อีกนานเหมือนกัน ญาติคนไข้ก็วิ่งเข้ามากอดแล้วบอกว่า ได้เงินคืนแล้ว พรุ่งนี้จะทำต้มไก่ให้คุณหมอกินอีก เจ้าของเรื่องเล่า เลยควักเงินเป็นค่าไก่ให้ แล้วบอกว่า ขอตำหมากหุงด้วย เด้อค่ะ

                 จากการที่มีการนำหลักการของ KM มาพูดคุยกันในองค์การเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ในช่วงท้ายของการพูดคุยมีการทำกลุ่ม เพื่อเล่าถึงความประทับใจในชีวิตการทำงานที่ผ่านมา

                  เหมือนหนึ่งเป็นวัฒนธรรมขององค์การ ที่ชาวเราไม่ค่อยชอบพูดชอบคุยชอบเล่า ต้องคุยกันอยู่เป็นนานกว่าจะเกิดกิจกรรมขึ้น แต่พอบรรยากาศเข้าที่เข้าทาง หลังจาก fa แนะทาง การเล่าเริ่มสนุกสนาน แต่ละคนมีเรื่องเล่าไม่ต่ำกว่าสองเรื่อง ก็เป็นบรรยากาศที่เป็นกันเองและไม่มีกรอบอะไรนัก

                  มีเรื่องหนึ่ง ที่น่าจะนับเป็นเรื่องเด่นได้ เป็นเรื่องของพยาบาลจบใหม่ที่ยังขาดประสบการณ์ ต้องไปทำงานในโรงพยาบาลชุมชนห่างไกล วิชาการที่ร่ำเรียนมา นำมาใช้ได้ไม่ทั้งหมด คนไข้ต่างมีความเชื่อเป็นตัวเอง ผู้ที่จะมาโรงพยาบาล หมายถึงว่าไม่สามารถดูแลตัวเองได้แล้ว ภูตผีปีศาจพ่ายแพ้ไปหมดแล้ว จึงต้องหันเข้ามาพึ่งพาอาศัยโรงพยาบาล ซึ่งพบว่า มีโรคแปลกใหม่หลากหลาย แตกต่างจากที่เรียนมา 

 

                ในการมาเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของสังคมคนชนบท นั่นหมายถึงการยกเอาส่วนหนึ่งของบ้านมาอยู่โรงพยาบาลด้วย ข้างๆตึกของโรงพยาบาลขนาด 10 เตียง จะเต็มไปด้วย เตา ครก หม้อนึ่ง หม้อข้าว หม้อแกง หมายถึง ครัวเล็กๆของญาติก็จะเต็มไปหมด  หลายคนก็จะช่วยๆกันทำกับข้าว แล้วนำมาทานด้วยกัน พยาบาลที่ที่เข้าเวรก็พลอยอิ่มท้องไปด้วย

                เพราะฉะนั้นบรรยากาศการดูแลผู้ป่วย จึงเปลี่ยนไปเหมือนการดูแลญาติของตัวเอง เหมือนอยู่บ้าน คนไข้ที่อยู่รวมกันทั้งหมด ซึ่งก็ไม่เกิน 10 คนแน่นอน ก็ดูเหมือนจะกลายเป็นพี่น้อง ช่วยกันทำโน่นทำนี่ แม้แต่การทำความสะอาดห้องน้ำ ทำเตียงช่วยพยาบาล ถูพื้น มีการแบ่งเวรกันเองเรียบร้อยโดยที่ทางโรงพยาบาลไม่ได้ร้องขอ แม้แต่การทำแผล ก็มาช่วยหยิบโน่นหบิบนี่ส่งให้

                ในค่ำของวันหนึ่ง ญาติผู้ป่วยคนหนึ่งร้องไห้ วิ่งมาหา เจ้าของเรื่องเล่า ที่กำลังเล่นวอลเล่ย์บอลอยู่ข้างตึก บอกว่า ไปอาบน้ำแล้วลืมเงินไว้ในห้องน้ำ กลับไปดูเงินหายไปแล้ว เป็นเงินทั้งหมดทีมีอยู่ด้วย

                ตายละหว่า..... แม้จะถูกออุปโลกให้เป็นหัวหน้าตึก ครูก็ไม่เคยสอนวิธีแก้ปัญหาเรื่องเงินญาติหายให้เลย ญาติก็ร้องไห้จัง เอาไงดี เมื่อวาน เขาก็ยังทำต้มยำไก่ใบมะขามอ่อนให้กินอยู่เลย พี่ๆน้องๆ เจ้าหน้าที่ คนอื่น ก็ดูหมด กำลังจ้องมองดูว่า ไอ้พยาบาลใหม่ มันจะแก้ปัญหาอย่างไร 

               เหมือนหนึ่งสวรรค์ช่วย พยาบาลจบใหม่ เดินไปบนตึก แล้วเชิญชวนพี่น้องคนไข้และญาติมานั่งล้อมวงคุยกัน แล้วเล่าเรื่องของญาติที่เงินหายให้ฟัง แล้วบอกว่า

              "เรามาอยู่ด้วยกัน มีความทุกข์คล้ายๆกัน เงินเราก็หาไม่ได้ในช่วงนี้ เพราะต้องมาเฝ้าญาติเหมือนๆกัน มากินมานอน มาช่วยกัน ช่วยหมอ ช่วยพยาบาล สรุปแล้วเราเป็นคนหัวอกเดียวกันครอบครัวเดียวกัน หากเงินเราหายไปทั้งหมดเราคงเสียใจที่สำคัญ พรุ่งนี้ เราจะไม่มี กับข้าวอร่อยๆๆจาก....มากิน ไม่ได้บอกหรือสงสัยว่าใคร แต่หากเป็นพวกเรา ขอให้เอาไปไว้ที่เดิม แล้วพวกเราก็ไม่ต้องไปอยู่ใกล้ห้องน้ำ" แล้วก็แยกย้ายกันไป

              อีกนานเหมือนกัน ญาติคนไข้ก็วิ่งเข้ามากอดแล้วบอกว่า ได้เงินคืนแล้ว พรุ่งนี้จะทำต้มไก่ให้คุณหมอกินอีก เจ้าของเรื่องเล่า เลยควักเงินเป็นค่าไก่ให้ แล้วบอกว่า ขอตำหมากหุงด้วย เด้อค่ะ

     

             เรื่องนี้เป็นเรื่องไหวพริบของคนทำงาน ที่อาศัยความคุ้นเคย ความเป็นกันเอง ความเห็นอกเห็นใจกันและกัน ระหว่าง เจ้าหน้าที่ ผู้ป่วย และญาติๆ และสังคมชนบทที่มีการพึ่งพาอาศัยกันและกัน โดยที่ เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ทำตัวเป็นเจ้านาย แต่ทำตัวเป็นเหมือนส่วนหนึ่งของผู้ป่วยและญาติ ซึ่งบรรยากาศแบบนี้คงจะหาได้ยากขึ้นเรื่อยๆในปัจจุบัน

                            1029-018-06-10671029-018-06-10671029-018-06-1067