เมื่ออรุณรุ่งมุงเบิกฟ้า เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงคราปฏิบัติวัตร “บิณฑบาต”
พระภิกษุน้อยใหญ่นำผ้าจีวรมาทับคลุมซ้อนกับสังฆาฏิ
จากสองรวมให้เป็นหนึ่ง ผนวกเข้ากับสบงครอง “ไตร” จีวรห่มคลุมซ่อนคลุมลูกบาตร
เรียงแถวตามพรรษาอันอ่อนแก่พร้อมผ้าขาวหรือปะขาวน้อยใหญ่คอยท่าประธานสงฆ์ ออก “ธุดงค์” รับบิณฑบาต
“ธุดงค์” คือเครื่องขัดเกลากิเลสแห่งความขี้เกียจและขี้คร้าน
ท่านใดไม่บิณบาตรปฏิปทาขององค์พ่อแม่ครูบาอาจารย์สายกรรมฐานบอกว่าท่านนั้น “งดฉัน”
แสงอรุณสาดส่องมองเห็นทางเป็นเครื่องนำทางโปรดญาติโยม
เท้าเปล่าเปลือยเดินเลาะเรื่อยผ่านเส้นทางเรียบบ้าง ขรุขระบ้าง “อดทน” เป็น “ธุดงค์” เพื่อต่อสู้ความลำบากสังขารกาย
ฝน ร้อน หนาว วันพระหรือวันโยม ไม่ขาดและว่างเว้น “บิณฑบาต”
ยามเช้าในเหมันตฤดูหนาวจับใจ ต้องกัดฟันสู้ภาวนาด้วยใจ หนาวกายไม่หนาวจิต เร่งสู้กับหินก้อนน้อยนิดทิ่มแทงเท้า
ยามเช้าฤดูวสันต์มีร่มองค์ละคันเดินเรียงแถวพร้อมหน้ากันผ่านตลาดบ้านญาติโยม
ผ้าขาวตามอุปัฏฐากย์แลช่วยเหลือทั้งพระและสังคม
เห็นขยะหล่นกลาดกล่น เร่งรีบตนเพียรเก็บทิ้งถังเร็วพลัน
ยามเช้าอากาศบริสุทธิ์ ดีเลิศสุดได้เดินไกลได้กำลังกาย
ขยับแขน ขยับขาซ้ายขวาอย่างว่องไว ปันพรไซร้ให้แด่โยม
บิณบาตร เป็นวัตร วัด-ตะ-ระ
ปฏิบัติเป็นประจำในยามเช้า
เป็นเครื่องเกลา ขัดจิต ทิ้งเกียรติปอง
บิณบาตร เป็นของ ยังชีพตน...
คุ้มค่ากับการรอคอย...
ติดตามท่านอยู่ครับ