เด็กกับขนมเป็นของคู่กัน เชื่อแน่ว่า กว่าทุกคนจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็ต้องผ่านวัยเด็กมาก่อน และทุกคนก็ต้องกินขนมเช่นเดียวกับเด็กในยุคนี้ แต่จะแตกต่างกันหน่อยก็ตรงที่ เด็กในยุคนี้เข้าถึงขนมได้มากกว่าแต่ก่อน และมีขนมหลากหลายชนิดให้เลือกกินกันมากขึ้น ประกอบกับกลยุทธ์ทางการตลาดขนมในปัจจุบันโดยเฉพาะการโฆษณาทางโทรทัศน์ รูปแบบผลิตภัณฑ์ ซึ่งช่วยกระตุ้นและจูงใจให้เด็กมีการบริโภคขนมมากขึ้น โดยไม่ได้คำนึงถึงอันตรายต่อสุขภาพที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้
ปัจจุบันขนมที่มีขายตามท้องตลาดส่วนใหญ่ไม่มีคุณค่าทางอาหาร เต็มไปด้วยไขมัน น้ำตาล และเกลือซึ่งถ้ามีการบริโภคมากๆจะส่งผลให้ ฟันผุ และโรคอ้วน ซึ่งกำลังกลายเป็นปัญหาของหลายๆประเทศโดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย เป็นต้น
มีรายงานการศึกษาหลายฉบับที่แสดงให้เห็นว่า ขนมเด็ก อุดมไปด้วย ไขมันสูง น้ำตาล และเกลือ และส่วนใหญ่มีคุณค่าทางอาหารต่ำ ซึ่งก่อให้เกิดโรคอ้วนในเด็กสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
เด็กๆควรได้รับการปกป้อง เพื่อพัฒนาการที่ดีและสิ่งแวดล้อมปลอดภัย การหาประโยชน์จากเด็กไม่ควรกระทำ
โฆษณาแฝงเป็นอย่างไรคะ
ขนมผู้ใหญ่ก็น่าจะมีการดูแลด้วยนะคะ กินแล้วอ้วนเหมือนกันเลย
โฆษณาแฝงควบคุมยากนะครับ มีแนวทางอย่างไรบ้าง
สมัยก่อนตอนเช้ากินข้าวที่บ้านก่อนไปโรงเรียน ตอนเที่ยงกินข้าวกล่องที่แม่ทำให้ ตอนเย็นก่อนกลับบ้านเท่านั้นจึงมีโอกาสกินขนม 1 ครั้ง/วันที่ไปโรงเรียนเท่านั้น เพราะกลับบ้านแล้วก็กินข้าวที่บ้านพร้อมครอบครัว แต่สมัยนี้สมาชิกในครอบครัวหากินตามอัธยาศัยโอกาสที่จะถูกชักจูงให้กินอะไรต่อมิอะไรตามสิ่งเร้าในรูปแบบต่างๆจึงมีมากถ้าเป็นผู้ใหย่เรียนรู้สุขศึกษามาแล้วคงมีวิจารณญานบ้างแต่ในเด็กนี่คงต้องให้ผู้ปกครองอบรมสุขศึกษาให้ลูกด้วยว่าอาหารที่ควรกินใน1วันควรมีกี่แคลอรี่อะไรบ้างน่าจะดีใหม