โรงเรียนชาวนาจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นวัตกรรมหนึ่งในกระบวนการเรียนรู้เพื่อให้ชาวนาเปลี่ยนกระบวนทัศน์มาสู่การเกษตรแบบยั่งยืน

การศึกษารูปแบบ  และการเรียนรู้โรงเรียนชาวนา

กรณีศึกษา  โรงเรียนชาวนาจังหวัดสุพรรณบุรี

โดย ภก.เด่นชัย  ดอกพอง

 

Introduction

                ในสมัยการปฏิวัติเขียว  ชาวนาได้เปลี่ยนแปลงวิธีการผลิตจากการยังชีพมาสู่การผลิตเพื่อขาย  ส่งออก  มีการนำปุ๋ยเคมี  สารเคมีมาใช้เพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร  แต่ต่อมาพบว่าเกษตรกรเป็นหนี้สินมากขึ้น  มีฐานะยากจนจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น   สุขภาพย่ำแย่  ดิน  น้ำ  สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมจากการใช้สารเคมี  วัฒนธรรมที่ดีเกี่ยวกับการทำนาเริ่มหายไป  ในขณะที่ผลิตผลการเกษตรมีสารเคมีตกค้าง   ผู้บริโภคมีความเสี่ยงเกิดโรคมะเร็งมากขึ้น  การเกษตรกรรมแบบยั่งยืน  ซึ่งเป็นรูปแบบการเกษตรที่ไม่ใช้สารเคมีในการเพาะปลูก  สร้างสมดุลธรรมชาติ  ทำให้เกษตรกรมีสุขภาพที่ดี  สิ่งแวดล้อมที่ดี  ผลผลิตทางการเกษตรไม่มีสารเคมีตกค้าง  ผู้บริโภคได้บริโภคอาหารที่ปลอดภัย  เกษตรกรรมยั่งยืนจึงเป็นกลไกหนึ่งในการคุ้มครองผู้บริโภคแบบบูรณาการ  ความสำเร็จของการทำเกษตรกรรมยั่งยืนเริ่มจากการเปลี่ยนวิธีคิดจากการเกษตรที่ใช้ปุ๋ยเคมี  สารเคมี  ไปสู่การลด  ละ  เลิกใช้สารเคมี  มาใช้ปุ๋ยชีวภาพ  ปรับปรุงดินแบบธรรมชาติ  ใช้สมุนไพรไล่แมลง  คัดเลือกพันธุ์ข้าวที่เหมาะสมแทน   แต่ก็ยังมีเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จน้อยมาก 

 

Method

                ศึกษาจากการทบทวนเอกสาร  งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 

 

Result

                โรงเรียนชาวนาจังหวัดสุพรรณบุรี  เป็นนวัตกรรมหนึ่งในกระบวนการเรียนรู้เพื่อให้ชาวนาเปลี่ยนกระบวนทัศน์มาสู่ทำการเกษตรแบบยั่งยืน    พื้นที่จัดกิจกรรม  จำนวน  4 แห่ง  ได้แก่  โรงเรียนชาวนาบ้านโพธิ์  และตำบลดอนโพธิ์ทอง  อำเภอเมือง   โรงเรียนชาวนาบ้านสังโฆ  ตำบลวัดดาว  อำเภอบางปลาม้า   โรงเรียนชาวนาบ้านดอน  ตำบลบ้านดอน  อำเภออู่ทอง   โรงเรียนชาวนาบ้านหนองแจ  ตำบลไร่รถ  อำเภอดอนเจดีย์   จังหวัดสุพรรณบุรี  ใช้การจัดการความรู้ เป็นเครื่องมือในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านกิจกรรมการลงมือปฏิบัติจริง  โดยมูลนิธิข้าวขวัญร่วมกับสถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม(สคส.) เป็น คุณอำนวย  และนักเรียนชาวนาเป็น คุณกิจ  จำนวน  208  คน  นักเรียนต้องมีแปลงนาในการทดลองอย่างน้อย  2 ไร่  เปิดเรียนสัปดาห์ละ 1 วัน  เรียนรู้ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง 18 ครั้ง  หลักสูตรการเรียน  ประกอบด้วย  1. การจัดการศัตรูพืชโดยชีววิธี  2. การปรับปรุงบำรุงดิน โดยไม่ใช้สารเคมี  3. การพัฒนาพันธุ์ข้าวที่เหมาะสมกับเกษตรยั่งยืน  ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น  ทำให้เกิดความรู้เรื่องการพัฒนานักเรียนชาวนาในระบบเกษตรกรรมยั่งยืน  เกิดชุดความรู้เรื่องการพัฒนาผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ในระบบเกษตรกรรมยั่งยืน ทำให้นักเรียนชาวนา จำนวน 25 คน มีศักยภาพเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ที่สามารถเป็นผู้นำด้านออกแบบการเรียนรู้และนำเพื่อนชาวนาเรียนรู้ได้  ชาวนามีความรู้เชิงเทคนิคของการทำนาในระบบเกษตรกรรมยั่งยืน  มีความรู้  พฤติกรรมที่ลด  ละ  เลิกใช้สารเคมี  เกิดการพัฒนาเอกสารองค์ความรู้ในโครงการโรงเรียนชาวนาเพื่อเผยแพร่  ในระดับนโยบายทำให้เกิดการขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นๆต่อไป

 

Discussion

          โรงเรียนชาวนาจังหวัดสุพรรณบุรี  ใช้การจัดการความรู้เป็นเครื่องมือเพื่อเปิดโอกาสให้ชาวนาเป็นนักเรียน  นักปฏิบัติ  นักวิจัย  มีท้องนาเป็นห้องเรียน  มีการศึกษาต่อเนื่องถึง 18 ครั้ง  เป็นเวลาที่เหมาะสมหรือไม่  หลักสูตรการเรียนรู้ที่สำคัญ  ได้แก่  การจัดการศัตรูพืชโดยชีววิธี  การปรับปรุงบำรุงดิน โดยไม่ใช้สารเคมี  และการพัฒนาพันธุ์ข้าวที่เหมาะสมกับเกษตรยั่งยืน   เพียงพอสำหรับการช่วยให้ชาวนาสามารถช่วยเหลือตนเองได้หรือไม่  จำเป็นต้องมีหลักสูตรอื่นๆเพิ่มเติม  เช่น  ธรรมาภิบาลสำหรับชาวนา  และการเมืองภาคประชาชน   หรือไม่  อย่างไร