สมาคมประกันภัยแห่งประเทศญี่ปุ่น และระบบการประกันภัยความรับผิดในผลิตภัณฑ์ในประเทศญี่ปุ่น

สมาคมประกันภัยแห่งประเทศญี่ปุ่น และระบบการประกันภัยความรับผิดในผลิตภัณฑ์ (product liability:PL) ในประเทศญี่ปุ่น

 

ผู้เขียนได้เดินทางไปยังสมาคมการประกันภัยแห่งประเทศญี่ปุ่น และได้รับฟังการบรรยายสรุปได้ดังนี้

 

นายมาโมรุ โอซึโบะ ได้บรรยายเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการประกันภัยทั่วไปและกิจกรรมของสมาคมสรุปได้ดังนี้

 

ธุรกิจการประกันภัยของประเทศญี่ปุ่นจัดอยู่ในลำดับที่สองของตลาดการประกันภัยในระดับโลกรองจากสหรัฐอเมริกา โดยมีสินทรัพย์ ๒๕๗ พันล้านดอลลาห์สหรัฐ

 

การประกันภัยเป็นธุรกิจเชิงบริการ เป็นสัญญาต่างตอบโดยบริษัทฯ เป็นผู้รับประกันเข้ารับการเสี่ยงภัยโดยผู้เอาประกันภัยจ่ายเบี้ยประกันแก่บริษัทฯ เพื่อการเลี่ยงภัย

 

บทบาทของธุรกิจประกันภัยโดยทั่วๆ ได้แก่ การเข้ารับการเสี่ยงภัยส่วนต่างๆ เช่น อัคคีภัย แผ่นดินไหว อุบัติเหตุต่างๆ การประกันสุขภาพและการรักษาพยาบาล และการประกันความผิดส่วนบุคคล การประกันภัยความรับผิดทางการค้าและความรับผิดอันเนื่องมาจากผลิตภัณฑ์ การประกันภัยทางทะเล และการประกันภัยการขนส่งสินค้า เป็นต้น  จากผู้เอาประกันภัยหรือผู้บริโภคเป็นรายเฉพาะบุคคลและนิติบุคคลหรือบริษัทต่างๆ ในเชิงการค้า  ทั้งนี้ ผลที่ได้โดยรวมก็คือเป็นการประกันเสถียรภาพแก่กิจกรรมทางเศรษฐกิจ

 

สำหรับสมาคมการประกันภัยของประเทศญี่ปุ่นนี้ได้เริ่มก่อตั้งเมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ค.ศ. ๑๙๔๖ และได้เปลี่ยนแปลงลักษณะการบริหารขององค์กรในลักษณะ incorporated body เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ค.ศ. ๑๙๔๘ วัตถุประสงค์ขององค์กรคือส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมประกันภัยในประเทศญี่ปุ่น โดยมีสาขาจำนวน ๑๓ แห่งทั่วประเทศ มีพนักงานประมาณ ๓๐๐ คน

 

พันธกิจขององค์กร ได้แก่ การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกสมาคมต่างๆ องค์กรภาครัฐต่างๆ ผู้บริโภค และองค์กรระหว่างประเทศ ทางด้านการให้บริการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร การป้องกันภัยพิบัติต่างๆ ปัญหาสังคม กิจกรรมระหว่างประเทศ การรักษาสิ่งแวดล้อม การพัฒนาความเชื่อมั่น และการกำหนดและเสนอนโยบายต่างๆ เกี่ยวกับการประกันภัย

 

ระบบการประกันภัยความรับผิดในผลิตภัณฑ์ (product liability:PL) ในประเทศญี่ปุ่น

นายจุน ยามาชิตะ เจ้าหน้าที่สมาคมการประกันภัยแห่งประเทศญี่ปุ่นได้บรรยายสรุปได้ดังนี้

 

เมื่อปี ค.ศ. ๑๙๘๕ ได้เกิดอุบัติเหตุจากผลิตภัณฑ์ที่อยู่ใกล้ตัวผู้บริโภคบ่อยครั้ง เช่น เกิดความเป็นพิษจากสารคาร์บอนไดออกไซด์ อันเนื่องมาจากเครื่องทำความร้อนที่ใช้น้ำมัน และการเกิดประกายไฟจากโทรทัศน์ เป็นต้น อุบัติเหตุเหล่านี้ทำให้เกิดความวิตกกังวลของประชาชนที่มีผลต่อผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ใช้เทคโนโลยีสูงขึ้น แต่อาจไม่ได้รับความปลอดภัย  ต่อมา ปี ค.ศ. ๑๙๙๕ ได้มีการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยความรับผิดในผลิตภัณฑ์ขึ้น จึงมีการส่งเสริมให้ผู้ประกอบธุรกิจหรือผู้ผลิตทำสัญญาประกันภัยต่อความเสียหายอันเนื่องมาจากผลิตภัณฑ์กับบริษัทประกันภัยเอกชน และส่งเสริมให้บริษัทผู้ผลิตขนาดกลางและขนาดเล็กรวมตัวจัดตั้งสมาคมตามประเภทผลิตภัณฑ์ และให้สมาคมเป็นผู้ดำเนินการทำสัญญาประกันภัยกับบริษัทประกันภัย โดยบริษัทซึ่งเป็นผู้ผลิตที่เป็นสมาชิกจ่ายเบี้ยประกันภัยผ่านทางสมาคมในอัตราเบี้ยประกันต่ำ ทั้งนี้ เพื่อผลในการรองรับปัญหาด้านความรับผิดในผลิตภัณฑ์ตนเองหากเกิดขึ้นกับผู้บริโภค

ข้อสังเกตของผู้เขียน

๑. ความปลอดภัยและความรับผิดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และกฎหมายว่าด้วยการนั้น จะเห็นได้ว่ามีระบบการประกันภัยเข้ามามีส่วนสำคัญ  ดังนั้น ลำพังแต่กฎหมายแต่เพียงอย่างเดียวโดยปราศจากกลไกคู่ขนานในทางธุรกิจ เช่น การประกันภัย ย่อมไม่อาจทำให้แนวคิดว่าด้วยความปลอดภัยและความรับผิดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์บรรลุตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ซึ่งผู้บริโภคอาจไม่ได้รับการเยียวยาชดเชยความเสียหายได้อย่างทันท่วงที และเป็นหลักประกันได้ว่าผู้บริโภคจะได้รับการชดเชยค่าเสียหายในเบื้องต้นอย่างแน่นอน

๒. ระบบการประกันภัยนับเป็นกลไกหนึ่งในการแก้ไขปัญหาด้านความรับผิดในผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะเป็นหลักประกันให้กับผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายและได้รับการชดใช้เยียวยาในเบื้องต้นทันท่วงทีต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น  อย่างไรก็ตาม ระบบประกันภัยดังกล่าว ผู้ที่เอาประกันคือบริษัทผู้ประกอบการซึ่งได้แก่ ผู้ผลิต ผู้จำหน่ายและผู้ประกอบการนำเข้าผลิตภัณฑ์ หากบริษัทผู้ประกอบการได้ล้มละลายหรือเลิกกิจการ ผู้บริโภคอาจไม่ได้รับการชดเชยจากบริษัทนั้น ดังนั้น ระบบดังกล่าวจึงควรได้รับการปรับปรุงแก้ไขเกี่ยวกับข้อสัญญาประกันภัยที่ผู้เอาประกันภัยระบุไว้โดยให้มีข้อความที่ผู้เสียหายหรือผู้บริโภคสามารถที่จะใช้สิทธิเรียกร้องแทนบริษัทผู้ประกอบการผู้เอาประกันภัยต่อบริษัทประกันภัยได้

 

การแนะนำมุมข่าวสารด้านการประกันความเสียหาย

เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ สมาคมการประกันภัยแห่งประเทศญี่ปุ่นได้แนะนำและพาผู้เขียนชมส่วนที่ให้ข้อมูลข่าวสารด้านการประกันความเสียหายดังนี้

 

มุมข่าวสารด้านการประกันความเสียความของสมาคมฯ นั้น มีการจัดไว้เป็นห้องเฉพาะสำหรับประชาชน นักเรียน นิสิตและนักศึกษา เข้าใช้บริการด้านข้อมูลได้โดยง่าย โดยอยู่ชั้นหนึ่ง เวลาให้บริการตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐ น. ถึง ๑๘.๐๐ น. (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) จัดสร้างบรรยากาศและสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เช่น ห้องให้คำปรึกษา โทรศัพท์ภายในติดต่อเจ้าหน้าที่ และคอมพิวเตอร์พร้อมอินเตอร์เน็ต สำหรับผู้ใช้บริการ เป็นต้น

                        การจัดสำนักงานแบ่งออกเป็นสัดส่วนดังนี้

                        ๑. มุมปรึกษาเรื่องการประกันความเสียหาย

                        ๒. เอกสาร หนังสือ และแผ่นพับ

                        ๓. เอกสารของแต่ละบริษัทประกันความเสียหาย

                        ๔. มุมอ่านหนังสือ

                        ๕. สายด่วนของแต่ละบริษัทประกันความเสียหาย

                        ๖. เอกสารและวีดีทัศน์ของสมาคมฯ

                        ๗. โฮมเพจ

                        ๘. กล่องรับฟังความคิดเห็น

 

ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้เขียน

๑. หากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคจะมีการจัดสำนักงานแห่งใหม่ ควรจัดให้มีสถานที่ซึ่งประชาชนสามารถเข้าใช้หรือแสวงหาข้อมูลเป็นการเฉพาะและเป็นสัดส่วน หรือในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน  ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของทางราชการ

๒. การบริหารจัดการสถานที่ดังกล่าวควรจัดจ้างบุคคลมืออาชีพจากเอกชนทำหน้าที่แนะนำและให้บริการแก่ประชาชนผู้บริโภค