พวกเขามุ่งหวังสิ่งใดจากถนนสายนี้ และเราควรต้องเตรียมเสบียงชีวิตอะไรให้กับพวกเขากันบ้าง

โค้งสุดท้ายก่อนจากลาไปจากจุดที่เป็นอยู่  ผมกับทีมงานก็เกี่ยวก้อยกันลุยงานอย่างหัวปักหัวปำ   ดูอย่างคืนที่ผ่านมา   กว่าจะกลับเข้าบ้านได้ก็หลังเที่ยงคืนไปแล้ว   เพราะเราได้ร่วมกันจัดประกวดลูกทุ่งต้านยาเสพติด   อันเป็นแนวคิดของผมที่ต้องการให้นิสิตได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์  และเป็นเสมือนการมาพบปะสังสรรค์ก่อนการสอบปลายภาค  ซึ่งผมใช้วาทกรรมว่า "ตุ้มโฮมก่อนสอบ...ปลอบขวัญกำลังใจให้นิสิต"

 

บรรยากาศประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้น   ผู้คนเนืองแน่นล้นเวทีอย่างแทบไม่น่าเชื่อ   และผมเชื่อว่าปีหน้าจะต้องมีใครอยากต่อยอดในแนวคิดนี้เป็นแน่

 

แต่สำหรับเย็นวันนี้ก็เป็นอีกวันที่ผมและทีมงานได้ถอดหัวใจให้งาน "วันขอบคุณนักกิจกรรม"   เพราะนี่คือเวทีที่ผมและทีมงานต้องการที่จะแสดงความขอบคุณแก่น้องนิสิตที่เดินอยู่ในถนนสายกิจกรรม   และนี่คือส่วนหนึ่งของความในใจของผมที่มีต่อการจัดทำหนังสือทำมือง่าย ๆ  ขึ้นมาเล่มหนึ่งเพื่อเป็นของที่ระลึกให้กับพวกเขา ...

 

ในหนังสือเล่มนี้  ล้วนเป็นเรื่องราวของน้องนิสิต  และที่สำคัญคือ  เรื่องทุกเรื่อง ...เขาเขียนและเล่าด้วยตัวของเขาเอง   ผมมีหน้าที่เพียงการนำมารวบรวม  ปรับแต่งแต่เพียงน้อยเท่านั้น

 

ครับ...นี่คือส่วนหนึ่งอันเป็นเสียงของผมที่มีต่อพวกเขา ..

 

-------------------------

 

 

 

 

มีความหมายใดในกิจกรรม
เสมือนเสียงบอกเล่าของหนุ่มสาวนักเดินทางจากรั้วมหา
'ลัย....

 

ผมและทีมงานคิดอยู่เป็นนานว่า วันขอบคุณนักกิจกรรมปีนี้จะใช้อะไรเป็นของที่ระลึกแก่ผู้เข้าร่วมงานดี ....

 

จนในที่สุด   เราก็ปลงใจว่าน่าจะเป็น   "เรื่องเล่า"   และ   "ทัศนะ"  ของนิสิตที่กำลังเดินทางอยู่ในถนนสายกิจกรรม   เพราะระยะหลังเราเองก็กระตุ้นให้นิสิตได้สะท้อนเรื่องราวของตนเองอยู่บ่อยครั้ง   ทั้งในแง่ของการเสวนาในมิติของการตั้ง "วงเล่า"  เล็ก ๆ   รวมถึงการเขียนบันทึกถึงเรื่องราวที่แต่ละคนได้พานพบเจอในถนนสายกิจกรรม   อันเป็นกระบวนการหนึ่งที่ผมและทีมงานเชื่อมั่นว่า   จะเป็นกลไกที่นำพาไปสู่การถอดบทเรียนออกมาจากตัวตนของแต่ละคน   และสิ่งเหล่านั้นก็จะกลายมาเป็นต้นทุนอันดีให้ใคร ๆ  ได้นำไปใช้ประโยชน์ได้บ้าง

 

 

 

ล่าสุด  (23 - 24  ก.พ. 2551)        การนำพาผู้นำนิสิตออกไปจัดกิจกรรมค่ายเล็ก ๆ  ในชุมชนบ้านเม็กดำ   ต.เม็กดำ    อ.พยัคฆภูมิพิสัย   จ.มหาสารคาม    ผมได้กำหนดหัวข้อการเรียนรู้ขึ้นมาหัวข้อหนึ่งก็คือ  "มีความหมายใดในค่าย.."    ซึ่งมุ่งที่จะศึกษาลงไปสู่ตัวตนของนิสิตแต่ละคนว่า  "ทำไมถึงชอบที่จะออกค่ายกันนัก ...?"    ... 

 

 

 

ถึงแม้คำถามดังกล่าวอาจดูเบื้องตื้นอยู่มาก  แต่ผมและทีมงานก็ยังยืนยันว่า   หากนิสิตตอบคำถามนี้ด้วยความสัตย์จริง  เรายิ่งโชคดีที่จะได้สัมผัสถึงเจตนารมณ์ของผู้คนที่เดินทางอยู่ในถนนสายกิจกรรมอย่างไม่ขาดห้วง   และที่สำคัญคือ   การได้รับรู้ทัศนะของนิสิตที่มีต่อการทำกิจกรรมนั้น    จะช่วยบอกกล่าวกับเราได้บ้างกระมังว่า  .พวกเขามุ่งหวังสิ่งใดจากถนนสายนี้  และเราควรต้องเตรียมเสบียงชีวิตอะไรให้กับพวกเขากันบ้าง

 

 

 

ด้วยเหตุดังกล่าวนี้,   ผมและทีมงานจึงนำเรื่องราวอันเป็นเรื่องเล่าและทัศนะสั้น ๆ ที่สกัดออกมาจากบันทึกของนิสิตมาจัดรวมเป็นหนังสือทำมือที่ระลึกในวันขอบคุณนักกิจกรรม ประจำปีการศึกษา  2550   โดยหวังให้เป็นเสี้ยวหนึ่งของการสรุปบทเรียนแห่งการเดินทางของนิสิต   ซึ่งอาจจะมีทั้งระยะทางอันแสนไกล  หรือแม้แต่ระยะทางอันแสนสั้น   แต่ทั้งปวงนั้นก็คืออีกบทสรุปหนึ่งของการเดินทางของหนุ่มสาวกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่งในรั้วมหาวิทยาลัยที่ขนานนามตนเองว่า  "นักกิจกรรม.."

 

 

บทสรุปเหล่านี้อาจไม่ใช่บทสรุปทั้งหมดของอดีต  ปัจจุบัน และอนาคตที่กำลังเคลื่อนกายมาเยือน     แต่อย่างน้อยก็แอบเชื่อมั่นอยู่ลึก ๆ   ว่า  เรื่องเล่าและวาทกรรมอันเป็นทัศนะเหล่านี้จะทำหน้าที่บอกเล่าเรื่องราวของมันเองอย่างมีพลัง   เพื่อยืนยันได้ว่า  บทเรียนชีวิตหาใช่ถูกจำกัดอยู่แต่ในห้องเรียนของสถานศึกษา  แต่มันอยู่รายรอบตัวเราอย่างหลากหลาย  ทั้งแสดงตนและซ่อนแฝงอยู่อย่างปริศนา ...

 

 

โชคดีจงเป็นของทุกคน

 

 

 

 

และนี่คือ  ส่วนหนึ่งของนิทรรศการที่เราจะนำไปจัดแสดงในค่ำคืนนี้  อย่างน้อยก็คงบอกเขาได้กระมังว่า  ในสิ่งที่น้องนิสิตได้ทุ่มเทนั้น  เราให้ความสำคัญและ "จริงใจ"  กับพวกเขาอย่างไม่ต้องเคลือบแคลง

 

 

 ------------------------

เพิ่มเติม ..

 

วันขอบคุณนักกิจกรรม (1) : ได้เวลาแห่งการเชิดชูเกียรติคนของสังคม http://gotoknow.org/blog/pandin/80229

 

วันขอบคุณนักกิจกรรม (2.1) : อ่านความคิดความศรัทธาของผู้นำนิสิตต่อกิจกรรมนิสิตผ่านวาทกรรมความคิดในเอกสาร (จบ)

  http://gotoknow.org/blog/pandin/80595