การใช้สื่ออย่างหลากหลายช่วยให้นักเรียนสนใจเรียน ไม่เบื่อหน่าย

ชื่อเรื่อง                      การใช้สื่อประสมเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง อริยสัจ 4 และ สังฆคุณ 9

                                กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม  สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

                                โรงเรียนบ้านขี้นาค  จังหวัดศรีสะเกษ

ผู้วิจัย                        นายธนกฤต  บุญปัญญา

ที่ปรึกษาการวิจัย      อาจารย์สมพงษ์  ทองมา

หน่วยงาน             โรงเรียนบ้านขี้นาค   อำเภอปรางค์กู่  จังหวัดศรีสะเกษ

ปีที่พิมพ์                2551

 

บทคัดย่อ

 

              การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา เรื่อง อริยสัจ 4 และสังฆคุณ 9 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3  โรงเรียนบ้านขี้นาค  จังหวัดศรีสะเกษ  ปีการศึกษา 2550 โดยใช้สื่อประสม  เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา เรื่อง อริยสัจ 4  กลุ่มสาระการ          เรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ของนักเรียน ก่อนและหลังเรียนโดยใช้สื่อประสม และศึกษาความพึงพอใจต่อการเรียนหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา เรื่อง อริยสัจ 4 และสังฆคุณ 9 หลังการเรียนโดยใช้สื่อประสม   กลุ่มเป้าหมายหลักที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  จำนวน 31 คน โรงเรียนบ้านขี้นาค  อำเภอปรางค์กู่  จังหวัดศรีสะเกษ   ภาคเรียนที่ 2  ประจำปีการศึกษา  2550  ได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง ( Purposive  Sampling )  เครื่องมือที่ใช้  คือ แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้          หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา  เรื่อง อริยสัจ 4 และสังฆคุณ 9  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3   จำนวน  6  แผน    สื่อประสม เรื่อง อริยสัจ 4 และสังฆคุณ 9  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  จำนวน  6  ชุด ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ใช้ในการวิจัย   ประกอบด้วย   แผนการจัดการเรียนรู้  แถบบันทึกเสียง  และเพลง  วีดีทัศน์เกี่ยวกับหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา เรื่อง อริยสัจ 4 และสังฆคุณ 9 จำนวน 6 เรื่อง   เครื่องมือวัดและประเมินผลใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสื่อประสม จำนวน 1 ฉบับ เป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ                     4  ตัวเลือก จำนวน 60 ข้อ c]tแบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยสื่อประสมเกี่ยวกับ 

หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา เรื่องอริยสัจ 4 และสังฆคุณ 9 เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าร้อยละ  ค่าเฉลี่ย  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  ผลการวิจัยพบว่า

                   1.    คะแนนเฉลี่ยของนักเรียนจากการเรียนตามแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และสื่อประสม กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา  และวัฒนธรรม  เกี่ยวกับหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา             เรื่อง อริยสัจ 4 และสังฆคุณ 9  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  ทั้ง 6 แผน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 16.05  มีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ  0.80   คิดเป็นร้อยละ 80.20  และคะแนนจากการทดสอบหลังเรียนมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 53.03 มีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 4.90 คิดเป็นร้อยละ 88.38  ดังนั้นแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และสื่อประสม กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา  และวัฒนธรรม  เกี่ยวกับหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา  เรื่อง อริยสัจ 4 และสังฆคุณ 9  มีประสิทธิภาพเท่ากับ 80.20/88.38  ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้

                   2.    ดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และสื่อประสม กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา  และวัฒนธรรม  เกี่ยวกับหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา  เรื่อง อริยสัจ 4 และสังฆคุณ 9  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  มีค่าเท่ากับ 0.8007  แสดงว่าผู้เรียนมีค่าความก้าวหน้าทางการเรียนรู้เพิ่มขึ้นหลังเรียนร้อยละ  80.07

                   3.  เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา  และวัฒนธรรม  เกี่ยวกับหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา เรื่อง อริยสัจ 4 และสังฆคุณ 9  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3 ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน  คะแนนเฉลี่ยทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .05

   4.  ความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียนด้วยแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และสื่อประสม

กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา  และวัฒนธรรม  เกี่ยวกับหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา  เรื่อง อริยสัจ 4 และสังฆคุณ 9  มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.08 หมายความว่า ผู้เรียน มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก

                จากการวิจัยครั้งนี้ทำให้ ได้นวัตกรรมการสอนคือสื่อประสมที่ดี  มีคุณภาพในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา เรื่อง อริยสัจ 4 และสังฆคุณ 9  ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  โรงเรียนบ้านขี้นาค จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นแนวทางสำหรับการพัฒนาการเรียนรู้ในเรื่องอื่น ๆ ต่อไป