เป็นที่ทราบกันดีว่าความเป็นอยู่ของเราขึ้นอยู่กับน้ำและการจัดการทรัพยากรน้ำ เนื่องจากน้ำจำเป็นในการดำรงชีวิต การผลิตอาหาร และผลิตสินค้าหรือบริการ การพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจทำให้ความต้องการอาหารเพิ่มขึ้นตามรายได้ต่อหัวหรือความร่ำรวยของประชากร การใช้น้ำในภาคเกษตรกรรมจึงเพิ่มขึ้น และคาดว่าปริมาณการใช้น้ำเพื่อการเพาะปลูกและปศุสัตว์ จะเพิ่มขึ้นจาก 7200 ลบ.กม.เป็น 13,500 ลบ.กม. ในปี 2050 นั่นคือเราอยู่บนความเสี่ยงต่อความขาดแคลนและความยากจน
เป็นที่ทราบกันดีว่าปัญหาความขาดแคลนน้ำเป็นปัญหาที่ประชากร 1 ใน 3 บนโลกของเราต้องเผชิญอยู่ International Water Management (IWMI) โดย David Molden กล่าวว่า ประชาชนและรัฐ จำเป็นต้องเลือก( trad –off ) และเลือกจัดสรรทรัพยากรเพื่อลดความขาดแคลนที่จะเกิดขึ้นและเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม และIWMI ได้แสดงแผนที่พื้นที่ขาดแคลนน้ำในภาคเกษตรกรรม ซึ่งน่สนใจมาก โดยจำแนกสภาวะความขาดแคลนเป็น 2 ประเภท คือ (1) Physical water scarcity หรือ ความขาดแคลนน้ำทางกายภาพ หมายถึงพื้นที่ที่ปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการในการใช้ของประชาชน
(2) Economic water scarcity หรือ ความขาดแคลนน้ำทางเศรษฐกิจ เป็นพื้นที่ขาดแคลนการลงทุนและโครงสร้างพื้นฐานในการกระจายน้ำ คาดการณ์ว่า 1 ใน 4 ของประชากรอาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำที่มีสภาวะขาดแคลนทางกายภาพ และประมาณ 1 พันล้านล้านคนอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำที่ขาดแคลนทางเศรษฐกิจ ซึ่งทำให้ทุกคนต้องตระหนักถึงการใช้น้ำชนิดหยดต่อหยดในการเพาะปลูก และการเลี้ยงสัตว์
แผนที่แสดงความขาดแคลนน้ำ จาก http://www.csa.com/discoveryguides/sustain/images/worldwater.gif
พื้นที่สีแดง Physical water scarcity : ลุ่มน้ำมากกว่าร้อยละ 75 ของพื้นที่ทั้งหมดเป็นพื้นที่แห้งแล้ง หรือมีน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ในการเกษตร อุตสาหกรรมและชุมชน เช่น Mauritania
พื้นที่สีส้ม Economic water scarcity: แหล่งน้ำที่ไม่สามารถพัฒนาหรือมีข้อจำกัดในการลงทุนน้อยกว่าร้อยละ 25 ของแหล่งน้ำทั้งหมด
พื้นที่สีน้ำเงิน Little or no water scarcity: มีน้ำเพียงพอในการใช้ มีพื้นที่น้อยกว่าร้อยละ 25 ที่ขาดแคลนน้ำ
เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้ของประชาชนในพื้นที่
น้ำเป็นส่วนหนึ่งในการดำรงชีวิตและเป็นส่วนที่สำคัญมากอีกส่วนหนึ่ง
ถ้าน้ำมีไม่เพียงพอต่อประชากรที่มีอยู่ในพื้นที่นั้น ประชากรที่ในพื้นที่นั้นจะทำอย่างไร ดังนั้นทุกคนก็ควรที่จะช่วยกันรณรงค์ช่วยกันประหยัดน้ำเพื่อที่จะให้มีน้ำใช้ต่อไป
ในอนาคตข้างหน้า
น้ำเป็นส่วนที่มีความสำคัญมากในการใช้ชีวิตของมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ
เพราะถ้าไม่มีน้ำกินน้ำใช้ก็จะทำให้สิ่งมีชีวิตตาย ดังนั้นเราควรช่วยกันประหยัดน้ำ
รู้สึกว่าจะเป็นอีกปัญหาหนึ่ง ที่บางคนยังเพิกเฉยกันอยู่ค่ะ เพราะบางคนอาจจะรู้สึกว่า เป็นเรื่องที่ไกลตัว แล้วคิดว่ายังไงซะวันนี้ก็ยังมีน้ำใช้อยู่ จึงมักไม่มองถึงอนาคต ว่าจะเป็นอย่างไร และปัจจุบันนั้นอัตราการเพิ่มขึ้นของประชากรเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้อัตราการใช้น้ำก็เพิ่มมากขึ้นไปด้วย ดังนั้นควรที่จะช่วยกันใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า และช่วยกันดูแลรักษาธรรมชาติเพื่อคนรุ่นต่อ ๆ ไปนะค่ะ จะใช้มีธรรมชาติสวย ๆ อยู่กับเราต่อไปนาน ๆ ค่ะ :)
น้ำมีความจำเย็นอย่างยิ่งต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก ทุก ๆ ควรช่วยกันประหยัดน้ำนะคะ เพื่อลูกหลานในอนาคต
น้ำเป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตบนโลก หากขาดน้ำสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ก็ต้องตาย ดังนั้นพวกเราทุกคนควรตระหนักถึงคุณค่าของน้ำ และช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัดและคุ้มค่ามากที่สุด
แน่นอนว่าน้ำเป็นสิ่งที่มนุษย์เราขาดไม่ได้เนื่องจากเป็นปัจจัยหลักในการดำเนินชีวิต
แต่ปัจจุบันมีคนส่วนน้อยที่เล่งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาและผู้คนส่วนยังใช้น้ำโดย
ไม่เห็นถึงคุณค่า อย่างน้ัอยในขณะที่เราเป็นคนหนึ่งที่รับทราบและเข้าใจถึงปัญหาควรที่จะเริ่ม
จากตัวเราก่อน โดยหันมารู้จักคุณค่าของน้ำและใช้น้ำอย่างประหยัด และเท่าีที่จำเป็น อย่างน้อยเราก็เป็นผู้หนึ่งที่ช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ..
ิทอทอิทอิท