ยืมของวัด (ไม่คืน)

กำลังดูข่าว... เมื่อมีข่าวออกมาว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเตือนวัดทางภาคกลางตอนบนว่า มีแก๊งมิจฉาชีพยืมของจากวัดไปแล้วไม่คืน... ผู้เขียนก็คิดทันทีว่า เอาอีกแล้ว ! จึงถือโอกาสเล่าเรื่องนี้เสียเลย...

ตอนผู้เขียนบวช ๒-๓ พรรษาแรก (ประมาณ  พ.ศ. ๒๕๓๐) ก็มีหลวงพี่จากยะลารูปหนึ่งมาเยี่ยมหลวงพี่อีกรูปที่วัด... หลวงพี่รูปนี้ก็ถามว่า สงขลาตอนนี้มีแก๊งยืมของวัดแล้วหนีมาอาละวาดบ้างหรือไม่ ? แล้วก็เล่าให้ฟังว่า ที่ยะลาเมื่อเดือนสองเดือนก่อนโดนเข้าไปหลายวัด...

ตามที่หลวงพี่จากยะลาเล่ามา... แก๊งกลุ่มนี้ ทำทีมาเช่าบ้านแล้วขายของเร่ มักจะแวะเวียนไปตามวัดต่างๆ นำสิ่งโน้นสิ่งนี้มาถวายตามสมควร... บางครั้งก็รับพระ-เณรบางรูปไปเที่ยวที่บ้าน เพือไปฉันข้าวหรือฉันน้าชากาแฟตามสมควร ทำนองว่าคุ้นเคยสนิทสนมกันดี... ต่อมากลุ่มนี้ก็มาแจ้งทางวัดว่าจะทำุบุญบ้านสักหน่อย แล้วขอยืมของ อยากได้ของใหม่ๆ ดีๆ เพราะจะเชิญแขกมากและมีแขกผู้ใหญ่บางคนมาด้วย... (ตามแต่พวกเค้าจะกล่าวอ้าง)

เพราะสนิทสนมคุ้นเคยมาระยะหนึ่ง พระ-เณรโดยมาก (สมัยเมื่อยี่สิบปีก่อน) ก็มักจะใจดี ใครดีด้วยก็มักจะดีตอบ ใครเคยช่วยเหลือก็มักจะแสดงน้ำใจช่วยเหลือตอบแทนเมื่อมีโอกาส... ดังนั้น จึงจัดของดีๆ พิเศษให้ยืมไป บางวัดก็มีน้ำใจถึงกับให้ไปเลือกของเอาเองเลยตามใจชอบ...

ผลปรากฎว่า เมื่อถึงวันงาน ญาติโยมกลุ่มนี้ก็ไม่มารับพระตามที่นิมนต์ตกลงกันไว้... คอยจนกระทั้งเวลาใกล้เพลแล้ว ด้วยความเป็นห่วงจึงให้คนไปดูที่บ้าน ปรากฎว่า บ้านล็อคกุญแจ ถามคนข้างบ้านก็ทราบว่า พวกเค้าเพิ่งขนของย้ายออกไปเมื่อสองสามวันก่อน...

และเมื่อตรวจสอบวัดอื่นๆ ในละแวกใกล้เคียง จึงรู้ว่า ในวันเดียวกันนั้น ถูกแก๊งนี้หลอกไปหลายวัด...

................

เมื่อก่อนผู้เขียนก็ไม่เข้าใจนัก ที่เค้าว่า พระวัดนั้นวัดโน้นโกง ยืมของไม่ให้... เดียวนี้ (อาจเพราะอยู่วัดนาน) ถ้าใครพูดเรื่องทำนองนี้ให้ได้ยิน... มีโอกาสผู้เขียนก็มักโต้แย้งว่า ของวัดที่ญาติโยมยืมไปแล้วไม่คืนนั้นมีเยอะ แล้วก็มักจะเล่านิทานที่ยะลาเรื่องนี้ให้ฟัง... ดังนั้น ถ้าใครจะไปยืมของวัดใด ก็ต้องไปกับคนที่ทางวัดรู้จักและเชื่อใจ (บางคนแม้ทางวัดรู้จักแต่ไม่เชื่อใจ ก็อาจยืมไม่ได้เหมือนกัน)

สมบัติที่อยู่ในวัดนี้ก็ค่อนข้างแปลก... ชาวบ้านโดยมากเรียกกันว่า ของวัด ... แต่พระในวัดกลับเรียกว่า ของชาวบ้าน ... ดังนั้น จึงมีพระเถระหลายรูป ที่ภายหลังเบื่อการจัดเก็บรักษาของชาวบ้านที่ฝากไว้ในวัดเหล่านี้ สมัครใจลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดนั้น ไปเป็นลูกวัดอยู่วัดอื่น (โดยมากมักจะเป็นวัดบ้านนอก)... พระเถระเหล่านี้อ้างว่า ของหายก็ถูกว่า...  เก็บรักษาไม่ดีก็ถูกว่า...  ยืมไปแล้วไม่ค่อยคืน เราไปทวงถามก็ถูกต่อว่า...  ผมจึงลาออก ขี้คร้านอยู่รักษาของชาวบ้าน เพราะมิใช่ของผม...

ในฐานะที่เป็นพระรูปหนึ่งอยู่วัดมานาน... ผู้เขียนเข้าถึงความรู้สึกของบรรดาพระธรรมดาๆ  ซึ่งมักจะรู้สึกน้อยใจกับการถูกกระทำจากชาวบ้าน... เพราะพระธรรมดาๆ เหล่านั้น เป็นผู้เสียสละ อยู่ไปก็เพียงเพื่อหาความสุขสงบในชีวิต มิได้หวังอะไรมาก แต่เมื่อต้องรับภาระเฝ้าของวัดหรือของชาวบ้าน  ถูกชาวบ้านตำหนิติเตียนเยอะๆ ท่านจึงปล่อยวาง บางรูปก็สมัครใจไปอยู่ป่าช้า  โดยเหตุผลก็คือ  ขี้เกียจเฝ้าของให้ชาวบ้าน...

...............

เพราะปัญหาเรื่องคนไร้คุณธรรมนี้เอง ทำให้การยืมของวัดมีปัญหา ดังนั้น บางวัดจึงไม่มีนโยบายสร้างข้าวของเครื่องใช้ โดยอ้างว่า ยุ่ง ! ใครมายืมก็บอกว่า ไม่มี... ส่วนวัดที่่่มีนโยบายสร้างของให้ยืม ก็มักจะนำวิธีการจัดการเชิงธุรกิจมาใช้ เพราะมิฉะนั้น ของก็หายหมด... ญาติโยมบางท่านเบื่อจะยืมของวัด โดยอ้างว่าเรื่องมาก จึงหันไปใช้บริการเอกชน ซึ่งปัจจุบันก็มีเยอะ...

พระเถระบางรูปและญาติโยมบางท่านวิจารณ์ว่า...

แต่ก็แปลก !... พวกที่ไปยืมจากเอกชนมักจะยอมรับตามข้อตกลงโดยไม่บิดพลิ้ว ไม่เหมือนกับการยืมของจากวัด ที่มักจะมีข้ออ้าง หรือชอบต่อลองเสมอ....