ปลอบโยน...ด้วยความรัก

              ได้ดูรายการ VIP เมื่อวันก่อน ซึ่งแขกรับเชิญคือคุณโต ซึ่งเป็นพยาบาลจากโรงพยาบาลวชิระ มาเล่าถึงเรื่องต่างๆเกี่ยวกับการดูแลจิตใจคนไข้ในระยะสุดท้าย ซึ่งน่ายกย่องคุณโตมาก ซึ่งเธอเป็นคนที่เสียสละต่อคนไข้มาก เข้าใจจิตใจของผู้ป่วยในระยะสุดท้าย เธอเล่าว่าคนไข้โคม่า สามารถรับรู้ในเรื่องที่ละเอียดอ่อนได้ เช่นการสัมผัส คนไข้ส่วนมากจะมีห่วง เธอจึงมักถามคนไข้เสมอว่าอยากทำอะไรมากที่สุดที่ยังไม่มีโอกาสได้ทำ เธอจะพยายามตอบสนองให้สมหวัง เธอบอกว่าตั้งใจดูแล ทั้งร่างกาย สังคม จิตใจ จิตวิญญาณ และทำให้เกินความคาดหวังของคนไข้ เธอเรียกว่า ความรัก..แด่ลมหายใจ..สุดท้าย

          ทำอย่างไรที่จะดูแลคนที่รักในระยะสุดท้าย ให้จากไปอย่างสงบ เธอแนะนำว่า

1.      ทำให้ไม่ทุกข์ทรมาน  แนะนำให้จิตสงบ บทสวดไหนที่คนไข้ชอบ  ก็ชวนให้สวด หรือนึกถึงบุญกุศลไว้ จะทำให้คนไข้ไม่กระวนกระวาย จิตสงบลง

2.      ถามความต้องการสุดท้ายที่อยากทำ  คนไข้จะได้ไม่ห่วงกังวล พะวงหน้าพะวงหลัง กระสับกระส่าย

3.      การสัมผัสนั้นสำคัญ  โดยสัมผัสที่แขน มือ หรือจุดที่เขาสามารถรู้สึกได้ ทำให้คนไข้รู้สึกอบอุ่น ไม่โดดเดี่ยว

เมื่อได้ดูรายการนี้จบ ทำให้ฉันนึกถึงเรื่องหนึ่งเมื่อหลายปีก่อนที่มีคนเล่าให้ฟังและเกิดความประทับใจในความมีน้ำใจของหนุ่มนิรนามรายหนึ่ง

ซึ่งมีคุณลุงคนหนึ่งซึ่งป่วยเป็นโรคมะเร็ง มารักษาอยู่นานพอสมควร พยาบาลเล่าว่า ลุงเศร้า ชอบอยู่เงียบๆ ไม่มีความสุขเหมือนรอคอยใครสักคนมาเยี่ยม แต่ไม่เคยมีญาติมาเยี่ยมเลย อาการของคุณลุงก็หนักขึ้นเรื่อยๆ พยาบาลผู้มีจิตใจงามคนหนึ่ง ก็เลยอยากจะให้มีญาติมาเยี่ยมบ้างจะได้มีกำลังใจ เห็นเตียงข้างบอกว่า ลุงเคยเล่าว่ามีลูกชายอยู่คนหนึ่งเป็นทหาร ตอนนี้ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนแล้ว  คงไม่รู้ว่าพ่อป่วยเลยไม่ได้มาเยี่ยม  พยาบาลคนนั้นจึงอยากช่วยให้คุณลุงสมหวัง ก็ไปค้นทะเบียนที่อยู่ของลูกชายว่าอยู่ที่ไหน? ปรากฏว่าถูกส่งไปที่ชายแดน เลยไปคุยกับผู้บังคับบัญชาขออนุญาตให้ลูกชายได้มีโอกาสมาดูใจพ่อครั้งสุดท้ายด้วยเถิด

ผู้บังคับบัญชาก็วิทยุให้ กรม กองที่ทหารสังกัดอยู่ให้เรียกตัวทหารคนนี้กลับมาด่วน ซึ่งพยาบาลก็รอด้วยความกระวนกระวาย กลัวว่าลูกจะมาไม่ทันดูใจ จนแล้วจนรอด ก็มีทหารหนุ่มคนหนึ่งมาถามหาลุง ซึ่งพยาบาลจึงรีบพาไปพบซึ่งตอนนั้น  ลุงแกอาการหนัก พอไปถึงลูกชายก็รีบจับมือ เรียกพ่อ ....บอกว่า.... พ่อครับ...ๆ..ผมมาแล้ว พ่อเป็นอย่างไรบ้าง ...พ่อเห็นผมไหม? ...ได้ยินผมไหม? ...ใบหน้าของลุงที่เงียบเฉยมาตลอดก็พยายามลืมตา.. ภาพที่มองพร่ามัว...มองเห็นคนใส่ชุดทหารมาจับมือ ก็นึกถึงลูกที่เฝ้ารอมาตลอด ...ดีใจที่ลูกมาได้ทันดูใจในวาระสุดท้าย ไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกมา  มี่แต่..รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้น..มือมีการตอบสนองเบา..ๆ

 

พยาบาลได้แต่แอบมองด้วยความตื้นตันใจ ที่มีโอกาสได้ทำสิ่งที่คนไข้ต้องการ เธอเห็นลูกชายซึ่งเดินทางมาจากชายแดนมาถึงก็อยู่จับมือพ่อไว้ตลอด ไม่ยอมห่าง และคอยเรียก คุยด้วย แต่อาการก็แย่ลงเรื่อยๆ พยาบาลก็บอกว่าคุณไปทานข้าวก่อนก็ได้ แล้วค่อยมาดูพ่อใหม่  ใบหน้าที่วิตกกังวลนั้น บอกว่าผมไม่หิว และขอบคุณที่ช่วยดูแลพ่อให้ และเขาก็ออกไประเบียงอัดบุหรี่อย่างแรง เหมือนคนคิดหนัก แล้วก็กลับมาจับมือพ่อกุมไว้ตลอดไม่ไปไหนอีก และคืนนั้นคุณลุงก็ตายอย่างสงบใบหน้าเปื้อนยิ้มเหมือน สมหวังอะไรบางอย่าง คงดีใจที่ลูกมาได้ทันดูใจ

          พยาบาลเห็นลูกชาย มายืนซึมอยู่ตรงระเบียงพักหนึ่ง หลังจากที่คุณลุงเสียชีวิต เธอเข้าไปแสดงความเสียใจกับการจากไปของคุณลุง แต่เขาเอ่ยเบาๆว่า ขอบคุณครับ....แต่ผมไม่เป็นไรหรอกครับ คุณลุง..เขาไปดีแล้ว เอ้า.!!.ทำไมคุณเรียกคุณพ่อว่าคุณลุงล่ะคะ? ..เปล่าเขาไม่ใช่พ่อผมหรอกครับ..แต่ว่าลูกชายคุณลุงได้ตายไปหลายปีแล้ว ผมเป็นเพื่อนลูกชายเขา ผมไม่อยากให้คุณลุงรู้สึกโดดเดี่ยว ผมไม่อยากให้คุณลุงผิดหวังกับการรอคอย...ซึ่งสายตาที่พร่ามัว ลุงเขาคงไม่สามารถแยกได้ว่าผมใช่ลูกหรือเปล่า? ...แค่เขาเห็นชุดทหารที่ผมใส่ เขาก็คงเข้าใจว่าเป็นลูก...ซึ่งผมรู้ว่าเป็นสิ่งเดียวที่เขารอคอยมานาน.....ผมไม่อยากให้เขาผิดหวัง...แต่ผมก็ดีใจนะ ที่ทำให้ท่านจากไปอย่างสงบพร้อมกับใบหน้าเปื้อนยิ้ม...

          ทหารหนุ่มผู้นี้เป็นผู้ที่มีจิตใจงดงาม...เขารู้ว่าคุณลุงรอคอยลูกชายมาดูใจ แต่ถ้าเป็นคนอื่น อาจจะไม่สนใจก็ได้ แต่ชายคนนี้..พอทราบข่าวจากผู้บังคับบัญชา ก็ขออนุญาตมาเพื่อคุณลุงได้สมหวัง...ทั้งๆที่สิ่งที่คุณลุงหวังนั้น..ไม่มี...แล้วทหารนิรนามผู้นี้ก็จากไปเงียบๆ อย่างนี้นี่เอง..ที่เรียกว่า ปิดทองหลังพระ...ซึ่งเป็นความรัก..แด่..ลมหายใจสุดท้าย...