การพูดคุยกับสามสาว หญิง ทิพย์ แอนน์ ของ มสส. – มสช. เมื่อวันที่ ๒๙ ก.พ. ๕๑ เปิดช่องให้ผมคิดทำงานสำคัญให้แก่สังคม     คืองานสร้างสรรค์ “จิตเจริญ”

         เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับอาจารย์หมอจิตเจริญ ไชยาคำ หรืออาจารย์หมอ JJ ของผม ที่เป็น บล็อกเกอร์ คนขยันของ Gotoknow   http://gotoknow.org/blog/uackku    แต่ชื่อของท่านสะกิดใจผม ระหว่างที่ผม “เคี้ยวเอื้อง” เรื่องราวที่คุยกับสามสาว ว่าเป้าหมายของแผนงานพัฒนาจิตที่ มสส. กำลังดำเนินการอยู่ ก็คือ “จิตเจริญ” ของผู้คนนั่นเอง     ชื่อของอาจารย์ เจเจ เป็นมงคลดีจริงๆ นะครับ

         มสส. มีโจทย์ยาก ว่ามีโครงการด้านการพัฒนาจิต หรือจิตวิญญาณ อยู่มากนับสิบโครงการ ได้แก่ การพัฒนาจิตใจผ่าน
     o กิจกรรม Humanized Health Care รูปแบบต่างๆ
     o การฝึกไทเก๊ก
     o การฝึกโยคะ
     o การทำงานช่วยเหลือผู้ป่วยระยะสุดท้าย
     o การสื่อสารอย่างสันติ
     o กิจกรรมอาสาสมัคร  จิตอาสา
     o แผนที่คนดี  เรื่องเล่าความดี
     o กิจกรรมมิตรภาพบำบัด
     o โครงการจิตวิวัฒน์
     o จิตตปัญญาศึกษา
     o ฯลฯ

         โครงการ/กิจกรรมเหล่านี้ได้ยกระดับจิตใจ (จิตตปัญญา/จิตเจริญ) ของผู้ที่เกี่ยวข้องได้แค่ไหน     จะวัดได้อย่างไร     นับเป็นโจทย์ที่ท้าทายมาก    เพราะเรารู้ว่าเรื่องจิตตปัญญา เราไม่มีไม้บรรทัดสำหรับวัดได้อย่างเป็นรูปธรรม เพราะเรื่องนี้เป็นนามธรรม     เป็นเรื่องที่ “รู้ได้ด้วยตน” และคนที่จะรู้ว่าเขายกระดับจิตใจได้แค่ไหน คือคนที่ผ่านประสบการณ์นั้นแล้ว

         ความท้าทายอยู่ที่การวัด spiritual knowledge ซึ่งเป็น tacit / implicit knowledge ที่ลึก     แต่ผมมองว่าสามารถวัดได้ โดยใช้ กระบวนการ     ใช้การประเมินด้วยตนเอง และประเมินโดยคนนอกที่เคยผ่านประสบการณ์     เป็นกระบวนการที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนและเวลา     ไม่สามารถวัดออกมาได้แบบลวกๆ อย่างรวดเร็ว

         แต่กระบวนการนี้ไม่ได้มีคุณูปการแค่วัดได้ผลระดับของ “จิตตปัญญา”     ที่สำคัญกว่านั้น กระบวนการ จะให้ผลพัฒนาจิตตปัญญาของทุกคน ทุกฝ่าย ที่เกี่ยวข้อง

         ผมคิดว่าตัวโจทย์ที่สำคัญคือ เราจะมีวิธีสร้างการเปลี่ยนแปลงที่คงทน เกิด “จิตเจริญ” ที่ไม่ลบเลือนไปง่ายๆ     ทนต่อความเย้ายวนหรือแรงกระตุ้นหรือบรรยากาศที่ยั่วเย้าจิตฝ่ายต่ำได้    

         ถ้าคิดแบบนี้ แบบทดสอบก็คือตัวยั่วยุจิตฝ่ายต่ำ      แล้วดูผลว่าจิตฝ่ายต่ำจะออกมาเพ่นพ่าน  เป็นพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์หรือไม่ สงสัยว่าเราจะต้องการนักจิตวิทยา ให้มาออกแบบทดสอบพฤติกรรม     ซึ่งการทดสอบแบบนี้อาจมีความเจ็บปวดหรือมีความเป็นส่วนตัวอยู่ด้วย     เพราะอาจมีบางคนที่ถือว่า ระดับ “ความเจริญของจิต” เป็นความลับส่วนตัวของเขา

         ความคิดและการปฏิบัติที่เป็นส่วนตัวของผม ผมถือว่าผมเป็น “ผู้ฝึกฝนตนเอง”      ถือว่าตัวเองยังต้องการการฝึกฝนเคี่ยวกรำอีกมาก ในมรรคาของ “จิตตปัญญา”    มีโอกาสเมื่อไรผมก็จะฝึก หรือจริงๆ แล้วหาทางฝึกฝนตนเองอยู่ทุกขณะ     แต่ผมก็รู้สึกว่าในหลายกรณีคนยึดติดกับพิธีกรรมหรือวิธีการฝึกมากไป     ไม่เข้าไปถึงสาระหรือแก่นของการฝึกฝนจิตใจ     ในเรื่องนี้ผมชอบเข้าไปที่แก่นมากกว่าลูบคลำเปลือก     ที่จริงผมมีนิสัยเจาะหาแก่น เลยจากการลูบคลำเปลือกมาตลอดชีวิต    

         และผมมีข้อจำกัดอีกอย่างหนึ่ง คือไม่ชอบฝึกแบบแยกส่วนแยกกิจกรรม    ผมชอบฝึกกับชีวิตจริงของตนเอง (และแอบฝึกจากชีวิตของผู้อื่นด้วย)     ผมใช้วิธีฝึกจากชีวิตประจำวันนั่นเอง     รู้สึกว่ามันเป็นของจริง ไม่ใช่ของสมมติ แบบที่เขาฝึกกัน

         ลองตอบคำถาม “จิตเจริญนั้น เป็นฉันใด” อย่างตรงๆ สั้นๆ     ผมตอบว่า เป็นจิตที่นำไปสู่พฤติกรรมที่ไม่เบียดเบียนตนเอง และไม่เบียดเบียนผู้อื่น    เป็นจิตที่เบิกบานแจ่มใสอยู่เป็นนิจ     ท่านผู้อ่านตอบว่าอย่างไรครับ

 

วิจารณ์ พานิช
๓ มี.ค. ๕๑