พบเพื่อนครูรุ่นราวคราวเดียวกัน บางคนเกษียณก่อนกำหนด บางคนเป็นผู้บริหาร บางคนก็ยังสอนเด็กอยู่ บทสนทนาไม่พ้นเรื่องงาน หรือวิพากษ์เรื่องงานสอน ตามประสาคนคอเดียวกัน พร้อมกับคำถามเดิมๆ "ทำไมการสอนภาษาไทยมันยากเหลือเกิน" ไม่ค่อยประสบความสำเร็จยิ่งครูในยุคปัจจุบัน ดูเหมือนจะเป็นปัญหาสาหัสสากรรจ์เลยทีเดียว เด็กเขียนไม่ได้ อ่านหนังสือไม่ออก
แปลกนะ คนไทยเรียนรู้ภาษาตัวเองเป็นเรื่องที่ยากเข็ญ ชาติอื่นเขาเป็นเช่นเราหรือเปล่าเนี่ย สงสัยจัง
ผมว่าคนไทยเห่อเรื่องการปฏิรูปมากเกินไป ในการเปลี่ยนแปลงหลักสูตร เราเปลี่ยนแปลงทั้งระบบโดยไม่ได้ทำการวิเคราะห์วิจัยเสียก่อนว่า หลักสูตรกลุ่มสาระใดที่ใช้ได้ดีอยู่แล้ว เราเปลี่ยนหลักสูตรแบบตะพึดตะพือจริงๆ ยกตัวอย่างหลักสูตรการศึกษา พ.ศ. 2521 วิชาภาษาไทยโดยเฉพาะชั้นป.1 ที่พวกครูเรามักเรียกว่า "มานี มานะ" นั่นเอง หลายคนมีความเห็นตรงกันว่าเป็นหลักสูตรที่ดี ง่ายต่อการสอนของครู เป็นเครื่องมือช่วยการสอนของครูเป็นอย่างดี เด็กอ่านหนังสือ เขียนหนังสือได้หมด ใครจะเรียนได้ช้าได้เร็วขึ้นอยู่กับความพร้อมของเด็กเหมือนกัน หลักสูตรนี้ มีกระบวนการสอนเด็กตามขั้นตอน ดังนี้
เริ่มด้วยการเตรียมความพร้อมเด็ก ด้านกล้ามเนื้อ สายตา (การลากเส้นต่างๆ) การพูด การแสดงออก ความกล้า พยัญชนะต่างๆ ถ้าจำไม่ผิดจะเตรียมความพร้อมอยู่ 8 แผนๆละ 1 สัปดาห์ จนผ่านเทอมแรกไปครึ่งเทอมเลยทีเดียว เด็กยังอ่านเขียนไม่ได้นะ(เพราะยังไม่ได้สอนภาษาไทยจริงๆ) แต่อย่าตกใจ ใจเย็นๆแล้วจะเห็นผล
เมื่อเตรียมความพร้อมครบทุกแผนแล้ว แผนปฎิบัติการจู่โจมก็เริ่มต้น ขึ้นบทที่หนึ่งเลยตามคู่มือ
ก า กา กามีตา
ม า มา มานี มีตา
(ผมจำไม่ได้ทั้งหมด )ให้เด็กอ่าน โดยการอ่านตามครู เด็กเก่งอ่านนำเด็กอ่อน
ครูสอนพยัญชนะ สระ การสะกดคำทีละคำ อย่าลืมสอนความหมายด้วย ใช้ท่าทาง รูปภาพประกอบให้เด็กได้เรียนอย่างสนุกสนาน ใช้เพลงนำ "กอสระอาอ่านว่ากา อ่านว่ากา กาโผผินบินมา บินร้องกากา บินร้องกากา" เด็กทำท่าทางประกอบ ทำแบบฝึกตามคู่มือทุกขั้นตอน ผมจำได้ในการสอนสระโอ ผมแต่งเพลงสอนเด็กง่ายๆตามวิถีชีวิตชาวไต "โห นอก โห โห นอก โห ควายตัวโตไม่ได้กินหญ้า ทุกวันต้องไถนา ทำนา ทำนาทำนา เฮ้ ....โห นอก โห โห นอก โห" เด็กชอบมาก คนหนึ่งออกมาทำท่าไถนา อีกคนมาคลานสี่เท้าเป็นควาย
เห็นไหมครับ บทที่หนึ่งเด็กก็ได้เรียนรู้พยัญชนะหลายตัว และสระอา สระอี ให้เด็กเขียนให้เด็กคัด วางสระ พยัญชนะให้ตรง พบคนที่เขียนผิด อ่านผิด รีบแก้ไขทันที จะมีกลุ่มที่เรียนไม่ทันเพื่อนก็สอนซ่อมเสริมก่อนเลิกเรียน ที่สำคัญครูอย่าใจร้อน อย่าเพิ่งขึ้นบทที่สอง เรียนบทที่หนึ่งอย่างน้อย 1 สัปดาห์อย่างเสริมด้านการฟังของเด็กก็เล่านิทานง่ายๆ (คิดเอาเดี๋ยวนั้น)ให้เด็กฟัง
บทต่อไปก็จะเพิ่มพยัญชนะและสระ บทละ 2-3 ตัว ยากขึ้นยากขึ้นเรื่อยๆ จนไปสู่ ตัวสะกด ฝึกให้เด็กแต่งประโยค ใหม่ๆอาจผิดๆถูกๆ ไม่เป็นไร ครูคอยให้กำลังใจ เพราะเด็กเรียนภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง สมัยนั้นยังไม่มีชั้นอนุบาล มีแต่ชั้นเด็กเล็ก เตรียมมาแบบงูๆปลาๆให้เรา 1 ปี เด็กยังเรียนได้
สอนอย่างนี้ ทำไมเด็กจะอ่านเขียนไม่ได้ ตอนบรรจุใหม่ๆผมสอนภาษาอังกฤษชั้นป. 6 ป. 7 (สมัยนั้น)อยู่หนึ่งปี ปีต่อมาครูใหญ่ให้ไปสอนชั้นป. 1 เพราะเห็นว่าเป็นคนชอบร้องรำทำเพลง (บ้าๆบอๆทำนองนั้นกระมัง)สอนก็สอน จึงค้นพบว่า หลักสูตรเดิม "มานี มานะ" สอนภาษาไทยได้ดีที่สุด สอนให้เด็กสองภาษาได้ดีที่สุด ผมสอนป. 1 อยู่ 4 ปี เด็กรุ่นที่ผมสอนฟัง พูด อ่าน เขียน ได้หมด มีช้ามีเร็วต่างกันบ้างเท่านั้นเอง เด็กรุ่นนั้นปัจจุบันทำงานหมดแล้ว เป็นครู เป็นหมอ พยาบาล เป็นผู้ใหญ่บ้าน อบต. เป็นชาวนาก็มี เพราะติดใจเพลงสระโอ เขาทั้งหลายต่างสะท้อนให้เราดีใจว่า สมัยเรียนชั้นป. 1 กับคุณครูเกสนุกมากครับ ครูสอนเก่ง" หัวใจพองโตแทบระเบิด จริงๆแล้วไม่ได้เก่งอะไรมากมายหรอก เพียงแต่ "หลักสูตรเขาดี" เท่านั้นเอง
คิดถึงหลักสูตร "มานี มานะ" จัง ไม่ทราบจะไปหาได้ที่ไหน เคยพบในร้านหนังสือเก่า แต่เป็นของชั้น ป. 3 เขาขายเล่มละ 50 บาท อยากได้ของชั้น ป. 1ครับ เพื่อนครูท่านใดยังพอมี ได้เก็บรักษาไว้ ได้โปรดแจ้งมาให้ทราบด้วย (พร้อมคู่มือนะครับ) ผมจะทำกิจกรรมย้อนยุคการสอนภาษาไทยให้ครูสมัยใหม่ได้ลองเอาไปใช้ เผื่อบางทีจะแก้ไขปัญหาการสอนภาษาไทยได้บ้าง
ขอบคุณล่วงหน้าครับ
ลุงเก
อยากให้นำหลักสูตรเก่ามาสอนเพิ่มเติมเหมือนกันค่ะ เพราะจากประสบการณ์ตรงของตัวเองก็เรียนหลักสูตร "มานี มานะ " เหมือนกัน รู้สึกว่าเรียนแล้วเข้าใจง่ายกว่าการเรียนการสอนในปัจจุบันมาก
เป็นกำลังให้กันและกันนะคะ
สวัสดีครับ
หลายๆ ครั้งผู้ใหญ่ คิดแบบผู้ใหญ่ แล้วเอาไปสอนเด็ก
โดยการใช้หลักเหตุผล ละเลยความสามารถในการจำ
แถมยังตำหนิการสอนแบบท่องจำอีกต่างหาก
การเปลี่ยนแปลงหลักสูตรหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา บางจุดก็ยังมีปัญหานะครับ
วันก่อนผมสอนนักเรียนหัดอ่าน อักษรสูง อักษรต่ำ ขาว ข่าว ข้าว คาว ค่าว เค้า ต้องฝึกบ่อยๆ ให้คุ้น
แบบฝึกที่ดี ซ้ำๆ ทำให้คำได้เร็ว อ่านคล่อง แถมครูก็สอนง่ายด้วย
หนังสือแบบเรียนเก่าๆ หายากมากครับ
หอสมุดส่วนใหญ่ก็ไมค่อยเก็บหนังสือแบบเรียน ไม่ทราบว่าเพราะอะไร
สวัสดีครับ ขออนุญาต ลปรร ด้วยครับ
1. เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ ในประเด็นนี้ "คนไทยเห่อเรื่องการปฏิรูปมากเกินไป "
2. เรื่องน่าเศร้าใจ ครูจบปริญญาตรีเอกภาษาไทย ไม่ยอมสอนภาษาไทย (ชั้น ป 5 - 6)
3. ภาษาไทย เป็นวิชาที่สอนยากครับ เพราะจะสอนให้ได้ผล ครูต้องเหนื่อยกว่าวิชาอื่นๆ
4. ต้องรักและศรัทธาในอาชีพครูจริงๆครับ จึงจะสอนภาษาไทยได้ดี
5. สมัยผมสอนหนังสือ ผมชอบมานะ มานี ชูใจ ครูไพลิน และ เจ้าแก่ ครับ เรามักชอบนำมาทายกันเล่นๆ ว่าเจ้าแก่ตายตอนปอใหน
ขอบคุณครับ
ขอบคุณความเห็นจากทุกท่าน ที่ คิดเหมือนกัน เราจะช่วยครูที่กำลังมืดแปดด้าน บางท่านสอนหนังสือจัง แต่ไม่ได้ผล เหนื่อยก็เหนื่อยท้อก็ท้อ ยิ่งเอาโครงการเกษียณก่อนกำหนดมาล่ออย่างนี้ ผมว่าหลายคนคงโกยแนบแน่ๆ (สงสารเขาเน๊าะ)
ลุงเก
กราบสวัสดีอาจารย์เกครับ (ไหม่สูงค้า)
ผมเองก็ได้สอนภาษาไทย ป.5 และก็ได้ห้องที่อ่านไม่ค่อยได้ จนต้องหาหนังสืออ่าน กอ อา กา มาสอนเสริม แล้วก็ได้ไปคุมสอบโอเน็ต ป.6 (แล้วก็แอบดูข้อสอบภาษาไทยกับเด็ก) โอ้โห ข้อสอบยังกับสอบเข้ามหาวิทยาลัยเลยครับ มันยากมาก มันทำให้ครูที่สอนภาษาไทยชั้นประถมศึกษาเดี๋ยวนี้ สอนเรื่องยาก ๆ ให้เด็กหมด จนลืมที่จะสอนภาษาไทยที่ง่าย ๆ ที่ให้เด็กอ่านได้ เขียนได้ ผมว่ายิ่งทำให้เด็กอ่านไม่ได้ เขียนไม่ได้ซักทีครับ แม้แต่หนังสือเรียนภาษาไทย(ของรัฐบาล)ปัจจุบันนั้นก็สอนยากมากครับอาจารย์
เรียนครูสุ
นั่นแหละ กลับไปสอนมานี มานะกันเถอะ เด็กจะได้พื้นฐานทางภาษาที่ดี ที่สำคัญอะไรรู้ไหมครูสุ "เด็กจะมีเจตคติที่ดีต่อภาษาไทย" ข้อนี้สำคัญมาก เราต้องสร้างเจตคติที่ดีด้านภาษาไทย ให้เด็กรักษาไทยตั้งแต่ยังเล็กๆ เรื่องนี้พูดง่ายแต่ทำยาก
ครูทุกคนคงเคยสอบบรรจุ จะเห็นว่า วิชาความถนัด ภาษาไทยเป็นยาขมสำหรับทุกคน ผมว่าเราต้องรณรงค์แก้ไขทั้งระบบ นักการศึกษาต้องคิดใหม่
มีงานวิจัยพาดข่าวหนังสือพิมพ์ว่าคนไทยอ่านหนังสือเฉลี่ยปีละ 2 เล่ม ในขณะที่ชาวเวียตนาม สิงคโปร์ ญี่ปุ่น อ่านเฉลี่ยปีละ 50 เล่ม
จะให้คนไทยชอบอ่านหนังสือไทยได้อย่างไร ในเมื่อเขามีเจตคติที่ไม่ดีต่อหนังสือไทย ครูว่าจริงไหม
ขอบคุณที่เข้ามาให้ความเห็น
ลุงเก
เรียนท่านดอกเตอร์ที่เคารพ
ในระยะ 30 กว่าปีแห่งการเป็นครูและศึกษานิเทศก์ ผมว่าผมได้คำตอบจากประสบการณ์คล้ายเป็นงานวิจัยหยาบๆว่า การสอนภาษาไทยกับกลุ่มชนบนพื้นที่สูง (ชาวเราทั้งหลาย ที่ต้องเรียนภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง) เป็นเรื่องที่หนักอกสำหรับเพื่อนครูเรามากเลยทีเดียวครับ บ่อยครั้งที่นักการศึกษา นักการสอน นักทฤษฏี และนักภาษาศาสตร์ที่เก่งๆ ได้นำเอาวิธีการสอนแบบต่างๆมาบอกกล่าวให้กับครูเราเพื่อนำไปใช้ เช่นการสอนแบบเก่า การสอนแบบใหม่ การสอนแบบมปภ.(มุ่งประสบการณ์ทางภาษา) ทุกวิธีล้วนมีข้อจำกัด ไม่ประสบความสำเร็จตามความคาดหวังเท่าที่ควร ถามว่าปัญหามันอยู่ตรงไหน มีคำตอบหลากหลายครับ แต่ที่แน่ๆ....เราไม่เคยแก้ปัญหาได้ซักที จนพวกผมที่ทำหน้าที่ช่วยครูท้อใจ
มันคงเป็นปัญหาระดับชาติ ที่ผมนำเสนอไปเป็นความสำเร็จของคนๆหนึ่งคือตัวผมเองที่สอนชาวไทยใหญ่ พบว่าเขาเรียนได้ตามความคาดหวัง ก็เลยมาเล่าสู่กันฟัง และอยากให้นักการศึกษาทั้งหลาย กลับมาคิดทบทวน เพื่อหาทางออกที่ดีให้ครู
หนักใจมากครับท่านดอกเตอร์ ต้องขอบพระคุณท่านที่เข้ามาให้ข้อคิด
อาจารย์เก
เราเป็นคุณแม่ของลูก ชั้น ประถมปีที่ 5 ลูกเราอ่านไม่ค่อยได้ เขียนไม่เป็น เขียนเป็นภาษาอ่าน เรากลุ้มใจมาก พยายามสอนเขาได้ ประมาณ 3 อาทิตย์แล้ว เริ่มต้นสระ
พยัญชนะใหม่หมด ตอนนี้ ครูที่โรงเรียน อ้างอย่างเดียวงานเยอะ ๆ มาก ไม่มีเวลาให้กับเด็กพวกนี้ ปัญหาของประเทศชาติแท้ ๆ กับบอกว่าไม่มีเวลา ไม่เป็นไร ตอนนี้ เราค้น หลักสูตร มานี มานะ ได้ ป1-ป4 เอามาให้ลูกอ่านได้ 1 อาทิตย์ ลูกชอบมาก
ทุกวันนี้ เขากลับบ้านมา ขออ่านมานีมานะ ทุกวัน ภาษาไทยเริ่มดีขึ้น ใครอยากได้ อีเมลมา เราจะให้ แต่ถ้าใครมี ป5-ป6 เราขอด้วยน่ะ
ครูดอยคงหัวใจเดียวกัน เด็กอ่านไม่ได้เขียนไม่ออก ฉันขึ้นมาบนดอยหวังเด็กดอยได้เรียนหนังสือทัดเทียมเด็กคนอื่น แต่ปัญหากับหลักสูตรใหม่ ที่ไม่เหมาะกับเด็กชนเผ่าสักเท่าไหร่ เป็นคนหนึ่งที่คิดถึง มานี มานะ ปิติ ชูใจ มากๆ ค่ะ
คุณสิรินทร์ทิพย์ครับ
เห็นไหมผมว่ามันดี ตอนนี้ผมได้แบบเรียนชั้นป. 1 มาแล้วเรียบร้อยแล้ว กำลังนำไปแก้ปัญหาให้กับห้องเรียนโรงเรียนเขตพื้นที่ฯ ซึ่งเป็นโครงการพิเศษของสพท.มส. เขต 1 อีกไม่นานก็คงจะทราบผล ขอบคุณครับ
อาจารย์เก
ครูอุ้มครับ
ใช้มานี มานะเลย ในชั้นป. 1 ขอก๊อปจากคุณสิรินทร์ทิพย์ ท่านน่าจะกรุณา ลองดูนะครับ
อาจารย์เก
สวัสดีค่ะ ครูเก
หนูเป็นคุณครูคนหนึ่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เกิดที่นี่และบรรจุอยู่ที่นี่แต่อยู่คนละเขตพื้นที่กับครูนะคะ หนุเป็นครูภาษาไทยค่ะ สอนอยู่ที่โรงเรียนบ้านเลโคะ อำเภอสบเมย มีปัญหาด้านการสอนเกี่ยวกับหลักสูตรใหม่ที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาจนบางครั้งแทบตามไม่ทัน เด้กมีปัญหาการอ่านออกเขียนได้ หนุใช้วิธีให้พวกเขาท่องอาขยานค่ะ ช่วยได้บ้าง ฝึกให้เขียน เขียนทุกวัน ทุดอย่างจะได้รู้ถึงแนวความคิดเด็กค่ะ แต่ที่พบบ่อยๆคือ เด็กมีความคิดและจินตนาการดีแต่เขียนไม่ถุกเลย คิดถึง มานีมานะ นะคะ เพราะหนูเป็นเด็กรุ่นสุดท้ายที่ได้เรียน
คุณครูคนึงนิตย์
ถ้าหนูสอนชั้นป. 1 หนูใช้มานีมานะเลยจะดีกว่า ถ้าเป็นกะเหรี่ยงหนูต้องเน้นทักษะการพูด การอ่าน และการเขียนให้มากๆ สอนเรื่องคำตามกระบวนการ เน้นการแต่งประโยคจากง่ายไปหายาก ถ้าหนูต้องการหนังสือมานีมานะ หนูมา Selox ได้ที่ลุงเก ลุงเกจะบอกกระบวนการขั้นตอนการสอนให้หนู โทรประสานมาก่อนก็ได้ 081-7845118
อาจารย์เก
สวัสดีคะ คุณสุรินทร์ทิพย์ ประดับมุข หนูก็มีปัญหาเรื่องลูกอ่านภาษาไทยไม่ออกสะกดคำไม่ได้ป 3แล้วช่วงแรกหนักพอสมควร และตอนนี้หนูสอนเองทั้ง 3สาระวิชาเริ่มจากภาษาไทยซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่ตอ้งแก้ไข ก็เลยหาทุกวิธีที่จะทำให้เขาอ่านได้ ตอนนี้ ได้ แบบหัดอ่านหนังมือไทย เล่มต้น ชั้นประถมปีที่ 1มาเสริมการอ่าน รู้สึกดีขึ้น และก็อยากรบกวนคุณสุรินทร์เรื่องหลักสูตร มานี มานะ ได้ ป1-ป4 ถาไม่เป็นการรบกวน และหากจะกรุณา ขอบคุณมากนะคะ ปล หากต้องการแบบหัดอ่านหนังมือไทย เล่มต้น ชั้นประถมปีที่ 1ก็จัดพิมพ์ส่งให้ค่ะ
คุณแม้นเมืองครับ
ลูกอยู่ป. 3 ยังอ่านเขียนไม่คล่อง แสดงว่าลูกเรามีปัญหาด้านภาษาไทยเสียแล้ว ต้องค้นหาสาเหตุให้เจอ ส่วนเทคนิคการสอนอ่านและการสอนเขียนนั้น ขอแนะนำ ชุด รักษ์ภาษาไทย คู่มือสำหรับครูผู้สอนภาษาไทยสอดคล้องตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ชื่อหนังสือ "การสอนภาษาไทยขั้นพื้นฐาน ระดับประถมศึกษา ของศาสตราจารย์ฐะปะนีย์ นาครทรรพ จัดพิมพ์และจำหน่ายโดยบริษัท เกรท เอ็ดดูเคชั่น จำกัด โทรศัพท์ 0-2525-4276-81 ในหนังสือจะอธิบายขั้นตอนการสอน ข้อแนะนำ ข้อสังเกตของลุงเก เป็นไปได้ว่าลูกอาจมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อวิชาภาษาไทย ต้องปรับทัศนคติของลูกเสียก่อนนะจ๊ะ
อาจารย์เก
เป็นครูประถมมา 31 ปี ปีการศึกษาหน้า(2553)ถูกบังคับให้สอนระดับมัธยม(ม.1-3) โรงเรียนขยายโอกาสสาระที่จะสอนคือภาษาไทย อยู่โรงเรียนเดิมสอนทุกสาระ ปัญหาคือไม่มีประสบการณ์ในการสอนเด็กระดับมัธยมกลัวสอนได้ไม่ดีเท่าที่ควร สาเหตุที่ถูกบังคับเพราะได้ครูชำนาญการพิเศษภาษาไทยและระดับประถมมีครูสอนภาษาไทยอยู่แล้ว อยากขอคำแนะนำจากท่านที่มีประสบการณ์ช่วยชี้แนะด้วยโดยเฉพาะเนื้อหาการแต่งคำประพันธ์ ขอบคุณค่ะ
ครูสมจิตต์ครับ
คุณครูถ่อมตัวเหลือเกิน การสอนภาษาไทยไม่ใช่ปัญหาของครู ผมเชื่ออย่างนั้น ปัญหาด้านจิตวิทยาวัยรุ่นต่างหากที่คุณครูต้องเรียนรู้และเข้าใจ จงอย่าใช้วิธีสอนแบบประถม คุณครูต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการ/วิธีการสอน จำหลักการง่ายๆไว้ดังนี้
1. ปรับทัศนคติของเด็กทุกคนให้รักภาษาไทย (ทำให้ได้มากที่สุด)
2. ศึกษาเรียนรู้เด็กเป็นรายบุคคลด้านพื้นฐานภาษาไทย อย่าลืมค้นหาจุดแข็งของเด็กด้วย
3. สอนตามหลักสูตร (สำหรับกระบวนการสอนตามเนื้อหานั้นๆ ลองสืบค้นดูกระบวนการสอนดีๆที่คนอื่นเขาทำไว้และประสบความสำเร็จ นำมาปรับใช้กับการสอนของเรา)
4. อย่าลืมกระบวนการสอนให้ครบถ้วน ฟัง พูด อ่าน เขียน
5. เน้นกระบวนการคิด/เทคนิคการสอน/สื่อ จากอาจารย์ที่เก่งๆมีเยอะแยะ ค้นหาในอินเตอร์เนทก็ได้
6. ตรวจงานเด็กทุกคน สะท้อนให้เขาเห็นในเรื่องจุดด้อยเพื่อการปรับปรุงแก้ไข
7. ให้กำลังใจเด็กอย่างสม่ำเสมอ
ศึกษาเรื่องคำประพันธ์ ตามหลักสูตรในชั้นนั้นๆให้เข้าใจ ถ้าไม่เข้าใจศึกษาเรียนรู้จากเพื่อนครูภาษาไทย หาสื่อในการสอนเกี่ยวกับคำประพันธ์มาประกอบการสอนอย่างมีความหมาย
เบื้องต้นขอแนะนำเพียงแค่นี้ เพราะไม่ทราบว่าอาจารย์จะสอนมต้น หรือม.ปลาย มีปัญหาอื่นสอบถามเข้ามานะครับ
ขอขอบคุณในคำแนะนำที่มีค่านี้เป็นอย่างสูง ดิฉันรอคำตอบตั้งหลายวันมาแล้วและจะนำคำแนะนำเหล่านี้ไปใช้เป็นประโยชน์ให้เกิดกับเด็กให้มากที่สุดเป็นคำแนะนำที่ดีมาก ๆ ดีใจที่ยังมีคนเข้าใจความรู้สึกและให้ความช่วยเหลือและโอกาสต่อไปคงได้รับคำแนะนำดี ๆ อย่างนี้อีก