การแลกเปลี่ยนความรู้ว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคให้แก่เจ้าหน้าที่ของ Japan Association of Consumer Affairs Specialists: JACAS (สมาคมผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษาแก่ผู้บริโภคแห่งประเทศญี่ปุ่น) ผู้ซึ่งได้เข้ารับการอบรมในหลักสูตร PIO-NET ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติประจำเมืองโชนาน จังหวัดคานากาวา
Japan Assoclation of Consumer Affairs Speciallsts: JACAS (สมาคมผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษาแก่ผู้บริโภคแห่งประเทศญี่ปุ่น) ได้จัดให้มีการอบรมคอมพิวเตอร์สำหรับเจ้าหน้าที่เพื่อใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในหลักสูตร PIO-NET ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติประจำเมืองโชนาน จังหวัดคานากาวา ในการนี้ สมาคมฯ ได้บรรจุหลักสูตรวิชาว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคให้แก่เจ้าหน้าที่ของสมาคมฯ สาขากรุงโตเกียวและสาขาโอซากา ซึ่งได้เชิญผู้เขียนให้เป็นผู้บรรยายวิชาดังกล่าวให้แก่เจ้าหน้าที่ได้รับทราบ ในการนี้ ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกัน ซึ่งผู้เขียนได้นำเสนอ โดยสาระของการบรรยายแบ่งออกเป็น ๓ ส่วน ดังนี้
ส่วนที่ ๑ แนวคิดเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคในประเทศไทยอย่างกว้าง
ส่วนที่ ๒ กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคที่เกี่ยวข้อง และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภคในประเทศไทย
ส่วนที่ ๓ สภาพปัญหาและข้อเท็จจริงในประเทศไทย
ใช้เวลาบรรยายและตอบข้อซักถามเป็นเวลาสองชั่วโมง ในการนี้ ผู้เขียนได้เสนอสรุปเหตุแห่งปัญหาการคุ้มครองผู้บริโภคโดยทั่วไปไว้ดังนี้
๑. งบประมาณ รัฐบาลท้องถิ่นประเทศญี่ปุ่นได้เห็นความสำคัญของภาคประชาสังคมและได้ให้การสนับสนุนในกิจกรรมของประชาชนในท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม หากรัฐให้การสนับสนุน องค์กรอิสระอาจจะไม่อิสระก็เป็นได้เพราะต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาล ดังนั้น รัฐควรให้การสนับสนุนโดยปราศจากเงื่อนไขที่จะมีผลต่อความอิสระในการตัดสินใจขององค์กรอิสระนั้นๆ
๒. ขาดการประสานงานระหว่างหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องซึ่งกันและกัน
๓. ขาดการประสานงานและความร่วมมือระหว่างภาครัฐและองค์กรพัฒนาเอกชน
๔. ตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐขาดความเข้าใจในปรัชญาการคุ้มครองผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งขาดความรู้สึกร่วมในความเป็นผู้บริโภคที่ได้รับความเดือดร้อน
๕. ผู้บริโภคเองขาดจิตสำนึก วินัย และยังคงต้องการความช่วยเหลือและเรียกร้องต่อรัฐอยู่มาก
๖. วัฒนธรรมองค์กรของคนในชาติ เป็นสังคมให้ความสำคัญกับรูปแบบ ไม่คำนึงเนื้อหาสาระและขาดความต่อเนื่องในกิจกรรม
๗. บรรยากาศทางการเมืองที่จะเข้ามาสนับสนุนกิจการและความเคลื่อนไหว ซึ่งในส่วนที่สามารถที่จะทำได้และได้ดีที่สุดก็คือการให้ความรู้ทางข้อมูลข่าวสาร ให้การศึกษา ซึ่งเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ผู้บริโภค ติดอาวุธทางความคิดในการพิทักษ์สิทธิ เพื่อเป็นพื้นฐานแก่ผู้บริโภคที่จะพึ่งตนเองได้ต่อไปเมื่อมีการพัฒนาแล้ว สร้างสำนึกสาธารณะ และสร้างความเข้มแข็งให้แก่ภาคประชาสังคมผู้บริโภค
ข้อคิดเห็นของผู้เขียน
เจ้าหน้าที่ของสมาคมฯ ส่วนมากเป็นผู้อายุตั้งแต่ ๕๐ ปีขึ้นไป ซึ่งสมาคมฯ และสมาชิกมีความพร้อมที่จะเรียนรู้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เพื่อนำมาใช้ในระบบการจัดเก็บข้อมูลและการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาทางเทคโนโลยี ทั้งนี้ อยู่บนแนวความคิดที่ว่ามนุษย์สามารถที่จะพัฒนาได้อยู่ตลอดเวลาโดยไม่คำนึงถึงเรื่องเพศและวัย แม้จะเรียนรู้ได้ช้ากว่ามนุษย์ที่มีอายุน้อยกว่าก็เป็นสิ่งที่องค์กรจะต้องให้ความสำคัญและกระตุ้นให้บุคลากรขององค์กรสำนึกต่อความรับผิดชอบต่อความก้าวหน้าขององค์กรโดยถือว่าการพัฒนาตนเองเป็นหน้าที่ที่จะต้องกระทำ และที่สำคัญที่สุดคือการติดตามประเมินผลความก้าวหน้าอย่างแท้จริง
ในการนี้ เจ้าหน้าที่ของสมาคมฯ ต่างได้ให้ความสนใจต่อการคุ้มครองผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การคุ้มครองผู้บริโภคในประเทศทวีปเอเซียนด้วยกัน รวมถึงประเทศไทยด้วย และในตอนท้าย สมาคมฯ ได้ให้ความสนใจในบทบาทของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และได้แจ้งให้ทราบว่าในอนาคตจะเดินทางไปยัง สคบ. อย่างเป็นทางการ (ปัจจุบัน ได้เดินทางไปเยี่ยม สคบ.แล้ว) เช่นเดียวกับเมื่อครั้งที่สมาคมผู้บริโภคแห่งจังหวัดเฮียวโกได้เดินทางไปยัง สคบ. ซึ่งถือได้ว่าโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลญี่ปุ่นกับรัฐบาลไทยโดย สคบ. ซึ่ง สคบ. ได้มอบหมายให้ผู้เขียนเป็นผู้ดำเนินโครงการฯ นี้ ผลที่ได้ประการหนึ่งคือเป็นการปูพื้นฐานความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรภาครัฐ และเจ้าหน้าที่ทุกระดับของรัฐบาลญี่ปุ่นไว้ ทั้งนี้ ขยายผลความสัมพันธ์ในมิติของการคุ้มครองผู้บริโภคและอื่นๆ ต่อไปได้โดยสะดวก
อนึ่ง ถือได้ว่าผู้เขียนได้ปฏิบัติหน้าที่วางพื้นฐานความสัมพันธ์โดยเฉพาะในเรื่ององค์กรพัฒนาเอกชนในญี่ปุ่นไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยแล้ว