ย้อนยุค ปลุกผีการสอนภาษาไทยตามหลักสูตรเก่า.....

พบเพื่อนครูรุ่นราวคราวเดียวกัน บางคนเกษียณก่อนกำหนด บางคนเป็นผู้บริหาร บางคนก็ยังสอนเด็กอยู่ บทสนทนาไม่พ้นเรื่องงาน หรือวิพากษ์เรื่องงานสอน ตามประสาคนคอเดียวกัน พร้อมกับคำถามเดิมๆ "ทำไมการสอนภาษาไทยมันยากเหลือเกิน" ไม่ค่อยประสบความสำเร็จยิ่งครูในยุคปัจจุบัน ดูเหมือนจะเป็นปัญหาสาหัสสากรรจ์เลยทีเดียว เด็กเขียนไม่ได้ อ่านหนังสือไม่ออก

แปลกนะ คนไทยเรียนรู้ภาษาตัวเองเป็นเรื่องที่ยากเข็ญ ชาติอื่นเขาเป็นเช่นเราหรือเปล่าเนี่ย สงสัยจัง

ผมว่าคนไทยเห่อเรื่องการปฏิรูปมากเกินไป ในการเปลี่ยนแปลงหลักสูตร เราเปลี่ยนแปลงทั้งระบบโดยไม่ได้ทำการวิเคราะห์วิจัยเสียก่อนว่า หลักสูตรกลุ่มสาระใดที่ใช้ได้ดีอยู่แล้ว เราเปลี่ยนหลักสูตรแบบตะพึดตะพือจริงๆ ยกตัวอย่างหลักสูตรการศึกษา พ.ศ. 2521 วิชาภาษาไทยโดยเฉพาะชั้นป.1 ที่พวกครูเรามักเรียกว่า "มานี มานะ" นั่นเอง หลายคนมีความเห็นตรงกันว่าเป็นหลักสูตรที่ดี ง่ายต่อการสอนของครู เป็นเครื่องมือช่วยการสอนของครูเป็นอย่างดี เด็กอ่านหนังสือ เขียนหนังสือได้หมด ใครจะเรียนได้ช้าได้เร็วขึ้นอยู่กับความพร้อมของเด็กเหมือนกัน หลักสูตรนี้ มีกระบวนการสอนเด็กตามขั้นตอน ดังนี้

เริ่มด้วยการเตรียมความพร้อมเด็ก ด้านกล้ามเนื้อ สายตา (การลากเส้นต่างๆ) การพูด การแสดงออก ความกล้า พยัญชนะต่างๆ ถ้าจำไม่ผิดจะเตรียมความพร้อมอยู่ 8 แผนๆละ 1 สัปดาห์ จนผ่านเทอมแรกไปครึ่งเทอมเลยทีเดียว เด็กยังอ่านเขียนไม่ได้นะ(เพราะยังไม่ได้สอนภาษาไทยจริงๆ) แต่อย่าตกใจ ใจเย็นๆแล้วจะเห็นผล

เมื่อเตรียมความพร้อมครบทุกแผนแล้ว แผนปฎิบัติการจู่โจมก็เริ่มต้น ขึ้นบทที่หนึ่งเลยตามคู่มือ

ก   า  กา     กามีตา

ม   า  มา  มานี มีตา

(ผมจำไม่ได้ทั้งหมด )ให้เด็กอ่าน โดยการอ่านตามครู เด็กเก่งอ่านนำเด็กอ่อน

ครูสอนพยัญชนะ สระ การสะกดคำทีละคำ อย่าลืมสอนความหมายด้วย ใช้ท่าทาง รูปภาพประกอบให้เด็กได้เรียนอย่างสนุกสนาน ใช้เพลงนำ "กอสระอาอ่านว่ากา อ่านว่ากา กาโผผินบินมา บินร้องกากา บินร้องกากา" เด็กทำท่าทางประกอบ ทำแบบฝึกตามคู่มือทุกขั้นตอน ผมจำได้ในการสอนสระโอ ผมแต่งเพลงสอนเด็กง่ายๆตามวิถีชีวิตชาวไต "โห นอก โห โห นอก โห ควายตัวโตไม่ได้กินหญ้า ทุกวันต้องไถนา ทำนา ทำนาทำนา เฮ้ ....โห นอก โห โห นอก โห" เด็กชอบมาก คนหนึ่งออกมาทำท่าไถนา อีกคนมาคลานสี่เท้าเป็นควาย

เห็นไหมครับ บทที่หนึ่งเด็กก็ได้เรียนรู้พยัญชนะหลายตัว และสระอา สระอี ให้เด็กเขียนให้เด็กคัด วางสระ พยัญชนะให้ตรง พบคนที่เขียนผิด อ่านผิด รีบแก้ไขทันที จะมีกลุ่มที่เรียนไม่ทันเพื่อนก็สอนซ่อมเสริมก่อนเลิกเรียน ที่สำคัญครูอย่าใจร้อน อย่าเพิ่งขึ้นบทที่สอง เรียนบทที่หนึ่งอย่างน้อย 1 สัปดาห์อย่างเสริมด้านการฟังของเด็กก็เล่านิทานง่ายๆ (คิดเอาเดี๋ยวนั้น)ให้เด็กฟัง

บทต่อไปก็จะเพิ่มพยัญชนะและสระ บทละ 2-3 ตัว ยากขึ้นยากขึ้นเรื่อยๆ จนไปสู่ ตัวสะกด ฝึกให้เด็กแต่งประโยค ใหม่ๆอาจผิดๆถูกๆ ไม่เป็นไร ครูคอยให้กำลังใจ เพราะเด็กเรียนภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง สมัยนั้นยังไม่มีชั้นอนุบาล มีแต่ชั้นเด็กเล็ก เตรียมมาแบบงูๆปลาๆให้เรา 1 ปี เด็กยังเรียนได้

สอนอย่างนี้ ทำไมเด็กจะอ่านเขียนไม่ได้ ตอนบรรจุใหม่ๆผมสอนภาษาอังกฤษชั้นป. 6 ป. 7 (สมัยนั้น)อยู่หนึ่งปี ปีต่อมาครูใหญ่ให้ไปสอนชั้นป. 1 เพราะเห็นว่าเป็นคนชอบร้องรำทำเพลง (บ้าๆบอๆทำนองนั้นกระมัง)สอนก็สอน จึงค้นพบว่า หลักสูตรเดิม "มานี มานะ" สอนภาษาไทยได้ดีที่สุด สอนให้เด็กสองภาษาได้ดีที่สุด ผมสอนป. 1 อยู่ 4 ปี เด็กรุ่นที่ผมสอนฟัง พูด อ่าน เขียน ได้หมด มีช้ามีเร็วต่างกันบ้างเท่านั้นเอง เด็กรุ่นนั้นปัจจุบันทำงานหมดแล้ว เป็นครู เป็นหมอ พยาบาล เป็นผู้ใหญ่บ้าน อบต. เป็นชาวนาก็มี เพราะติดใจเพลงสระโอ เขาทั้งหลายต่างสะท้อนให้เราดีใจว่า สมัยเรียนชั้นป. 1 กับคุณครูเกสนุกมากครับ ครูสอนเก่ง" หัวใจพองโตแทบระเบิด จริงๆแล้วไม่ได้เก่งอะไรมากมายหรอก เพียงแต่ "หลักสูตรเขาดี" เท่านั้นเอง

คิดถึงหลักสูตร "มานี มานะ" จัง ไม่ทราบจะไปหาได้ที่ไหน เคยพบในร้านหนังสือเก่า แต่เป็นของชั้น ป. 3 เขาขายเล่มละ 50 บาท อยากได้ของชั้น ป. 1ครับ เพื่อนครูท่านใดยังพอมี ได้เก็บรักษาไว้ ได้โปรดแจ้งมาให้ทราบด้วย (พร้อมคู่มือนะครับ) ผมจะทำกิจกรรมย้อนยุคการสอนภาษาไทยให้ครูสมัยใหม่ได้ลองเอาไปใช้ เผื่อบางทีจะแก้ไขปัญหาการสอนภาษาไทยได้บ้าง

ขอบคุณล่วงหน้าครับ

ลุงเก