ค้นบันทึกเก่าจาก Hi5 ปัดฝุ่นมาฝากไว้ที่ G2K
ตุลาคม 2550
เพราะรู้สึกตัวเองห่างเหินวัดมานานมาก และใกล้วันเกิดตัวเลขที่มากมาย หลายคนบอกว่า อายุลงท้ายเลขห้า ก็ต้องทำบุญหนัก ๆ หน่อย วันหยุดผ่านมาจึงได้ฤกษ์ว่าง นัดกันในครอบครัวพ่อแม่ลูก เดินสายทำบุญ เริ่มต้นจากการสืบค้นข้อมูลตามประสาคนทำงานในห้องสมุด แม้จะไม่ใช่เจ๊บรรณอย่างใคร ๆ เขา
ในเมืองเชียงใหม่เรามีวัดมากเกินร้อยแห่ง รวมทุกอำเภอก็มีเป็นพันวัด (ข้อมูลทะเบียนวัด
ณ วันที่ 4 ตุลาคม 2550 จากเว็บไซต์ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ระบุมีถึง 1,252 วัด) นับเฉพาะอำเภอเมือง มีถึง 124 วัด แล้วก็มีเก้าวัดมีชื่อเป็นมงคลให้พวกเราได้เดินสายทำบุญเก้าวัดตามความเชื่อ เราก็ปรึกษาหารือกันในครอบครัวว่าจะไปทำบุญวัดที่ไหนดี ระหว่างในเมือง นอกเมือง ลูกสาวเสนอให้ไปทำบุญตามรอบนอกอำเภอ เผื่อจะได้ท่องเที่ยวไปด้วยแบบทูอินวัน เราก็สอบถาม กูรู ในห้องสมุด ได้ข้อมูลเรียบร้อย พร้อมคำแนะนำ รายชื่อวัด เส้นทาง และรายนามเจ้าอาวาสวัดให้ถึง 13 แห่ง ล้วนเป็นพระลูกศิษย์พระเกจิอาจารย์ดังแห่งล้านนา รายชื่อนั้นเก็บอย่างดีในลิสต์ ไม่ให้หนีหายไปไหน
การเตรียมตัวทำบุญถูกกำหนดล่วงหน้า 1-2 สัปดาห์ เริ่มจากการจัดเตรียมเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อจัดเป็นถังสังฆทาน ด้วยการทยอยซื้อให้ครบในสิ่งจำเป็น ๆ สำหรับพระสงฆ์ เวลาทำสังฆทานครั้งใด เราไม่ได้พุ่งไปที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตทันทีเพื่อเลือกเอาชุดสังฆทานที่เขาจัดไว้สำเร็จแล้ว ก็เพราะเห็นคุณยายเวลาจะทำบุญสังฆทานแต่ละครั้ง จะจัดเอง เลือกสิ่งของแต่ละครั้ง ๆ เอง แล้วบางครั้งก็ไม่ได้ไปซื้อจากร้านขายของร้านเดียวกันด้วย จะว่าไปเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมสุดแสนโปรดปรานของแม่ลูกที่ชอบช้อบปิ้ง จึงคงเป็นอีกเหตุผลหนึ่ง ที่เราต้องเตรียมการณ์ไว้ล่วงหน้านานหน่อย
ใกล้ถึงวันเสาร์ที่เราจะไปทำบุญ เกิดความติดขัดเรื่องเวลาขึ้นจนได้ เพราะสาวน้อยได้รับคำสั่งจากคุณครูให้เป็นหนึ่งในร้อยไปร่วมงานเลี้ยงแสดงความยินดีกับ ฯพณฯ ท่านองคมนตรี ซึ่งท่านเป็นศิษย์เก่าของโรงเรียน เวลาของเราจึงเหลืออยู่เพียงภาคเช้า แผนการทำบุญหลายวัดวันเดียวกันครั้งแรกของครอบครัวจึงเริ่มต้นที่วัดในอำเภอเมือง เริ่มจากแปดโมงเช้า ไปแล้วเสร็จก่อนเวลาพระฉันเพล เป็นการทำเวลาที่ดีมาก วัดที่ให้โอกาสเราไปทำบุญตามลำดับคือ วัดเชียงมั่น วัดดวงดี วัดเจดีย์หลวง วัดพระสิงห์ วัดหมื่นเงินกอง วัดดับภัย วัดหม้อคำตวง วัดลอยเคราะห์ และวัดชัยมงคล ซึ่งผู้คนส่วนมากที่มาทำบุญถึงวัดนี้แล้ว จะต่อด้วยการทำทานปล่อยเต่า ปลาไหล ลงแม่น้ำปิง
เสร็จงานเดินสายทำบุญเก้าวัด ลูกสาวติดใจ
"แม่...มีโอกาสเดินสายกันอีกนะ แต่คราวหน้าอยากไปวัดนอกอำเภอเมืองบ้างนะแม่นะ แล้วเราต้องมีเวลาเผื่อเที่ยวด้วยนะแม่.."
"อือม์ คิดให้ดี ๆ งานนี้มีกำไรสองต่อเข้าวัด แล้วยังได้ใกล้ชิดครอบครัวด้วย อีกหน่อยลูกโตกว่านี้ เค้าไม่ไปเที่ยวไหนกับเราแล้ว ทิ้งเราเป็นสองตายายเฝ้าบ้านแน่นอน"
โอกาสนั้นมาถึงเมื่อไร คงจะมีบันทึกเล่าต่อภาคสองนะคะ
พูดถึงเรื่อง "วัด" เมื่อตอนเป็นเด็ก..มีกิจกรรมในหมู่บ้านให้ต้อมไปวัดกันได้บ่อยๆ พ่อมีอาชีพเป็นช่างภาพอันนอกเหนือไปจากรับราชการครู เมื่อวัดมีกิจกรรมบ่อยๆ ก็ต้องมีการถ่ายรูปบ่อยๆ หรือบางทีต้อมก็จะปั่นจักรยานไปอีกหมู่บ้านเพื่อไปหายาย หากเป็นวันพระก็จะไปตามหายายได้ที่ในวัด ไปนั่ง - ไปนอน (เป็นเด็กตัวกระเปี๊ยกนอนในโบสถ์ไม่น่าเกลียดนะคะ)รอยายเพื่อที่จะได้ช่วยยายหิ้วตะกร้ากลับบ้านยายพร้อมๆ กัน หรือไม่ก็เตร็ดเตร่ไปนั่งแถวนั้นที่มีต้นไม้-มีระฆังแขวนอยู่ รับรู้ได้ถึงความร่มรื่นและสงบเย็น ในตอนนั้นคิดว่าวัดเป็นสถานที่ซึ่งคงความศักดิ์สิทธิ์ แต่พอโตขึ้นมา..ต้อมนี่นับว่าเป็นคนไกลวัดทีเดียวค่ะ ยิ่งอายุเลยเลข 2 มาแล้วยิ่งจำไม่ได้ว่าเคยเข้าวัดกี่ครั้ง
ต้อมไม่รู้ว่าเพราะข่าวไม่ดีเกี่ยวกับเรื่องพระหรือเรื่องวัดหรือเปล่า แต่ไม่น่าจะใช่ เพราะสำหรับต้อมแล้วก็ยังถือว่า "วัด" เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านอยู่ดี เพียงแต่ด้วยรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนในยุคปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปด้วยกระมัง แต่สิ่งหนึ่งที่จะระลึกถึงและพึงกระทำก็คือ "การทำความดี" เพราะการเข้าวัดไม่ได้บอกได้ว่าบุคคลนั้นเป็นคนดีหรือไม่ "คิดดี พูดดี ทำดี" แล้วไม่ค่อยมีโอกาสได้เข้าวัดก็น่าจะพอหยวนๆ บ้างนะคะ แน่ะ พี่ต๋อยอย่านึกในใจนะคะว่า "ยัยคนนี้ถูๆ ไถๆ ข้างๆ คูๆ ไปเรื่อยจนได้นะ" ^^
สวัสดีครับ
เคยคิดจะทำบุญ ๙ วัดเหมือนกันครับ
แต่ไม่ไหว ยังกะวิ่งผลัด สุดท้ายได้แค่ ๕ วัด อิๆๆ
คุณ ธ.วั ช ชั ย
ขอบคุณค่ะ แวะมาบันทึกเก๊าเก่า
วันนี้ไปมาแล้วค่ะ เสร็จทันก่อนเพลพอดีเลย
สวัสดีค่ะคุณ Sarajung
เดินสายสามชั่วโมง เก้าวัดหรือเปล่าคะ...ขอบคุณค่ะ