนึ่งซึ่งระบบภูมิคุ้มกันไม่อาจต่อสู้ได้ นั่นคือความเครียด ! จริงๆ เน้อ
     จากการศึกษาของนักวิจัยในสหรัฐฯ พบว่าความเครียดทำให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง เป็นเหตุให้ไวรัสไข้หวัดและเชื้อโรคอื่นๆ เข้าโจมตีร่างกายได้ เห็นชัดเจนจากผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีความเครียดมากๆ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการพัฒนาเป็นโรคเอดส์ และป่วยจากเชื้อฉวยโอกาสได้ง่ายขึ้น

นอกจากนั้นยังพบว่า ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่มีความเครียดสูง มีโอกาสหายจากโรคร้าย น้อยกว่าผู้ป่วยที่มีสุขภาพจิตดีถึง 6 เท่า

แจนิซ คีโคลท์-เกลเซอร์ (Janice Kiecolt-Glaser) นักวิจัยแห่ง Ohio State University ระบุว่า สภาพแวดล้อมรอบตัวมีความสำคัญต่อสุขภาพที่สมบูรณ์ สิ่งที่คนเราควรคำนึงถึงตลอดเวลาคือการรักษาสมดุลของระบบภูมิคุ้มกัน เพื่อให้สามารถต่อสู้กับความเจ็บป่วยต่างๆ ได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุ ในวัย 60-70 ปีนั้น ยิ่งต้องระมัดระวังเรื่องความเครียดให้มากๆ ส่วนผู้ที่ยังไม่เข้าสู่วัยชรา ความเครียดมักจะทำให้เกิดโรคหวัดหรือไข้หวัดใหญ่ แต่ถ้าใช้ชีวิตโดยปราศจากความเครียด หรือระวังให้เกิดความเครียดน้อยที่สุด ความเจ็บป่วยดังกล่าวจะลดลง

อย่างไรก็ตาม ความเครียดบางอย่างก็ไม่นับว่าไปบั่นทอนระบบภูมิคุ้มกัน เช่น ความเครียดจากรถติด โดยนักวิจัยอธิบายว่า นักเดินทางรู้ดีอยู่แล้วว่าความหงุดหงิดในปัญหาที่ประสบอยู่นั้น สักพักจะหายไป

แต่ความเครียดระยะยาว เช่น ผู้ที่ประสบปัญหาการหย่าร้างหรือเจ็บป่วยเรื้อรัง เป็นกลุ่มที่จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายต่างๆ หรือมีการเจ็บป่วยมากขึ้นกว่าเดิม
หากใครที่มีญาติพี่น้อง หรือคนใกล้ตัวกำลังเคียดอยู่ เราก็ควรที่จะช่วยกันดูแลเขา ไม่ให้เครียด การที่เตือนคนอื่น ก็เหมือนกับการเตือนตัวเองไปด้วย  บางครั้งเราไม่รู้ว่าตนเองเครียดอยู่ ก็เป็นได้ ดิฉันเป็นบ่อยมาก ค่ะ ไม่รู้ว่าตนเองเครียด รู้อีกที ปวดเมื่อย ตามต้นคอ ศรีษะหนักมากเหมือนกับแบกลุกหินไว้บนสมอง ยังงัยยังงั้นเลย  ตอนนี้ก็พยายามปล่อยสมองให้โล่ง ด้วยการเขียนบันทึกนี้แหล่งค่ะ

รู้อย่างนี้แล้วเลิกเครียดกันดีกว่า อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด แต่เราต้องเบิกบานอยู่เสมอ

สรุป อย่างเครียดกันเลยค่ะ  ดิฉันสบานใจแล้วค่ะ  คุณละสบายใจขึ้นหรือเปล่าเอ่ย

หมายเลขบันทึก: 171747เขียนเมื่อ 19 มีนาคม 2008 21:10 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2012 23:11 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี