บันทึกการเมืองไทย : มูลนิธิแพทย์ชนบท ทำเพื่ออุดมการณ์
วันนี้ผมได้รับ อี-เมล์ ข้างล่างนี้ เห็นว่า นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ เลขาธิการมูลนิธิแพทย์ชนบท ทำเพื่ออุดมการณ์ และเป็นก้าวสำคัญของการใช้ความดีต่อสู้กับสิ่งไม่ถูกต้องในสังคม จึงนำมาเผยแพร่ต่อ เพื่อชักชวนให้ผู้ร่วมอุดมการณ์ ออกมาร่วมเคลื่อนไหวครับ
จม.จากใจแพทย์ชนบท 'ไม่ได้เกลียดรมว.ไชยาแค่ขอให้เข้าใจอุดมการณ์ของหมอ
ถึงความเมตตา อยากให้ผู้ปกครองหมอใช้อำนาจ 'ความดี'
ไม่ใช่สั่งย้ายขรก.ที่เคยต่อสู้กับทุจริตคอรัปชั่นยกพวกสอพลอ
จดหมายจากใจเลขาธิการมูลนิธิแพทย์ชนบทถึงประชาชนไทยทุกคน
ระบุว่า บทเรียนจากปฎิบัติการประชาธิปไตยภาคประชาชน
จดหมายฉบับนี้ไม่ได้เขียนด้วยความเกลียดคุณไชยา
แต่เขียนด้วยความรักและปรารถนาดีต่อประชาชนไทยทุกคน
เพื่อตอบคำถามดังนี้
ทำไมคุณไชยาไม่เข้าใจพวกเรา
"ผมคิดว่าคุณไชยาไม่เข้าใจเราครับ
พวกเราทำงานกับผู้ป่วย
ทำให้หล่อหลอมเป็นวัฒนธรรมแห่งอุดมการณ์, ความเมตตา, ความเข้าใจ
ความเป็นพี่เป็นน้อง เป็นเพื่อนร่วมงาน ไม่ใช่ผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชา
ผมสงสารและเห็นใจคุณไชยาครับ คุณไชยามาทำงานในกระทรวงสาธารณสุข
ในขณะที่มีความคิด วัฒนธรรม ความเชื่อที่หล่อเลี้ยงคุณไชยามาแต่อดีต
อาจจะเป็นการใช้วัฒนธรรมของอำนาจ และเงิน คือคำตอบของการแก้ปัญหา
แต่ยิ่งคุณไชยาแก้ปัญหาด้วยอำนาจ ใครไม่เห็นด้วยกับนโยบายก็สั่งย้าย ความขมึงเกลียวก็จะแน่นขึ้นและแก้ปัญหาไม่ได้
คุณไชยาอาจจะคิดว่ายังใช้อำนาจไม่พอ ก็จะยิ่งใช้อำนาจเข้าไปอีก โยกย้ายคนที่ออกมาแย้ง >
ปัญหาก็จะยิ่งบานปลายไปเรื่อยๆ จนดูเหมือนเราจะทำงานด้วยวิธีการ วิธีคิดที่ไม่มีวันมาบรรจบกันได้"
หมอเป็นอาชีพที่ใช้วิชาการ และงานวิจัยมาตลอดชีวิต ไม่สามารถยอมรับได้กับการตัดสินใจที่ไม่อิงเหตุผลความคิดทางวิชาการ ถ้าคุณไชยาตัดสินใจนโยบายอะไรมาแล้ว และไม่ยอมฟังใครไม่ว่าเขาจะมีเหตุผลอะไร คุณไชยาคงบริหารได้แต่คนที่ตั้งใจจะประจบคุณไชยา
อะไรคือการแต่งตั้งโยกย้ายด้วยความชอบธรรม
มีคำถามเสมอว่า รัฐมนตรีมีอำนาจในการโยกย้ายข้าราชการระดับ 10 ขึ้นไป ทำไมต้องแย้งกันด้วย
รัฐมนตรีมีอำนาจจริงครับ
แต่จะใช้อำนาจนั้นอย่างชอบธรรมหรือไม่
ในองค์กรของพวกเรา พวกเรารู้กันดีว่าใครทำงานดี มีความรู้ความสามารถ ผลงานโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์ต่อผู้ป่วยและสังคม
คุณไชยาเข้ามาใหม่ ย่อมมีคนเข้ามาประจบประแจงเป็นธรรมดา แต่คุณไชยายังไม่รู้ข้อมูล
คุณไชยาก็แต่งตั้งโยกย้าย แล้วให้สัมภาษณ์ว่าไม่รู้จักหมอศิริวัฒน์ ไม่เคยไปอย. แต่คุณไชยาก็ย้ายหมอศิริวัฒน์
ถ้าคุณไชยาทำอย่างนี้ต่อไปข้าราชการที่ไหนจะอยากทำความดี ก็ทำงานไหลตามน้ำพร้อมรัฐมนตรีไปปเรื่อยๆก็เจริญก้าวหน้าในราชการ แล้วประเทศชาติของเราจะอยู่ตรงไหน อำนาจอันชอบธรรมไม่ใช่การแต่งตั้งพวกของใคร แต่พิจารณาจากความรู้ความสามารถ ความดี
ถ้าเป็นพวกเดียวกัน แต่ทำงานประจบสอพลอ คอรัปชั่นก็ไม่ควรตั้งให้ดำรงตำแหน่งสูง แต่ถึงจะเกลียดแค่ไหนแต่ถ้าเป็นคนดีมีความสามารถยังไงก็ต้องตั้งให้มีตำแหน่งสูง นั่นคือการใช้อำนาจโดยชอบธรรม
เพราะในฐานะรัฐมนตรี ท่านกำลังทำงานดูแลราชกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
อาจารย์ประเวศ วะสีเคยกล่าวว่า สังคมในอดีตแก้ปัญหาโดยการใช้อำนาจทางทหาร หรือการใช้กำลัง
ต่อมาเป็นอำนาจเงิน และต่อมาเป็นอำนาจความรู้ แต่ทั้งสามอำนาจนี้ไม่สามารถแก้ปัญหาของสังคมในยุคสื่อสารไร้พรมแดนได้ ต้องใช้อำนาจแห่งคุณธรรม อำนาจความดี จึงจะทำให้คนศรัทธาแล้วเข้ามาร่วมแก้ปัญหา
คุณไชยาจะปกครองหมอต้องใช้อำนาจความดี ดูแลคนดี ให้คนดีได้บริหารงานต่างๆในกระทรวงสาธารณสุข ถ้าคุณไชยาอยากรู้ว่าใครคือคนดี ก็คือคนที่ไม่ได้พยายามเข้าไปหาคุณไชยาตั้งแต่แรก
แต่พยายามทำงานรับผิดชอบในหน้าที่ให้ดีที่สุด หมอศิริวัฒน์เป็นคนดีทำไมต้องถูกย้ายลดชั้น
กระทรวงสาธารณสุขเรามีประวัติศาสตร์อันยาวนานในการต่อสู้กับทุจริตต่างๆ ตั้งแต่ทุจริตยา 1,400 ล้านบาท ที่กระทำโดยนักการเมืองที่เข้ามาจากการเลือกตั้ง และยังมีอีกหลายยุคสมัย ที่เป็นประวัติศาสตร์ที่บอกได้ว่าคนที่กล้าต่อสู้กับนักการเมืองที่คอรัปชั่น คนนั้นไม่ใช่คนดีหรอกหรือ
ผมอยากเล่าสะท้อนเหตุการณ์อดีตสมัยคุณหมอมรกต กรเกษม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขในรัฐบาลก่อน ยังเป็นเลขาธิการอย.เมื่อปี 2537 ให้ฟัง
นักการเมืองในสมัยนั้นย้ายคุณหมอมรกต จากเลขาฯอย.ไปเป็นผู้ตรวจราชการ สาเหตุเพราะว่าถูกรัฐมนตรีเรียกไปที่ห้อง และพูดว่า คุณหมอจะทำอะไรก็รีบทำเสีย ผมใช้เงินวันละ 3 แสน พูดเป็นนัยๆไปตีความเอาเองว่า ผมต้องใช้เงินวันละ 3 แสนให้ส่งเงินมาให้ พฤติกรรมรัฐมนตรีคนนี้คล้ายๆนักบุญ เวลาไปตรวจราชการที่ต่างจังหวัด ก็มักจะให้เลขาฯเอาเงินใส่ซองให้หน่วยงานนั้น แต่ไม่มีใครรู้ว่าที่มาเป็นอย่างนี้เอง
ตอนนั้นคุณหมอศิริวัฒน์ออกมาให้ข่าวใส่ปลอกแขนดำประท้วง โดยไม่กลัวว่าจะถูกย้าย คนที่กล้าต่อสู้กับรัฐมนตรีที่ทุจริตคอรัปชั่นโดยไม่กลัวถูกย้าย เป็นคนดีหรือเปล่า มาถึงวันนี้ประวัติศาสตร์มันย้อนกลับมา คุณหมอศิริวัฒน์ ซึ่งเป็นคนดี ถูกย้ายโดยไม่มีเหตุผลชัดแจ้ง จะให้พวกเราแพทย์ชนบทนิ่งเฉยดูคนดีถูกโยกย้ายได้อย่างไร
คุณไชยาสั่งย้ายข้าราชการที่เคยต่อสู้กับรัฐมนตรีที่ทุจริตคอรัปชั่น จะทำให้เรามั่นใจว่าคุณไชยาจะเข้ามาดูแลกระทรวงสาธารณสุขให้ปราศจากทุจริตคอรัปชั่นได้อย่างไร
แพทย์ชนบทเกลียดคุณไชยาหรือไม่ "ผมขอบอกว่าผมไม่ได้โกรธหรือเกลียดอะไรคุณไชยา เพราะเราไม่เคยรู้จักกัน ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมคุณพ่อเสม พริ้งพวงแก้ว อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ตอนนี้ท่านอายุ 96 ปี ท่านสอนว่า “ลูกอย่าทำอะไรด้วยความโกรธ ความเกลียด เพราะจะบดบังปัญญา ขอให้ทำด้วยความรักชาติ ปัญญา และความดี”
ตามความเป็นจริงผมไม่ได้เกลียดคุณไชยา แต่พวกเราชมรมแพทย์ชนบททำสิ่งต่างๆซึ่งคุณไชยาอาจจะเห็นว่าขัดแย้ง และเป็นศัตรู แต่ที่พวกเราทำทั้งหมดก็เพราะพวกผมนึกถึงคำพูดของพ่อเสมที่ว่า “ขอให้ลูกกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง อะไรถูก ก็ว่าถูก อะไรผิดก็ว่าผิด ช่วยกันดูแลกระทรวงสาธารณสุข พ่อดูพวกเราอยู่”
ผมไม่ใช่คนก้าวร้าว ไม่ชอบความขัดแย้ง แต่เมื่อนึกถึงคำพูดของพ่อเสม ผมต้องกล้าแย้งในสิ่งที่ถูกต้อง ผมต้องดูแลกระทรวงสาธารณสุขที่พ่อเสมรักและดูแลมาตลอดชีวิต เวลาผมต้องแย้งกับท่านรัฐมนตรี คำพูดของพ่อเสมจะวนเวียนมาเพื่อรวบรวมความกล้าว่าเรากำลังทำสิ่งที่ถูกต้องแล้ว"
พวกเราชมรมแพทย์ชนบททำเพื่ออะไร "ขอยืนยันว่าทุกอย่างที่พวกผมทำ ไม่ใช่เพื่อตำแหน่งที่สูงขึ้น สมัยที่คุณพินิจ จารุสมบัติเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและผมเป็นประธานชมรมแพทย์ชนบท คุณพินิจเคยถามผมถึง 3 ครั้งว่า เห็นว่าผมทำงานดี อยากสนับสนุนให้เป็นซีเก้า ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชกรรมป้องกัน จังหวัดไหนก็ได้ แต่ผมตอบปฎิเสธ เพราะผมไม่คิดว่าจะก้าวหน้าในชีวิตราชการแบบนั้น เพราะไม่มีศักดิ์ศรี
เราเป็นแพทย์ เป็นวิชาชีพ เรามีจรรยาบรรณในวิชาชีพครับ ถ้าคุณไชยาไม่เชื่อถามคุณพินิจได้ครับ"
พวกเราทำตามสิ่งที่เรียกว่า “อุดมการณ์” ซึ่งผมคิดว่าคุณไชยาอาจจะไม่เข้าใจ เพราะคุณไชยาให้สัมภาษณ์ว่าไม่เข้าใจว่าทำไมหมอศิริวัฒน์ถึงยอมหยุดรับเงินเดือน > 150,000 บาทในองค์กรอิสระ
แล้วย้ายมารับเงินเดือน > 50,000 บาทที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยคุณไชยาตั้งข้อสังเกตว่า น่าจะมีผลประโยชน์อะไรในอย.ที่ทำให้คุณหมอศิริวัฒน์ยอมรับเงินเดือนลดลง
นี่เป็นคำตอบของคำว่า “อุดมการณ์”ครับ
ตอนผมจบจากคณะแพทยศาสตร์รามาธิบดีใหม่ๆ ผมอยากมีรถบีเอ็มดับบลิวขับ แต่ต้องขอบคุณรัฐบาลไทยที่ส่งผมไปใช้ทุนในชนบท 3 ปี ผมได้พบคนทุกข์คนยากในสังคมมากมายที่พวกเราคนรวยและคนชั้นกลางไม่ได้ดูแลพวกเขา ผมได้เรียนรู้ว่า “เวลาเราได้พบคนที่ลำบากกว่าเราความอยากมีอยากได้ก็จะหายไป” หลังจากนั้นผมไม่อยากขับรถบีเอ็มอีกแล้วครับ ทุกวันนี้ผมขับรถปิคอัพเก่าๆคันหนึ่ง อุดมการณ์แห่งแพทย์ชนบทได้หล่อหลอมพวกเรา ไม่เช่นนั้นคงไม่มีคนอย่างหมอวรวิทย์
ที่โรงพยาบาลอุ้มผางจังหวัดตาก ที่อยู่ที่นั่นมาได้เกือบ > 20 ปี ทั้งที่รายได้น้อยกว่าเอกชนมากกว่า
5 เท่า
ผมอยากให้คุณไชยาได้เหลือที่ว่างในสังคมทุนนิยมแห่งการแก่งแย่ง เงิน และอำนาจ ไว้สำหรับอุดมการณ์ของพวกเราที่จะเติบโตในปริมณฑลซึ่งคุณพ่อเสมได้ให้มรดกแก่พวกเราไว้ ให้ผมได้ตอบกับคุณพ่อเสม พริ้งพวงแก้วว่า ผมได้ดูแลกระทรวงสาธารณสุขที่พ่อรักไว้เป็นอย่างดี
ประชาธิปไตยภาคประชาชนเริ่มขึ้นแล้ว จากผลการทำงานที่ผ่านมา
ผมคิดว่าคุณไชยามีวิธีคิด วิธีการ ความเชื่อ วัฒนธรรมและอุดมการณ์ที่แตกต่างจากพวกเรา
จริงๆในสังคมเราทุกคนสามารถมีบทบาทหน้าที่ที่ตนเองถนัดแตกต่างกันได้ และทำประโยชน์ให้สังคมได้ แต่เราต้องรู้ว่างานอะไรที่เราถนัด ที่เราทำประโยชน์ให้สังคมมากที่สุด คุณไชยาถนัดงานด้านอื่น น่าจะเลือกไปทำงานที่คุณไชยาถนัด แต่อย่างไรก็ดี ในเมื่อประชาธิปไตยที่คุณไชยาบอก คือกติกาแห่งการเลือกตั้ง การหย่อนบัตรลงในหีบ รวมทั้ง กติกาแห่งการใช้สิทธิของพลเมืองในการถอดถอน ผมก็ขอใช้ประชาธิปไตยกับคุณไชยาเช่นกัน โดยการขอร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชน มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เครือข่ายผู้ป่วยโรคเรื้อรัง มูลนิธิเข้าถึงยา เครือข่ายเพื่อนโรคไต และอื่นๆ ในการเข้าชื่อถอดถอนคุณไชยา ไม่ว่าคุณไชยาจะไม่ชอบ โกรธ หรือไม่พอใจอย่างไร ก็คงต้องยอมรับในกติกาแห่งประชาธิปไตยแบบที่ผมยอมรับให้คุณไชยาที่มาจากการเลือกตั้งเข้ามาบริหารงานในกระทรวงสาธารณสุขนาน 1 เดือนที่ผ่านมา
"ผมจึงขอเชิญชวนประชาชนทุกท่านครับ ท่านจะไม่เห็นชอบกับผมก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าท่านเห็นชอบท่านเชื่อว่าคุณไชยาไม่เหมาะสมกับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขตามเหตุผลต่างๆที่ผมว่าไว้ หรือตามหน้าหนังสือพิมพ์ ท่านย่อมมีสิทธิอันชอบธรรมที่จะทดลองใช้ประชาธิปไตยภาคประชาชน สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มนี้ได้ที่ www.cl4life.net หรือ www.consumerthai.org
หรือขอรับแบบฟอร์มได้ที่โรงพยาบาลอำเภอทุกแห่งในอีก l สัปดาห์ และส่งแบบฟอร์มนี้พร้อม(รับรอง) สำเนาทะเบียนบ้าน และ สำเนาบัตรประชาชน ขีดคร่อมว่าใช้เฉพาะการถอดถอนรัฐมนตรี
มาที่ ตู้ปณ ๑๑๙ ปณจ. คลองหลวง ๑๒๑๒๐ "
ถึงตอนนี้ไม่สำคัญแล้วครับว่าผมจะถอดถอนคุณไชยาได้หรือไม่ แต่สิ่งสำคัญคือผมจะขอเชิญชวนประชาชนไทยทุกคนมาร่วมดูแลประเทศไทยโดยใช้สิทธิพลเมืองของท่านเพื่อสังคมที่อยู่เย็นเป็นสุข
แบบที่อาจารย์ประเวศ วะสีท่านมีจินตนาการว่า “มนุษย์ทุกคนพ้นทุกข์ร่วมกันได้” เราสามารถอยู่ด้วยความแตกต่างในผืนแผ่นดินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยไม่แตกแยกครับ
ยืนยันอีกครั้งว่าผมไม่ได้เกลียดคุณไชยา แต่ผมรักประเทศไทยและประชาชนไทยทุกคนครับ"
นพ. พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์
เลขาธิการมูลนิธิแพทย์ชนบท
สวัสดีค่ะอาจารย์
กำลังติดตามข่าวนี้อยู่พอดีค่ะ
แจ๋วค่ะ
สวัสดีครับ คนดีย่อมได้รับความคุ้มครอง
ด้วยความเคารพ ในสติปัญญาของท่าน
น่าจะมีทางออกที่ดีกว่านี้ แทนการแข็งขืนใส่กัน
ความปรองดอง โดยใช้เหตุผลเข้าหากัน
เป็นสิ่งที่ประชาชนเฝ้ารอ อย่างใจจดใจจ่อครับ.