เมื่อไปเที่ยว เกี่ยวเก็บ เหน็บเรื่องเล่า ครูอ้อยเล่า ไปเที่ยว เกี่ยวกับเขา ชอบไปเที่ยว เล่าเรื่อง เขากับเรา ครูอ้อยเล่า เฝ้าทุกเรื่อง ที่เนื่องนำ

สังคมในเมืองหลวง  ช่างยุ่งเหยิง วุ่นวาย สับสน เร่งรีบ เร่าร้อนเสียจริง  

จะไปไหนกันทีหนึ่ง  ก็ต้องมาวางแผนว่า  จะไปอย่างไร  ไปทางไหน  ใช้พาหนะอะไร  ออกจากบ้านกี่โมง  เตรียมเงินค่ารถให้พร้อม  แต่งกายให้รัดกุม  จิปาถะตามพื้นฐานความคิดของแต่ละคน  

ย่านใจกลางเมือง  โชคดีสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปละแวกนั้น  คือ  มีทั้งรถไฟฟ้ามหานคร  มีรถไฟใต้ดิน  ได้ให้เลือกตามความพอใจ 

รวดเร็ว   ไม่ยุ่งเหยิง  วุ่นวาย  สับสน  เร่งรีบ  เร้าร้อน  ไปเสียหมดหรอก  ยังพอมีทางออกได้บ้างสิ.....เกิดเป็นคนน่ะ

ชายคนหนึ่ง  ไม่เคยได้ใช้รถไฟใต้ดิน  นี่เป็นครั้งแรกของเขา  เพราะความรีบร้อน  จึงจำเป็นต้องใช้การเดินทางด้วยวิธีนี้ 

ตามธรรมเนียมต้องซื้อตั๋วการเดินทางแล้ว  ก็มายืนรอที่ที่ควรยืน  เดินขึ้นรถเมื่อเทียบท่าอย่างระมัดระวัง  

เขาไม่ได้นั่ง  เพราะเสียสละให้ผู้หญิงและเด็กได้นั่ง  ด้วยการเดินทางแบบนี้  ไม่ได้เสียเวลายืนมากนัก  เขาคิด 

เมื่อรถจอดทุกสถานี  เขาเหลือบตาเห็น.....ชายวัยรุ่นคนหนึ่งหน้าตาบึ้งตึงดุดัน   จ้องมองเขาอยู่  มองแบบ  ยียวนกวนประสาท 

มองเขาแบบไม่ลดละสายตา  หากเขายังเป็นหนุ่มอยู่  อาจจะเดินสาวเท้าเข้าไปถามแน่ๆๆ  ว่า  จ้องมองอะไรอยู่  

ยิ่งรถจอดทุกสถานี  ชายคนนนั้นก็มองจ้องเขาอยู่อย่างนั้น  เพราะเขา...เอ้อ...แก่แล้ว   จึงไม่คิดที่จะทำให้ป็นเรื่องและเจ็บตัว

เขาก็เริ่มรู้สึกว่าดีขึ้น  ไม่ใช่ ชายวัยรุ่นนั้น  จะลดสายตาจากเขาหรอก 

เขารู้สึกว่าดี  เพราะจะใกล้ถึงจุดหมายปลายทางที่เขาจะลงจากรถแล้ว  

แต่เขาก็รู้สึกว่า.....โล่งใจทันที   ที่เดินมาถึงประตูรถ   เขาจึงได้รู้ความจริงว่า  ทำไม  วัยรุ่นคนนั้นจึงมองเขาด้วยสายตาไม่ลดละ     

เมื่อเขามองสายตามสายตาของวัยรุ่นคนนั้น    วัยรุ่นคนนั้นไม่ได้มองเขาเขาเลย......

เขามองดู ทีวี ที่แขวนอยู่  ต่างหากล่ะ 

โธ่....หลงเข้าใจผิดเสียตั้งนาน.....พับผ่า 

เรื่องนี้  เป็นเรื่องจริง  นำมาจากการเล่าเรื่องในการประชุมครู  ที่โรงเรียนของครูอ้อย 

ผู้เล่าเรื่องก็คือ.....ประธานของการประชุม  นั่นเอง