"กระบวนการเขียนบันทึกของผม ใน Gotoknow.org" ให้ท่านได้ฟังกัน ซึ่งอาจจะทำให้ท่านรู้จักตัวตนของผมมากขึ้น จากกระบวนการจัดการชีวิตของผม

ผมเขียนบันทึกที่ Gotoknow.org เป็นเวลา 6 เดือน เป็นจำนวน 174 บันทึกผ่านไป จากสมุดบันทึกถึง 9 เล่ม

 

ขอเล่าความคิดส่วนตัวเกี่ยวกับ "กระบวนการเขียนบันทึกของผม ใน Gotoknow.org" ให้ท่านได้ฟังกัน ซึ่งอาจจะทำให้ท่านรู้จักตัวตนของผมมากขึ้น จากกระบวนการจัดการชีวิตของผม

 

สมุดบันทึก (Blog) และ บันทึกแต่ละหน้า

สมุดบันทึก (Blog) เสมือน การสร้างโฟลเดอร์ หรือ ไดเรกทรอรี่ เพื่อมีวัตถุประสงค์ในการเก็บไฟล์ข้อมูลที่เป็นเฉพาะเนื้อหาใดเนื้อหาหนึ่ง เช่น ผมเก็บงานข้อเขียนจากหนังสือไว้ในสมุดบันทึกที่ชื่อ หอมกลิ่นหนังสือ  เหมือนกับโฟลเดอร์ชื่อ หอมกลิ่นหนังสือ เช่นกับระบบเก็บข้อมูลของคอมพิวเตอร์ และไฟล์ข้อมูล ก็คือ บันทึกที่เขียน นั่นเอง

สมุดบันทึก (Blog) เสมือน วารสารทางวิชาการเล่มหนึ่ง ที่ภายในประกอบไปด้วยบทความทางวิชาการหลาย ๆ บทความ ดังนั้น สมุดบันทึก คือ วารสาร และ บันทึกแต่ละเรื่อง คือ บทความแต่ละบทความ นั่นเอง

ดังนั้น ผมจึงเลือกสร้างสมุดบันทึก ถึง 9 เล่ม เก็บเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผมอยากเขียน อยากเก็บ อยากบันทึกเอาไว้

 

การตั้งชื่อสมุดบันทึก (Blog)

สำหรับผมแล้ว การตั้งชื่อสมุดบันทึก (Blog) ... เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ผมจะใช้เวลาในการตั้งชื่อสมุดบันทึกค่อนข้างมากครับ บางเล่มก็คิดหลายวัน หลายสัปดาห์ก็มี ถ้าไม่ลงตัวก็ไม่ยอมตั้งสักที

โดยเริ่มแรก คือ การคิดชื่อที่เป็นที่อยู่ของสมุดบันทึกก่อน คือ http://gotoknow.org/blog/ .........

ต้องใช้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษ โดยตั้งชื่อให้สอดคล้องและสัมพันธ์กับชื่อบล็อกภาษาไทยและวัตถุประสงค์สำหรับการเขียนบันทึกในสมุดบันทึกเล่มนี้

เช่น สมุดบันทึก ชื่อ มหาวิทยาลัยชายเขาของคนชายขอบ  ผมใช้ชื่อที่อยู่ของสมุดบันทึกว่า http://gotoknow.org/blog/university-of-foothills

ซึ่งแปลตรงตัว อาจจะมีความยาวมากหน่อย แต่ก็สื่อความหมายได้เข้าใจดีและตรงเรื่องราว

ผมถือว่าสำคัญ เพื่อการสื่อความหมายที่ถูกต้องกับเพื่อน ๆ หรือ ผู้ผ่านทางที่ไม่รู้จักกัน เขาจะเข้าใจว่า สมุดบันทึกนี้เป็นเรื่องราวของอะไร

ผมจึงไม่พยายามตั้งชื่อสมุดบันทึกแบบไร้ความหมาย เช่น ชื่อตัว ชื่อเล่น เบอร์โทรศัพท์ เลขทะเบียนรถ ชื่อแฟน ชื่อหมา ชื่อแมว ชื่อช้าง เป็นต้น

หลักการเหล่านี้ นำมาจากการตั้งชื่อไฟล์ หรือ โฟลเดอร์ในระบบการจัดเก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์ทั้งสิ้น ครับ

 

การตั้งชื่อบันทึกแต่ละเรื่อง

เมื่อมีเรื่องที่เราอยากเขียน อยากบันทึกแล้ว เรามักจะตั้งชื่อไปก่อน บางทีก็ไม่ใช่ข้อสรุป ไม่ใช่ประเด็นที่สื่อความหมายกับเนื้อเรื่องที่อยู่ภายใน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่อง

ตั้งชื่อบันทึกได้น่าสนใจ สื่อความหมายได้ดี ... ผู้เข้าเยี่ยมชมที่สนใจประเด็นที่เราเขียน จะเข้ามาได้อย่างถูกต้อง และถูกใจตนเอง และยิ่งสนใจมาก ก็ยิ่งอยากแสดงความคิดเห็นของตนเองเอาไว้เช่นกัน

นี่ไม่ใช่หลักการตลาด แต่เป็นหลักการตั้งชื่อปกติ ตั้งชื่อไฟล์ โฟลเดอร์ก็เหมือนกันครับ

เหมือนเราอยากจะซื้อหนังสือสักเล่ม เราก็มักจะต้องเปิดดูสารบัญก่อนใช่หรือไม่ครับว่า มีเรื่องราวที่เราสนใจ อยากอ่านหรือไม่ เช่นกันกับการตั้งชื่อบันทึกใน Gotoknow ครับ

 

การเตรียมข้อมูลและแหล่งข้อมูล

เนื้อหาที่เขียน มักจะมาจาก ...

  • ประสบการณ์ตรงที่พบประสบเจอด้วยตนเอง จะเหมือนเล่าให้เพื่อนฟัง แต่ยากกว่าพูด เพราะต้องเขียนให้เห็นภาพ ผู้อ่านจึงจะเข้าใจตรงกับผู้เขียน
  • ข้อมูลเฉพาะของเรื่องราวที่เราเขียน เช่น ประวัติ ซึ่งโดยปกติ ผมมักจะใช้ข้อมูลจากสื่อสิ่งพิมพ์เสียส่วนใหญ่ เช่น หนังสือ บทความจากวารสาร ฯลฯ ข้อมูลจากเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้ (ขอย้ำ เชื่อถือได้ ต้องใช้ประสบการณ์จากการอ่านสื่อสิ่งพิมพ์ด้วยว่า มั่วหรือไม่)
  • ข้อมูลที่ผมไม่เคยใช้เลย คือ FORWARD MAIL <-- ไม่เคยใช้ ครับ

รูปภาพที่ต้องใช้ประกอบ

  • ชอบใช้ภาพถ่ายที่ตัวเองเป็นคนถ่ายเอง หรือกราฟิกที่ตัวเองสร้างเอง
  • หรือ ถ้า Scan จากสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ก็ต้องอ้างอิงให้ถูกต้องในบันทึกด้วยครับ
  • นาน ๆ จะใช้จากเว็บไซต์ของคนอื่น แต่ต้องอ้างอิงให้ถูกต้องด้วย ถือเป็นการให้เกียรติกัน

 

กระบวนการเขียน

  • เวลาผมเขียนบันทึกลงใน Gotoknow นั้น ผมมักจะพิมพ์สด ๆ กันเลย ... ประมาณว่า ไม่กลัวการติดต่อสื่อสารของผมจะหลุด จะหาย ซึ่งก็หายหลายครั้ง แล้วต้องทำใจมาพิมพ์ใหม่อีกที
  • การพิมพ์สด ถ้ามีข้อเขียนที่ผมต้องคัดลอกลงประกอบ ผมก็เปิดหนังสือที่หน้าจอ แล้วพิมพ์เลย ไม่ค่อยมีการเปิดเว็บไซต์แล้ว COPY และ PASTE เลย เหมือนผมตรวจงานนักศึกษา ถ้าผมเจอ ผมให้ข้อกล่าวหาเป็น COPY หมด ดังนั้น ผมจึงรู้สึกว่า ผมจะไม่ COPY แบบนี้มากนัก แต่ไม่ใช่ความหมายว่า ไม่ได้ทำนะครับ มีบ้าง ตามความเหมาะสม และต้องอ้างอิงเสมอ
  • การพิมพ์สดได้นั้น เพราะผมใช้เน็ตของมหาวิทยาลัยไงครับ นี่ถ้าใช้ GPRS ที่บ้านล่ะก็ เสียดายเวลาแย่เลยครับ
  • เพราะว่า พิมพ์บันทึก ๆ หนึ่ง ผมใช้เวลาเกิน 30 นาทีเสมอครับ ยกเว้น บันทึกไหนที่ต้องใช้ความคิดในการประมวลผลเยอะ แบบนั้นล่ะก็นานเป็นชั่วโมงเลยครับ
  • ยิ่งถ้าเป็นบันทึกพาเที่ยวล่ะก็ ผมก็ต้องนำไฟล์ขึ้นไฟล์อัลบั้มก่อนครับ แล้วจึงค่อยเขียน เวลาก็บวกมากขึ้นอีก
  • เมื่อพิมพ์เสร็จ จึงค่อยกลับมาตกแต่งข้อความอีกครั้ง จัดเอกสารให้อ่านง่าย แล้วจึงค่อยบันทึกครับ

 

การตอบความคิดเห็น

  • มีใครเข้ามาแสดงความคิดเห็น ผมก็จะทักทายเสมอ หรือถ้าทราบก็จะต่อยอดออกไป
  • มีหลายครั้งที่ผู้เข้ามาตอบ อ่านแล้วไม่เข้าใจในการสื่อความหมายของผม มักจะเข้าใจผิดเป็นอีกประเด็น ผมต้องทำการชี้แจงให้เขาฟังทีละนิด ๆ แต่ผมจะไม่บอกว่า "ลองกลับอ่านบันทึกที่ผ่านมาสิ" "อ่านใหม่อีกครั้งสิครับ" ไม่มี ... ผมถือว่า เสียมารยาทเกินไป
  • เพราะถ้าเป็นตัวเอง แล้วตัวเองอ่านไม่ดีแล้วมีคนมาเขียนแบบนี้ เราก็ไม่ชอบเช่นกัน
  • เลือกปฏิบัติกับเขาอย่างที่อยากให้เขาปฏิบัติต่อเรา ครับ
  • ประเด็นใดที่ผมไม่ทราบ เขาให้ความรู้มา ผมขอบคุณ
  • ประเด็นใดที่เขาทักทายมา ผมยินดี
  • ประเด็นใดที่เขากวนโอ๊ยมา แบบเจตนาไม่ดี ผมจะลองคุยก่อน แต่ถ้าไม่ดีขึ้น ผมเลิกตอบโต้ เพราะเสียลมหายใจไปเปล่า ๆ ถ้าไม่มีเหตุผลพอ
  • กรณีศึกษาต่าง ๆ เหล่านี้ ผมจะเล่าให้ฟังในบันทึกต่อ ๆ ไปนะครับ

 

กระบวนสำรองข้อมูล

  • ยังไม่เคยทำเลย ครับ
  • ทำได้แต่ว่า ถ้าเขียนบันทึกใหม่ ๆ แล้วบันทึกขึ้นเป็น "บันทึกล่าสุด" ล่ะก้อ ผมจะใช้ SnagIT หรือ Hypersnap-DX จับภาพเก็บไว้เป็นไฟล์ JPEG เสมอ แต่บางทีก็จับภาพไม่ทัน เพราะสมาชิกท่านขึ้นก็เขียนบันทึกล่าสุดเหมือนกัน ครับ
  • อนาคต ... คงต้องทำแล้วล่ะ กลัวมันเยอะจนเก็บไม่ทัน

 

สำรวจความต้องการสำรองข้อมูล >> บันทึกที่สมาชิก Gotoknow เขียนไว้ ควรจะมีระบบสำรองข้อมูลส่วนตัวหรือไม่ อย่างไร ?

 

ขอบคุณที่แวะมาอ่านนะครับ เดี๋ยวถ้าผมมีประเด็นใดเพิ่มเติม ผมจะนำอัพเดทบันทึกนี้ทันทีเลยนะครับ

บุญรักษา ทุกท่านครับ :)