เราขึ้นรถและนั่งประจำที่ของแต่ละคน แม่ขับรถออกจากหน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ซึ่งติดกับแหลมสมิหลานั่นเอง โดยมีถนนขั้นกลาง (มหาวิทยาลัยแห่งนี้เข้าท่า มีทะเลอยู่ข้างหน้า) จากนั้นก็มุ่งไปตามถนนผ่านโรงเรียนมหาวชิราวุธ โรงเรียนแห่งนี้เคยได้ยินเพื่อนคนหนึ่งเอ่ยถึงเมื่อสมัยที่เราเรียนกันที่นครศรีธรรมราช และไปถึงจุดหมายที่ตั้งไว้

 

                หลังจากรถจอด เอาเสื่อไปปูไว้ที่แห่งหนึ่ง นำของลง เราก็เดินกันไปจนถึง "พญานาคพ่นน้ำ" บรรยากาศยามค่ำคืนดีมากๆ ที่ตรงนี้คงเป็นอีกที่หนึ่งของการพักผ่อนหย่อนใจในยามค่ำคืน ทำให้ต้องมานั่งคิดว่า "เมืองสงขลาเป็นเมืองใหญ่ เป็นเมืองที่ไม่ใช่เมืองธรรมดา จะจากสงขลาไปทำไม" ผู้บริหารเมืองสงขลาเข้าใจคิด เข้าใจทำ "นึกอย่างไรถึงสร้างพญานาคพ่นน้ำ" ด้วยความประทับใจ ไม่ลืมที่จะเก็บภาพถ่ายไว้

http://gotoknow.org/file/nmintra/DSC00394.JPG

                แต่ให้นึกสงสัยว่า แล้วทำไมพญานาคจึงมีแต่หัว ตัวและหางอยู่ที่ไหน พบคำตอบว่า สะดือและหางพญานาคนั้น เราผ่านมาตะกี้นี้แล้ว "นั่นนะสิ ให้นึกแปลกใจว่าอะไร"

                แอมและเอกเดินเล่นไปเรื่อยๆ คนหลากหน้าหลายตาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก เดินชมโน้นชมนี้ โดยเฉพาะทะเลแหละแหลมที่สวยงาม "เข้าใจสร้างเข้าใจทำจริงๆ" อย่างไรก็ตาม เห็นกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งนั่งเล่นดนตรีกันอยู่ ในวงนั้นมีเบียร์อยู่ด้วย รู้สึกชื่นชมในการเล่นดนตรี แต่ก็ให้นึกสงสัยว่า "กินไปทำอะไร เบียร์มันช่วยให้ดีขึ้นได้อย่างไร" แน่นอนละ คนที่ไม่เคยลองก็คงไม่รู้ อยากรู้ว่าดีอย่างไรก็ต้องลอง นั้นคือคำตอบในใจ แต่ก็มีคำตอบหนึ่งเกิดขึ้นอีกกว่า "อย่าลองเลย หากลองแล้วเดี๋ยวจะติดใจ หลายคนติดใจจนขาดไม่ได้ กลายเป็นปัญหาในสังคมไปก็มี ลำพังตัวเอง เงินเดือนยังไม่พอ ยังริอาจเอาไปแลกเป็นน้ำข้าวฟ่างอีกยิ่งไม่พอกันไปใหญ่" เราเดินไปซื้อยำถุงหนึ่งเพื่อนำไปกินกับข้าว "ตั้ง ๕๐ บาทแน่ะ" แต่ก็อร่อยดี

                เมื่อกลับไปถึงที่นั่งที่ปูลาดไว้ แต่ละคนก็เตรียมอาหารเก่าที่แบ่งไว้ออกมาดำเนินการต่อ นั่งกินกันไปคุยกันไปใต้แสงไฟประมาณ ๓ ทุ่มเห็นจะได้ จึงเก็บของใส่รถกลับไปส่งสมาชิกที่บางเหรียงและเดินทางสู่หาดใหญ่ ระหว่างไปส่งกันและกัน ต่างคนต่างหลับใหล โงกง่วงตลอดเส้นทาง ที่น่าแปลกใจคือ ทำไมแม่ซึ่งเป็นคนขับรถจึงไม่ยอมหลับบ้าง สงสัยจะกลัวพญานาคพ่นน้ำที่สงขลาหรืออย่างไร