-
พัฒนาการของการเกิดมหาวิทยาลัยในยุโรปต่อๆ มา เช่น มหาวิทยาลัยปารีส (ซอรบอร์น)และมหาวิทยาลัยปราก เกิดโดยธรรมชาติ จากการรวมตัวกันของนักศึกษาและอาจารย์ การบริหารมหาวิทยาลัยเป็นการดูแลร่วมกันของอาจารย์และศิษย์
- ต่อมาเพื่อสร้างความเชื่อมโยงกับศาสนจักร จึงมี cancellarius (ต้นตอของคำว่า chancellor) อันเป็นตำแหน่งเกียรติยศ มักจะเป็นพระสังฆราชของเมือง เข้ามามีบทบาทในกิจการของมหาวิทยาลัย แต่เฉพาะส่วนที่ไม่ใช่วิชาการ แต่แม้โครงสร้างการบริหารของมหาวิทยาลัยจะเปลี่ยนไปบ้าง ความเป็นอิสระทางวิชาการของมหาวิทยาลัยก็ยังคงอยู่
- ต่อมา เมื่ออังกฤษเปลี่ยนไปใช้นิกายโปรเตสแตนต์ และอาณาจักรตัดขาดจากศาสนจักร ทำให้การปกครองประเทศขึ้นกับกษัตริย์โดยสมบูรณ์ chancellor ของมหาวิทยาลัย จึงเป็นพระราชวงศ์หรือขุนนางชั้นสูง ที่ประชุมอาจารย์เรียกชื่อว่า congregation ทำหน้าที่ดูแลคุณภาพการศึกษาและให้ปริญญา
- ส่วนการบริหารมหาวิทยาลัยมี
- vice-chancellor หรืออธิการบดีเป็นผู้บริหารสูงสุด
-
university council หรือสภามหาวิทยาลัย ทำหน้าที่วางนโยบาย โดยสภามหาวิทยาลัยประกอบด้วย
- vice chancellor
- หัวหน้าภาควิชาต่างๆ
- ผู้ที่ได้รับเลือกมาจากที่ประชุมอาจารย์
- และมีผู้แทนของนักศึกษาเป็นผู้สังเกตการณ์ในสภา
- สภามหาวิทยาลัยบางแห่ง เช่น ออคฟอร์ด (๑๖๓๖) ยังได้ออกฎข้อบังคับ ให้มีการยืนยันว่า มหาวิทยาลัย และสำนักพิมพ์ของมหาวิทยาลัยต้องมีอิสระในการบริหาร เป็นการป้องกันไม่ให้อำนาจภายนอกเข้าไปรบกวนเสรีภาพทางวิชาการในมหาวิทยาลัย
อ้างอิงจาก ความเป็นอิสระของมหาวิทยาลัยไทย : จรัส สุวรรณเวลา สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2551
|
A university is an institution of higher education and research, which grants academic degrees at all levels (associate, bachelor, master, and doctorate) in a variety of subjects. A university provides both undergraduate education and postgraduate education. The word university is derived from the Latin universitas magistrorum et scholarium, roughly meaning "community of teachers and scholars".[1] [1] Google eBook of Encyclopedia Britannica |