มงคลชีวิต 38 ประการ
บทที่ชอบคือมงคลที่ 11 บำรุงบิดามารดา
ต้ น ไ ม้ ที่ ไ ด้ รั บ ก า ร ดู แ ล ใ ห้ น้ำ ใ ห้ ปุ๋ ย ไ ป บำ รุ ง ลำ ต้ น จ น ส ม บู ร ณ์
เ มื่ อ ถึ ง เ ว ล า แ ล้ ว ย่ อ ม อ อ ก ด อ ก อ อ ก ผ ล ใ ห้ แ ก่ เ จ้ า ข อ ง ฉั น ใ ด
ค น ที่ ไ ด้ รั บ ก า ร เ ลี้ ย ง ดู จ น เ ติ บ ใ หญ ่
เ มื่ อ มี โ อ ก า ส ย่ อ ม ต อ บ แ ท น คุ ณ พ่ อ แ ม่ แ ล ะ ผู้ มี อุ ป ก า ร คุ ณ ฉั น นั้ น
ท อ ง คำ แ ท้ ห รื อ ไ ม่ โ ด น ไ ฟ ก็ รู้
ค น ดี แ ท้ ห รื อ ไ ม ่ ใ ห้ ดู ต ร ง ที่ เ ลี้ ย ง พ่ อ แ ม่
ถ้ า ดี จ ริ ง ต้ อ ง เ ลี้ ย ง พ่ อ แ ม่ ถ้ า ไ ม่ เ ลี้ ย ง แ ส ด ง ว่ า ดี ไ ม่ จ ริ ง
เ ป็ น พ ว ก ท อ ง ชุ บ ท อ ง เ ก๊
พระคุณของพ่อแม่
พระพุทธเจ้าตรัสว่า ถ้าบุตรจะพึงวางบิดามารดาไว้บนบ่าทั้งสองของตน ประคับประคองท่านอยู่บนบ่านั้น ป้อนข้าวป้อนน้ำและให้ท่านถ่ายอุจจาระปัสสาวะบนบ่านั้นเสร็จ แม้บุตรจะมีอายุถึง ๑๐๐ ปี และปรนนิบัติท่านไปจนตลอดชีวิต ก็ยังนับว่าตอบแทนพระคุณท่านไม่หมด
ยังมีผู้กล่าวไว้อีกว่า หากเราใช้ท้องฟ้าแทนกระดาษ ยอดเขาพระสุเมรุ แทนปากกา น้ำในมหาสมุทรแทนหมึก เขียนบรรยายคุณของพ่อแม่ จนท้องฟ้าเต็มไปด้วยอักษร ภูเขาสึกกร่อนจนหมด น้ำในมหาสมุทรเหือดแห้ง ก็ยังบรรยายคุณของพ่อแม่ไม่หมด
บิดามารดาเป็นผู้มีพระคุณอันยิ่งใหญ่ของบุตร สรุปโดยย่อคือ
เป็นต้นแบบทางกาย แบบเป็นสิ่งที่จำเป็นในการทำให้ของทั้งหลาย ในโลกมีค่าสูงขึ้น ตัวอย่างเช่น ก้อนดินเหนียวธรรมดา ถ้าหากนำมาใส่แบบพิมพ์แล้วพิมพ์เป็นตุ๊กตา ก็ทำให้ดินก้อนนั้นมีค่าขึ้นมา เป็นเครื่องประดับบ้านเรือนได้ ดินเหนียวก้อนเดียวกันนี้ หากได้แบบที่ดีกว่าขึ้นมาอีก เช่นแบบเป็นพระพุทธรูป ดินเหนียวก้อนนี้ก็จะทรงคุณค่ามากยิ่งขึ้น ผู้คนได้กราบไหว้บูชา จะเห็นได้ว่า คุณค่าของดินเหนียวก้อนนี้ขึ้นอยู่กับแบบที่พิมพ์นั่นเอง
ในทำนองเดียวกัน การเกิดของสัตว์ เช่นเป็น ช้าง ม้า วัว ควาย ฯลฯ แม้จะมีปัญญาติดตัวมามากสักปานใด ก็ไม่สามารถทำความดีได้เต็มที่ โชคดีที่เราได้เกิดเป็นคน ได้โครงร่างที่ประเสริฐกว่าสัตว์ทั้งหลาย เหมาะในการทำ ความดีทุกประการ เราจึงสามารถใช้ความรู้ความสามารถประกอบคุณความดีได้เต็มที่ ทั้งนี้ก็เพราะเรามีพ่อแม่เป็นต้นแบบทางกายให้นั่นเอง
เป็นต้นแบบทางใจ ให้ความอุปการะเลี้ยงดู ฟูมฟัก ทะนุถนอม อบรมสั่งสอน ปลูกฝังกิริยามารยาท ให้ความรู้ทั้งทางโลกและทางธรรมแก่ลูก พระคุณของพ่อแม่ในการเป็นต้นแบบทางกายให้เรา ก็นับว่ามีมากเหลือหลายแล้ว ยิ่งท่านอบรมเลี้ยงดูเรามา เป็นต้นแบบทางใจให้ด้วย ก็ยิ่งมีพระคุณมากเป็นอเนกอนันต์
เมื่อพ่อแม่มีพระคุณมากมายปานนี้ ลูกจึงควรมีคุณธรรมต่อท่าน คุณธรรมของลูก เริ่มที่รู้จักคุณพ่อแม่ คือรู้ว่าท่านดีต่อเราอย่างไร สูงขึ้นไปอีก คือตอบแทนคุณท่าน ในทางพระพุทธศาสนา ได้บรรยายคุณธรรมของลูกไว้อย่างสั้นๆ แต่เก็บความไว้ได้อย่างครบถ้วน คือคำว่า กตัญญู กตเวที คุณค่าและศักดิ์ศรีของความเป็นลูกรวมอยู่ใน ๒ คำนี้
กตัญญู หมายถึง เห็นคุณค่าท่าน คือเห็นด้วยใจ ด้วยปัญญาว่า ท่านเป็นผู้มีพระคุณต่อเราอย่างแท้จริง ไม่ใช่สักแต่ว่าปากท่องพระคุณพ่อแม่ปาวๆ ไปเท่านั้น
คุณของพ่อแม่ดูได้จากอุปการะ คือประโยชน์ที่ท่านทำแก่เรามีอะไรบ้าง ที่แตกต่างจากคนอื่น ตามธรรมดาของคนทั่วๆ ไป เมื่อจะอุปการะใคร เขาต้องเห็นทางได้ เช่น เห็นหลักทรัพย์ หรือดูนิสัยใจคอ ต่อเมื่อแน่ใจแล้วว่า อุปการคุณของเขาจะไม่สูญเปล่า จึงลงมือช่วยเหลือ แต่ที่พ่อแม่อุปการะเรานั้น เป็นการอุปการะโดยบริสุทธิ์ใจจริงๆ ไม่ได้มองถึงหลักประกันใดๆ เลย เราเองก็เกิดมาตัวเปล่า ไม่มีหลักทรัพย์แม้แต่เข็มเล่มเดียว ยังไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่า อวัยวะร่างกายจะใช้ได้ครบถ้วนหรือไม่ ยิ่งนิสัยใจคอแล้ว ยิ่งรู้ไม่ได้เอาทีเดียว โตขึ้นมาจะเป็นอย่างไร จะเป็นคนอกตัญญูหรือไม่ ไม่รู้ทั้งนั้น หนังสือสัญญาการรับปากสักคำเดียว ระหว่างเรากับท่านก็ไม่มี แต่ทั้งๆ ที่ไม่มี ท่านทั้งสองก็ได้โถมตัวเข้าช่วยเหลือเราจนสุดชีวิต ที่ยากจนก็ถึงกับกู้หนี้ยืมสินคนอื่นมาช่วย เรื่องเหล่านี้ ต้องคิดดูด้วยเหตุผล อย่าสักแต่คิดด้วยอารมณ์เท่านั้น การพิจารณาให้เห็นคุณของพ่อแม่ด้วยใจอย่างนี้แหละ เรียกว่า กตัญญู เป็นคุณธรรมเบื้องต้นของผู้เป็นลูก ยิ่งพิจารณาเห็นคุณท่านมากเท่าไร แสดงว่าใจของเราเริ่มใส และสว่างมากขึ้นเท่านั้น
กตเวที หมายถึง การทดแทนพระคุณของท่าน ซึ่งมีงานที่ต้องทำ ๒ ประการ คือ
การตอบแทนคุณท่าน แบ่งเป็น ๒ ช่วง คือ
เมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ ก็ช่วยเหลือกิจการงานของท่าน เลี้ยงดูท่านตอบเมื่อยามท่านชรา ดูแลปรนนิบัติการกินอยู่ของท่าน ให้สะดวกสบายและเอาใจใส่ช่วยเหลือ เมื่อท่านเจ็บป่วย
เมื่อท่านล่วงลับไปแล้ว ก็จัดพิธีศพให้ท่าน และทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ท่านอย่างสม่ำเสมอ
แม้ว่าเราจะตอบแทนพระคุณท่านถึงเพียงนี้แล้ว ยังนับว่าเล็กน้อยมาก เมื่อเทียบกับพระคุณอันยิ่งใหญ่ ที่ท่านมีต่อเรา ผู้ที่มีความกตัญญูกตเวทีต้องการจะสนองพระคุณท่าน ให้ได้ทั้งหมด
ที่ชอบมงคลที่ 11 บำรุงบิดามารดาเพราะว่า
มงคลบทนี้สอนอะไรหลายๆอย่างให้กับลูกทุกคน ว่าเราโตขึ้นมามีชีวิตอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ก็เพราะท่าน ท่านเป็นผู้มีพระคุณต่อเราที่สุด นอกจากจะทำให้เราเกิดมาแล้ว ท่านยังช่วยเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนเราให้เราเป็นคนดี ให้เราทุกๆอย่างเท่าที่ท่านจะหาให้ได้ ท่านให้ความอบอุ่นแก่เรา และจะคอยอยู่ข้างๆเราเสมอ ไม่ว่าตอนนั้นเราจะมีความสุขหรือจะมีความทุกข์ก็ตาม แต่ปัจจุบันคนส่วนใหญ่มักไม่ค่อยให้ความสำคัญกับพ่อแม่ บ้างครั้งถึงกับทอดทิ้งท่านอยากบอกผู้ที่เป็นลูกทุกคนว่า ถ้าขนาดพ่อแม่ของเราเองเรายังดูแลไม่ได้ แล้วเราจะไปดูแลคนอื่นได้อย่างไร ดิฉันคิดว่าถ้าลูกๆ ได้อ่านมงคลชีวิตบทนี้แล้วคงจะเปลี่ยนความคิดเสียใหม่กลับไปดูแลท่านบ้าง ก่อนที่ท่านจะไม่อยู่ให้เราได้ดูแลอีก เมื่อถึงเวลานั้นคนที่เสียใจที่สุดคงหนีไม่พ้นตัวเราเองแน่นอน
ก่อนจบดิฉันก็มีธรรมคีตะมาฝากสองบนด้วยกัน
ธรรมคีตะ : พระคุณแม่ ๒
โอ้ลูกเอ๋ยลูกน้อยกลอยใจแม่
แม่ดูแลปกปักษ์เลี้ยงรักษา
เฝ้าเห่กล่อมยอมลำบากตรากตรำมา
ยามเจ้าตื่นหรือนิทราก็อาทร
พ่อของเจ้าก็เอาใจไม่น้อยกว่า
เหน็ดเหนื่อยจากการงานมาอุตส่าห์ป้อน
รีบชงนมต้มน้ำซ้ำอดนอน
ยามเจ้าร้องออดอ้อนไม่ดุดัน
ลูกป่วยไข้ใจพ่อแม่แทบจะขาด
ภาวนาให้แคล้วคลาดจากภัยนั้น
อยากรับทุกข์ของลูกมาผูกพัน
อยากกีดกั้นภัยทุกอย่างให้ห่างไกล
เมื่อเติบโตให้เจ้าเข้าใจซึ้ง
เราสองคนผู้ซึ่งอยู่ชิดใกล้
ถึงดุด่าว่าตีใช่อะไร
ก็เพราะหวังปลูกฝังให้เจ้าได้ดี
ลูกอย่าเคืองอย่าโกรธโทษผิดๆ
จงพินิจด้วยปัญญาอย่าหลีกหนี
ที่พ่อแม่รักเจ้าเท่าชีวี
เลี้ยงลูกมาจนบัดนี้เพื่ออะไร
มิหวังให้ตัวเจ้าทุกข์ยากเข็ญ
หวังให้เจ้าเปี่ยมเต็มทุกสมัย
คุณธรรมนำรอดตลอดไป
เพราะความดีจะคุ้มภัยตลอดกาล
พ่อแม่ส่งเงินทองให้ลูกใช้
จงตั้งใจพากเพียรเรียนหนังสือ
หาวิชาความรู้เป็นคู่มือ
เพื่อยึดถือเอาไว้ใช้เลี้ยงกาย
อันพ่อแม่มีแต่จะแก่เฒ่า
จะเลี้ยงเจ้าเรื่อยไปนั้นอย่าหมาย
ใช้วิชาช่วยตนไปจนตาย
ลูกสบายแม่กับพ่อก็ชื่นใจ
ธรรมคีตะ : พระคุณแม่ ๕
พ่อแม่ก็แก่เฒ่าจำจากเจ้าไม่อยู่นาน
จะพบจะพ้องพานเพียงเสี้ยววารของคืนวัน
ใจจริงไม่อยากจากเพราะยังอยากเห็นลูกหลาน
แต่ชีพนี้มิทนนานต้องร้าวรานสลายไป
ขอเถิดถ้าสงสารอย่ากล่าวขานให้ช้ำใจ
คนแก่ชะแรวัยจิตเผลอไผลเป็นแน่นอน
ไม่รักก็ไม่ว่าเพียงเมตตาช่วยอาทร
ให้กินและให้นอนคลายทุกข์ร้อนพอสุขใจ
เมื่อยามเจ้าโกรธขึ้งให้นึกถึงเมื่อเยาว์วัย
ร้องไห้ยามป่วยไข้ได้ใครเล่าเฝ้าปลอบโยน
เฝ้าเลี้ยงจนโตใหญ่แม้เหนื่อยกายก็ยอมทน
หวังเพียงจะได้ยลเติบโตจนสง่างาม
ขอโทษถ้าทำผิดขอให้คิดทุกๆ ยาม
ใจจริงแท้มีแต่ความหวังดีตามช่วยอวยชัย
ต้นไม้ที่ใกล้ฝั่งมีหรือหวังอยู่นานได้
วันหนึ่งคงล้มไปถึงฝั่งไว้ให้วังเวง
ขอบคุณเว็บไซต์ลานธรรมจักรที่นำเอาสิ่งดีๆมาให้พวกเราได้อ่านกัน
สวัสดีครับ
ชื่นใจเหลือเกินที่มีโอกาสได้เห็นคนวัยหนุ่ม วัยสาวสนใจเรื่องอย่างนี้ ตรงนี้เป็นดัชนีชี้วัดอย่างหนึ่งที่บอกว่า สังคมไทยยังไม่สิ้นหวังหรอกครับ