พูดแล้วอยากหัวร่อ..
พอเราบอกว่า ลุงคำตันมีทรัพย์สินรวมกันมูลค่าเป็นแสนล้านบาท
แกทำหน้าไม่เชื่อ คุยเล่นรึเปล่า?
ผมชี้ไปที่ลำน้ำเสียว รัฐบาลใช้งบประมาณมาขุดลอกให้กักเก็บน้ำเพื่อการเกษตรได้ตลอดปี แม้ในขณะแล้งนี้ ระดับน้ำยังลึกท่วมศีรษะ แต่ชาวบ้านไม่ได้นำน้ำมาใช้ประโยชน์เท่าที่ควร นอกจากเลี้ยงเป็ด จับกุ้งหอย ปูปลา เล็กน้อยๆ
อนิจจางบประมาณพัฒนาแหล่งน้ำ ราคา800ล้านบาท เมื่อครั้งท่านบรรหารเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เราไม่ได้พัฒนาคนที่อยู่ริมน้ำเสียวควบคู่กันไปด้วย กรมชลประทานรับผิดชอบเรื่องขุดแหล่งน้ำ ก็ก้มหน้าก้มตาขุด เสร็จแล้วก็กลับบ้าน ส่วนหน่วยงานที่พัฒนาการเกษตรในพื้นที่ก็ตาบอดสี มีน้ำแล้ว จะบริหารน้ำอย่างไรละ เรื่องนี้ต้องรดน้ำในหัวใจคนที่อยู่รอบข้างก่อน
"หลักเขตชลประทาน ทำโดยคนใจแคบ รถเข้าไม่ถึง เราต้องดิน เดิน"
ลุงคำตันเล่าว่า..เมื่อก่อนน้ำกร่อยดินเค็มกว่านี้ ปลูกอะไรแทบไม่ได้เลย ข้าวลีบเม็ดหัก ต่อเมื่อรัฐบาลมาขุดลอกนำล้ำเสียวให้ ช่วยให้บรรเทาเบาเรื่องนี้ไปได้เยอะ แต่ก็นั้นแหละ กรมชลประทานไม่กำกับดูแลให้ดี แทนที่จะขยายคันคูกว้างให้รถราวิ่งได้สะดวก ก็ทำแบบคนใจแคบ ไม่ทำตามแบบ ต้นไม้ริมฝั่งขุดทิ้งจนหมด เพราะมันเกะกะเม็คโคมักง่าย พวกผมสละที่ดินให้ พอขุดเสร็จก็เอาหลักมาปักแสดงเขตชลประทาน ก็ไม่ว่าหรอก ถ้ามันไม่ตั้งใจทำ ไม่ใช่เอาเท้าเขี่ยๆแบบนี้
สร้างฝันให้เป็นจริง ทุกผู้ทุกคนที่อยู่ริมน้ำเสียว ช่วยกันปลูกผักสวนครัว เลี้ยงเป็ดไก่ กุ้งปลา ปลูกแตงโม ข้าวโพด กล้วย มะขามเทศ ปลูกต้นไม้ให้ร่มรื่น ไม้ไผ่ ไม้ยืนต้น ผักยืนต้นอื่นๆ ฟื้นฟูเศรษฐกิจพอเพียงภาคพลเมือง พิสูจน์ความมีอยู่มีกิน ตั้งกระต็อบโฮมสเตย์ไว้เป็นจุดๆตามริมท่าน้ำของแต่ละคน จัดเรือพายท่องเที่ยวเชิงเกษตรอินทรีย์ ของดีลุ่มน้ำเสียว คนก็จะมาท่องเที่ยวพักผ่อน ผลผลิตที่ปลูกที่กินมากๆขึ้นๆนำมาจำหน่าย รวมกันเข้าเป็นวิสาหกิจชุมชนฉบับรากหญ้า ถ้าพัฒนาเป็นขั้นเป็นตอนไปตามลำดับ แม่ใหญ่พ่อคำตันและเพื่อนในเครือข่าย รวยเละจริงๆนะเธอ
การพัฒนาแบบชี้โบ้ชี้เบ้ไปคนละทิศละทาง ไม่รวมพันธกิจเข้ามาเป็นหนึ่งเดียวกัน สิ่งที่พบเห็น ไม่ต่างกับไก่ได้พลอย เทียมไม่ได้กับเมล็ดดข้าวเปลือกเม็ดเดียว การพัฒนาจนกระทั่งลุงคำตันเป็นไก่ ใครรับผิดชอบ ยกมือขึ้น!
ลำน้ำเสียวไหลไปทาง น้ำตาพ่อคำตัน ก็ไหลไปอีกทาง
นอนเฝ้าทรัพย์สินที่เป็นแหล่งน้ำ ราคา 1,000 บาท
นอนอยู่บนผืนนา 50 ไร่ X30,000 บาท ราคา 1,500,000 บาท
นอนเฝ้าที่อาศัย เครื่องมือทำกิน วัว ควาย เป็ด ไก่ บ่อปลา ผัก ต้นไม้ ราคาประมาณ 500,000 บาท
นอนกับจุลินทรีย์ ใบไม้ เศษฟาง มูลสัตว์ ราคาประมาณ 1,000,000 บาท
นอนกับอากาศที่เย็นสบาย แสงแดดที่พอเหมาะต่อการเติบโตของพืช ราคาประมาณค่ามิได้
นอนชมเดือนรูปเคียวเกี่ยวกิ่งฟ้า ราคาประมาณค่ามิได้
นอนกับวัฒนาธรรมพื้นถิ่น ภูมิปัญญาพื้นบ้าน ตำนานคนอีสาน ราคาประมาณค่ามิได้
นอนกับลูกเมีย เพื่อนบ้าน เครือข่ายคูโบตม ราคาประมาณค่ามิได้
เห็นไหมครับ พ่อคำตันมีทรัพย์สินมหาศาลเพียงใด ไม่แพ้เศรษฐีคนไหนในโลก
โดยเฉพาะราคาชีวิตของพ่อคำตัน
จะตีมูลค่าชีวิตคน รายละกี่บาท
เป็นมูลค่าที่ประมาณค่ามิได้ จริงๆ
มีเงินแสนล้านก็มาซื้อไม่ได้
มีเงินแสนล้านก็มาสร้างให้สมจริงไม่ได้
แต่เงินหนึ่งล้านบังคับให้คนยกมือได้ เอ้า..เลี้ยวไปโน้น..อิอิ
ขอบคุณค่ะสำหรับบันทึกนี้
เห็นต้นตอปัญหาชัดเจนว่าพัฒนาแบบคนละทิศละทางจนจบที่ไก่ได้พลอยเป็นอย่างไร
แต่ดีใจนะคะที่มีพลอย เห็นเส้นทางฝันที่มีความเป็นไปได้สูงมากๆ