ผลงานวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ

ชื่อเรื่อง                 รายงานผลการประเมินโครงการพัฒนาครูเกี่ยวกับการพัฒนานวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้    

                                สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 3

ผู้รายงาน              นายพุทธ  มงคล

ปีที่ทำการรายงาน  
  ปีการศึกษา  2550

                                                                                บทคัดย่อ

1.  วัตถุประสงค์ในการรายงาน
                  1.เพื่อรายงานผลการประเมินการดำเนินงาน    โครงการพัฒนาครูเกี่ยวกับการสร้างและพัฒนานวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้  ของครูในโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 3 ตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา  ครูผู้เข้ารับการอบรม  นักเรียน  ผู้ปกครอง   และบุคลากรทางการศึกษา  ใน 4 ด้านคือ  ด้านสภาพแวดล้อม  ด้านปัจจัยการดำเนินงาน  ด้านประสิทธิภาพกระบวนการ   และด้านคุณภาพผลผลิต
                2. เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็น  ของผู้บริหารสถานศึกษา  ครูผู้เข้ารับการอบรม นักเรียนผู้ปกครอง  และบุคลากรทางการศึกษาใน 4 ด้านคือ  ด้านสภาพแวดล้อม ด้านปัจจัยการดำเนินงาน ด้านประสิทธิภาพกระบวนการ  และด้านคุณภาพผลผลิต
2.  วิธีการดำเนินการศึกษา

                     ประชากร
 
                                ประชากร ที่ใช้ในการศึกษาในครั้งนี้  คือ บุคลากรครู  นักเรียน ผู้ปกครอง โรงเรียนที่ร่วมโครงการพัฒนาครูเกี่ยวกับการสร้างและพัฒนานวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้  จำนวน  66  โรงเรียน  และบุคลากรทางการศึกษา  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 3
                      กลุ่มตัวอย่าง 

                                กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาในครั้งนี้  คือ ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 66 คนครูผู้เข้ารับการอบรม จำนวน  66 คน  นักเรียน จำนวน  660 คน  ผู้ปกครอง จำนวน 66 คน  และบุคลากรทางการศึกษา จำนวน  29 คน
3.  เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา
                     เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้  เป็นแบบสอบถาม  มีทั้งหมด  5  ฉบับ ๆ ละ 5 ตอนสำหรับสอบถามผู้บริหารสถานศึกษา  ครูผู้เข้ารับการอบรม  นักเรียน ผู้ปกครอง และบุคลากรทางการศึกษา
               
4.  การสร้างเครื่องมือในการศึกษา
                                แบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ได้ประยุกต์จากแบบสอบถามของสำนักพัฒนานวัตกรรมครอบคลุมกระบวนการประเมินที่ 4 ด้าน ตามรูปแบบของ  CIPP  Model     จำนวน 5 ฉบับ ๆ ละ 5 ตอนหาประสิทธิภาพแบบสอบถาม โดยผู้เชี่ยวชาญ  จำนวน  7  คน   และหาประสิทธิภาพความเชื่อมั่นโดย   Be – Index & Non 0-1 method Item Analysis Program.
5.  การเก็บรวมรวมข้อมูล
 
                     การเก็บรวบรวมข้อมูลครั้งนี้    ผู้วิจัยได้เก็บข้อมูลตามแบบสอบถาม  กับกลุ่มเป้าหมาย    คือ  ผู้บริหารสถานศึกษา  ครูผู้เข้ารับการอบรม  นักเรียน  ผู้ปกครอง  ในโรงเรียนที่ร่วมโครงการ  จำนวน 66  โรงเรียน  และเก็บข้อมูลจากบุคลากรทางการศึกษา ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 3  ได้ แบบสอบถาม  คืนมา จำนวน
766  ชุด
            
6.  การวิเคราะห์ข้อมูล

                     ผู้วิจัยได้ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูล โดยการคำนวณด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์     คำนวณหาค่าความถี่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน  และทดสอบสมมุติฐานโดยสถิติ 
f - test
7.  สรุปผลการดำเนินงาน
                การดำเนินงานโครงการพัฒนาครูเกี่ยวกับการสร้างและพัฒนานวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้  ของครูในโรงเรียน   สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต
3  มีการดำเนินการโดยจัดประชุมเปิดตัวโครงการทั้ง 4 อำเภอ  คืออำเภอไพรบึง  อำเภอขุขันธ์  อำเภอปรางค์กู่  และอำเภอภูสิงห์  และจัดอบรมครูที่รับผิดชอบศูนย์สื่อการเรียนรู้ของโรงเรียน  จำนวน  66 โรงเรียน ๆ ละ 1 คน  มีการนิเทศให้ความช่วยเหลือ และจัดประกวดนวัตกรรมในระดับเขตพื้นที่การศึกษา  และระดับภูมิภาค  สำหรับความคิดเห็นของกลุ่มเป้าหมายที่มีต่อโครงการ  มีดังนี้
                1.  ผลการดำเนินงาน โครงการพัฒนาครูเกี่ยวกับการสร้างและพัฒนานวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 3 โดยรวม พบว่า  มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมากทุกกลุ่ม  เมื่อพิจารณาเป็นรายกลุ่ม  พบว่า  ค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ  กลุ่มนักเรียน (
) =  4.31  และค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือ  กลุ่มผู้บริหารสถานศึกษา  () =  3.77

                ด้านความเหมาะสมของสภาพแวดล้อม  โดยรวมมีความคิดเห็นอยู่ในระดับมากทุกกลุ่ม   เมื่อพิจารณาเป็นรายกลุ่ม  พบว่า  ค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ  กลุ่มนักเรียน () =  4.31  และค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือ  กลุ่มผู้บริหารสถานศึกษา  () =  3.77

                ด้านปัจจัยการดำเนินงานโครงการ    พบว่า โดยรวมมีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก ทุกกลุ่ม   และเมื่อพิจารณาเป้นรายกลุ่ม  พบว่า    มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ  กลุ่มนักเรียน  () =  4.28  และค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือ  กลุ่มผู้บริหารสถานศึกษา  () =  3.62 

                ด้านความมีประสิทธิภาพของกระบวนการดำเนินงาน  โดยรวม พบว่า  มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมากทุกกลุ่ม    และเมื่อพิจารณาเป็นรายกลุ่ม  พบว่า  มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ  กลุ่มผู้ปกครอง  () =  4.42  และค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือ  กลุ่มผู้บริหารสถานศึกษา  () =  3.69
                ด้านความมีคุณภาพของผลผลิต   โดยรวม  พบว่า  กลุ่มบุคลากรทางการศึกษา  และกลุ่มครูผู้เข้ารับการอบรม  มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด  (
) = 4.57  และ 4.54    และกลุ่มที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือกลุ่มผู้ปกครอง  () =  4.33
                2.  ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็น   ของผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้เข้ารับการอบรม  นักเรียน  ผู้ปกครอง  และบุคลากรทางการศึกษา  ต่อผลการดำเนินงานตามโครงการพัฒนาครูเกี่ยวกับการสร้างและพัฒนานวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 3 โดยรวม  และรายด้าน  แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ  โดยนักเรียนมีความคิดเห็นว่า  การดำเนินงานโครงการนี้มีความเหมาะสมที่สุด  รองลงมาคือผู้ปกครอง,  ครู,  บุคลากรทางการศึกษา  และผู้บริหารสถานศึกษา
8.  ข้อเสนอแนะ
               
8.1  ควรส่งเสริมให้มีการจัดห้องศูนย์สื่อและนวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้ ของโรงเรียนอย่างเป็นรูปธรรม มีการจัดเก็บ  การให้บริการอย่างเป็นระบบ
               
8
.2  ควรมีการพัฒนาครูอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง   เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และค้นพบแนวทางในการคิดค้น  สิ่งใหม่ๆ พัฒนาเป็นนวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้
               
8
.3  ควรจัดให้มีการศึกษาดูงานในการแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับนวัตกรรมการศึกษา  ในระดับภาคหรือระดับประเทศ
               
8
.4  ควรจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนด้านปัจจัยการดำเนินงานโครงการอย่างต่อเนื่อง
               
8
.5  ควรมีการนิเทศ  กำกับ  ติดตาม  จากระดับกลุ่มพัฒนาคุณภาพการศึกษา   และระดับเขตพื้นที่การศึกษาอย่างทั่วถึง
               
8.6  ควรมีการประกวดศูนย์สื่อนวัตกรรมการศึกษาของโรงเรียน ในระดับกลุ่มพัฒนาคุณภาพการศึกษา  และระดับเขตพื้นที่การศึกษา ทุกปีการศึกษา