โรคหลอดเลือดสมอง (STROKE) เป็นโรคที่พบบ่อยเป็นอันดับสาม รองจากโรคหัวใจและโรคมะเร็ง เป็นโรคที่ทำให้คนไทยและคนทั่วโลกเสียชีวิตเป็นอันดับต้น ๆ
ตลอดระยะกว่า 3 สัปดาห์ในความพยายามที่จะเรียนรู้ทำความรู้จักเพื่อเอาชนะเจ้าโรคร้าย STROKE: โรคหลอดเลือดสมอง (หลอดเลือดสมองตีบหรือแตก) ที่เกิดขึ้นกับคนใกล้ตัว ผมอยากถ่ายทอดประสบการณ์และองค์ความรู้เท่าที่มี เผื่อจะเป็นประโยชน์บ้างต่อท่านที่สนใจไม่มากก็น้อย โดยจะพยายามนำเสนอสิ่งที่ได้เรียนรู้ ทั้งในส่วนที่วิเคราะห์ สังเคราะห์ได้ เวปไซด์ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งคำแนะนำที่ดี กำลังใจที่ดีที่ได้จากมหามิตรใน G2K โดยจะพยายามปรับปรุงองค์ความรู้ของบันทึกนี้ ให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ เพราะมีหลายอย่างที่ผมยังไม่ได้เรียนรู้ และยังต้องเรียนรู้เพื่อนำมาใช้รักษาคนใกล้ตัวต่อไป โดยในเบื้องต้นอาจจะไม่เป็นระบบมากนักและจะปรับปรุงให้ดีขึ้นตามแต่โอกาสจะอำนวยต่อไปครับ
สิ่งที่ได้เรียนรู้
- โรคหลอดเลือดสมอง (STROKE) เป็นโรคที่พบบ่อยเป็นอันดับสาม รองจากโรคหัวใจและโรคมะเร็ง เป็นโรคที่ทำให้คนไทยและคนทั่วโลกเสียชีวิตเป็นอันดับต้น ๆ
- โรคหลอดเลือดสมอง (STROKE) เป็นสาเหตุหลักของอัมพาต
- จุดอ่อนของวัยหนุ่ม วัยสาว และวัยกลางคน คือ เชื่อมั่นในสุขภาพของตนเองมากเกินไป ทำให้ประมาทไม่สนใจที่จะเรียนรู้และดูแลรักษาสุขภาพของตนเองและคนรอบข้างนัก พอธรรมชาติของเส้นทางชีวิตลิขิตให้มาพบกับโรคร้าย บางทีเพราะไม่มีประสบการณ์และขาดการเรียนรู้ อาจทำให้ไม่ทราบว่าเป็นอะไร รักษาไม่ทันท่วงทีได้
- ถ้าสมองขาดเลือดไปเลี้ยงเกิน 4 ชั่วโมง สมองส่วนนั้นจะตายไป
- ถ้าเป็นโรคเส้นเลือดสมองอุดตัน ถ้าวินิจฉัยและรักษาทันภายใน 3-6 ชั่วโมง จะเป็นการดีและเสียหายน้อยที่สุด
- การวินิจฉัยโรคสมองจะทราบผลแน่ชัดได้จะต้องทำการ CT Scan หรือ MRI ดู โดย CT Scan จะเหมาะสมกับการตรวจกรณีเส้นเลือดสมองแตก ส่วน MRI จะเหมาะกับกรณีเส้นเลือดสมองอุดตัน ทั้งนี้ทั้งนั้นผมเข้าใจว่า MRI ปลอดภัยและให้ผลละเอียดกว่า และราคาแพงกว่าด้วย
- จากสถิติประเทศไทยเกี่ยวกับโรคเส้นเลือดสมอง พบว่า 70% เกิดจากเส้นเลือดสมองอุดตัน 30% เกิดจากเส้นเลือดสมองแตก และประมาณ 1 ใน 3 รักษาหาย อีก 1 ใน 3 พิการ และอีก 1 ใน 3 ตาย
- ในยุค ICT หรือ Knowledge is power การสืบค้นข้อมูลโดย Google และ bLog อย่างเช่น G2K จะช่วยให้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจได้ดีมากเหลือเกิน แต่ด้วยข้อจำกัดบางอย่างอาจสร้างปัญหาได้ เช่น ที่โรงพยาบาลไม่มีอินเทอร์เน็ต หรือ ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายเราต้องทำอย่างอื่นจนไม่มีเวลามาใช้ Internet เป็นต้น
- ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย "สติ" เป็นสิ่งสำคัญมากทั้งคนป่วยเองและผู้ที่จะคอยช่วยเหลือ เพราะจะเป็นช่วงที่เหนื่อยกายเหนื่อยใจมาก ยกตัวอย่าง ตอนที่คนป่วยต้องอยู่ในห้องผู้ป่วยรวมเพื่อสังเกตุอาการนั้น ด้วยความเป็นห่วงเราต้องนอนเฝ้าไข้ในห้องรวม ซึ่งจะมีผู้ป่วยอาการหนักกำลังจะตายร้องอย่างโหยหวลตลอดคืน ถ้าเราไม่ได้ศึกษาธรรมะ หรือฝึกจิตมา คงจะแย่เอามาก ๆ
- ย้ำว่า "การตัดสินใจ" ของผู้ป่วยและญาติมีผลต่อการรักษามาก การตัดสินใจที่ดีต้องมีข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลา การปรึกษาคุณหมอ ญาติสนิท มิตรสหาย และผู้รู้บน Internet สำคัญอย่างยิ่ง รวมไปถึงการหาโอกาสเข้าร้านหนังสือหาหนังสือที่เกี่ยวข้องมาอ่าน แต่ทั้งนี้ทุกอย่างอยู่บนเงื่อนไขของการทันเวลา แต่ส่วนใหญ่แล้ว Key word จะค่อย ๆ เผยตัวออกมา เช่น เริ่มแลกเราจะค้นคำว่า "ตั้งครรภ์" "ขาอ่อนแรง" "อัมพฤกษ์ อัมพาต" คือตามอาการที่เห็น ต่อมาด้วยความไม่รู้ เมื่อคุณหมอวินิจฉัย เราจะได้ศัพท์ใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามา เช่น "STROKE" "โรคหลอดเลือดสมอง" "CT Scan" ต่อมาเราจะเริ่มรู้ว่า จะต้องทำการสแกนสมอง และด้วยฐานความรู้เดิม หรือคำอธิบายจากคุณหมอว่า CT Scan อาจมีผลต่อ ลูกในครรภ์ ตอนนี้ความยากและความละเอียดอ่อนของการตัดสินใจจะเข้ามาเพราะสายสัมพันธ์และความคาดหวังต่าง ๆ นานา ว่า เราจะทำ CT Scan เลยหรือจะรอดูอาการก่อน เราต้องการข้อมูล Case ที่คล้าย ๆ กัน และระหว่างนั้นด้วยการ Search ข้อมูลบนเน็ต ถามผู้รู้ อ่านหนังสือ และดูจากอาการของผู้ป่วย เริ่มมั่นใจว่า น่าจะเป็นเส้นเลือดอุดตัน และได้ข้อมูลใหม่ว่า MRI ปลอดภัยกว่า CT Scan เพราะโดยหลักการทำงานแล้วไม่ใช้รังสีใด ๆ เราจึงตัดสินใจ MRI เป็นต้น
อัมพาตครึ่งซีก ( Hemiplagia ) / โรคหลอดเลือดสมอง
( Stroke / Cerebrovascular accident. CVA )
สาเหตุ อาจแบ่งเป็น 3 ประการใหญ่ๆ คือ
1. หลอดเลือดสมองตีบตัน ( Thrombotic stroke ) จากภาวะหลอดเลือดแดงแข็งและตีบ
2. ภาวะสิ่งหลุดอุดตันหลอดเลือดสมอง (Embolic stroke )
3. หลอดเลือดสมองแตกหรือการตกเลือดในสมอง (Hemorrhage stroke)
ที่มา : Luckmann's Core Principle and Practice of Medical-Surgical
Nursing.1996.p 312
พยาธิสภาพ
เมื่อมีการตีบ อุดตัน หรือมีการแตกของหลอดเลือดแดงทำให้ขัดขวางการไหลเวียนของเลือด
ไปยังสมอง ทำให้เซลล์สมองบริเวณนั้นถูกทำลาย เรียก Infarct (ขาดเลือดไปเลี้ยง)
Diagram คลิก !
อาการ
มีอาการแขนขาซีกหนึ่งอ่อนแรงลงทันที พบ อาการอัมพาต คลิก! ขณะตื่นนอน ชา
ตามแขนขา ตามัว เห็นภาพซ้อน พูดไม่ได้ พูดอ้อแอ้ ปากเบี้ยว กลืนไม่ได้
การวินิจฉัย
1. การซักประวัติ/ตรวจร่างกาย นอกจากพบอาการอัมพาต คลิก ของแขนขาซีกหนึ่งแล้ว
อาจมี อาการปากเบี้ยว พูดไม่ได้ ซึม ความดันโลหิตสูง รีเฟล็กซ์ของข้อ ( Tendon
reflex ) ไวกว่าปกติ
2. การตรวจทางห้องปฏิบัติการ Hb , Hct , Electrolyte , Cholesterol , Coagulation ,
bleeding time , Urinalysis
3. การตรวจพิเศษ CT-scan , MRI ,Angiography , ECG , Lumbar puncture
การรักษา
1.การรักษาด้วยยา คลิก !
2. การรักษาด้วยการผ่าตัด
ที่มา : Luckmann's Core Principle and Practice of Medical-Surgical
Nursing.1996.p 329
หลอดเลือดสมองอุดตัน หรือเลือดออกในสมอง
หลอดเลือดสมองอุดตัน หรือ เลือดออกในสมอง เกิดจากหลอดเลือดสมองอุดตัน (Thrombotie Stroke) หลอดเลือดในสมองแตก (Hemonhogic Stroke) ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นจะทำให้เกิด Brain Attacks ซึ่งผู้ป่วยอาจจะมี อาการอัมพาต เฉียบพลัน หมดสติ แขนขาอ่อนแรง สับสน พูดไม่ได้ อาการเหล่านี้อาจจะเป็นถาวรหรือชั่วคราวในบริเวณตำแหน่งของสมองที่ขาดเลือดหรือมีเลือดออก
อาการเตือนของโรคหลอดเลือดสมองอุดตันหรือเลือดออกในสมอง (Stroke)
ความเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง
การลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง
การรักษา
เวลาเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดแตก ตีบ และตัน โดยเฉพาะ 3 ชม.แรกที่มีอาการ ดังนั้น ผู้ป่วยควรพบแพทย์ทางสมองภายในระยะดังกล่าว แพทย์อาจจะใช้ยาฉีดเพื่อละลายลิ่มเลือดให้เลือดไหลเวียนได้ปกติ แต่ยานี้จะใช้ได้ในบางรายเท่านั้น หลังจากนั้นแพทย์อาจจะรับตัวไว้รักษาในห้องรักษาผู้ป่วยหนัก เพื่อให้ยาและสังเกตอาการรวมทั้งการหลับ ตื่น การตอบสนองต่อสิ่งต่าง ๆ การเคลื่อนไหว การกลืนอาหาร เมื่อพ้นระยะเฉียบพลันไปแล้ว 4 - 5 วัน หรือประมาณ 1 อาทิตย์ ผู้ป่วยจะถูกย้ายไปรักษาในหอผู้ป่วยหลอดเลือด
สำหรับการปฏิบัติกายภาพบำบัด อาจจะเริ่มภายใน 1 - 2 วันแรก แล้วทำกายภาพอย่างต่อเนื่องหลังจากอาการต่าง ๆ คงที่ ท่านควรจะได้รับการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางสมองและระบบประสาท
เส้นเลือดที่ตีบเกิดจากการหนาตัวของผนังหลอดเลือด รวมทั้งอาจมีเกล็ดเลือดหรือองค์ประกอบอื่นๆ ของเลือด มาสะสมตามผนังหลอดเลือด ซึ่งจะทำให้เลือดไหลผ่านได้น้อยลง ถ้าเป็นมาก ก็จะทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอเพียง และเกิดความเสียหายต่อเซลสมองบริเวณนั้นๆ
ภาพเคลื่อนไหวของ หลอดเลือดแดง และ ดำ
การทำ CT scan ของสมอง จะช่วยให้แยกได้ระหว่างเส้นเลือดตีบหรือแตก ซึ่งการรักษาจะต่างกันไป
อัมพฤกษ์อัมพาต เป็นอาการที่คนทั่วไปโดยเฉพาะผู้สูงอายุ จะเกรงกลัวกันมาก ซึ่งอาการดังกล่าวหมายถึง การที่แขนขาอ่อนแรงซีกใดซีกหนึ่ง และมักจะไม่ค่อยหาย หรือหายแต่ไม่หายสนิท ใช้เวลาฟื้นฟูสมรรถภาพค่อนข้างนาน มีความพิการหลงเหลืออยู่บ้าง ไม่มากก็น้อย
สาเหตุของอาการดังกล่าวมีได้หลายอย่าง แต่ที่พบบ่อยที่สุด คือ ประมาณ80-90% ก็คือ โรคหลอดเลือดสมอง ที่เหลือก็เป็นสาเหตุอื่นๆเช่น เนื้องอกในสมอง ฝีในสมองเป็นต้น
เครื่อง MRI
เป็นบันทึกที่ดีมาก ๆ ..อัดแน่นไปด้วยสาระความรู้ พักหลังผมก็เริ่มอ่อนล้ากับการงานที่โหมมามาก ..ตอนนี้วางมือจากงานบริหาร เลยได้มีเวลาพาลูก ๆ ไปเตะบอลนั่นเอง .
ดีใจที่ได้เจอกันในบล็อก … เยี่ยมมากครับ
สวัสดีครับ
4. แผ่นดิน
สวัสดีครับ อ.เฉ
สวัสดี กัลยาณมิตรใน G2K ทุกท่านครับ
แวะเข้ามาอ่านค่ะ มีประโยชน์มากเลยค่ะ เพราะกำลังต้องการความรู้ในเรื่องเหล่านี้
คุณหมอวินิจฉัยว่าคุณพ่ออาจจะเป็นเส้นเลือดสมองตีบค่ะ ตอนนี้อยู่ในช่วงทานยาแต่ถ้าไม่ดีขึ้น คุณหมอแนะนำให้ทำ MRI ค่ะ
สวัสดีครับ
ขอบคุณมากค่ะ คุณพ่อดีขึ้นแล้ว
อาการของคุณพ่อตอบสนองกับยาของคุณหมอค่ะ คุณหมอจึงบอกว่าไม่จำเป็นต้องทำ MRIแล้ว ^ ^
แต่อย่างไรจะเฝ้าระวังอาการของคุณพ่อค่ะ
สวัสดีค่ะ
อ่านบทความในเน็ตเยอะ ข้อมูลคุณดีมากกก เลยค่ะ แน่นดี แต่ คนป้วยที่บ้านเป็นโรคนี้ดื้อมากค่ะ ไม่รู้จะทำอย่างไร ดี บอก ก็ไม่ฟัง พูดแต่ว่า ตายไป เคาะข้างโลงก็ไม่รู้เรื่องเล้ว
แก กิน ยา หม้อ ยาหมอดู ยาพระมาหมดแหละค่ะ เดี้ยงลงทุกวัน ไปตามหมอนัดมีแต่ โรคเพิ่มขึ้นค่ะ
ตอนนี้ คุณย่า เป็น รวม ๆๆ แล้ว ทั้งหมด ก็ 5 โรคคะ
เบาหวาน สมองตีบ หัวใจ ความดันสูง ไต ไทรอยด์ มีจุด ๆ เยอะ ตา โอ้ยน่ากัวค่ะ
ไม่รู้จะรอดไม้เนี่ย ช่วยวิเคราะห์ทีค่ะ กลุ้มใจ
ขอบพระคุณมากค่ะ
สวัสดีครับ
สวัสดีครับ
อ่านบทความของอาจารย์แล้วเป็นประโยชน์มากครับ
ผมก็เริ่มค้นหาเรื่องของStrokeจริงๆจังก็เพียง2เดือนนี้เองครับ
เนื่องจากคุณพ่อป่วยเป็นอัมพาตครึ่งซีกจากหลอดเลือดสมองตีบครับ
ผมต้องดูแลคนเดียวได้อ่านข้อที่ว่า
"หลวงปู่หล้า เขมปตโต สอนว่า .. การดูแลเลี้ยงบิดา มารดา กับการดูแลเลี้ยงพระอรหันต์ก็มีอานิสงส์เท่ากัน"
อ่านข้อความข้างต้นแล้วก็หายเหนื่อยบ้างครับ
ขอบคุณมากๆ สำหรับความรู้ดีๆ ช่วงนี้ต้องดูแลคุณพ่อที่ป่วย เพราะล้ม พ่อไป รพ. หมอให้น้ำเกลืออย่างเดียว หลังจากนั้น 2-3 สัปดาห์ ก็อ่อนเพลีย ซีกขวาแรงอ่อนลง หยิบจับอะไรไม่ได้เลย จึงต้องเปลี่ยนมา รพ.ใหม่ หมอให้สแกนสมอง จึงรู้ว่ามีเลือดออก และต้องผ่าตัด
จึงอยากขอคำแนะนำการดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัด เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น (การเดิน / ความทรงจำ จะเป็นปกติ ต้องใช้เวลานานหรือไม่)
ขอขอบคุณ
สวัสดีครับ คุณ kittidech
ยินดีด้วยนะคะที่ภรรยาอาจารย์กลับมาได้ 100%
ผ่านประสบการณ์แบบนี้มาได้ เชื่อว่าทั้งสองท่านจะเห็นคุณค่าของชีวิต มองชีวิตเปลี่ยนไป และใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาทต่อไป ดิฉันผ่านประสบการณ์แบบนี้มาแล้ว แต่โชคไม่ดีเหมือนอาจารย์ค่ะ แต่เราสองคนมีความสุขในชีวิตปัจจุบันมาก ไม่คิดถึงอดีต ไม่คิดถึงอนาคต
ขอส่งความรักความปรารถนาดีมายังอาจารย์ และภรรยา ขอให้ลูกสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงนะคะ
สวัสดีครับ 16. ชมพูพันธ์ทิพย์
สวัสดีครับ คุณ